หน้าหลัก » คอลัมภ์ สัพเพเหระ

สรุปผลศึกษากระเช้าลอยฟ้า

Author by 21/10/14No Comments »

thainews180         เรื่องกระเช้าลอยฟ้า ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดูเหมือนว่า เรื่องนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก

วันก่อนสำนักงานพัฒนาพิงคนคร(องค์การมหาชน) ได้จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการศึกษาสำรวจและออกแบบ กระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี-ดอยปุยและดอยผาดำ หลังจากใช้งบประมาณศึกษา 10 ล้านบาทจ้างให้บริษัทเทสโก เป็นบริษัทที่ปรึกษาทำการสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเกี่ยวข้อง ซึ่งการศึกษาได้ครบกำหนดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาแต่ได้ขยายเวลาจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยมีนายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดการประชุมและ ดร.ศราวุฒิ ศรีสกุน ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี รักษาการผู้อำนวยการสำนักสำนักงานพัฒนาพิงคนครฯ กล่าวรายงานถึงโครงการศึกษาฯ ครั้งนี้

อย่างไรก็ตามเวทีครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ก่อนประมวลผลสรุปผลการศึกษาฯ เพื่อส่งมอบต่อสำนักงานพัฒนาพิงคนครฯ เพื่อจะเสนอต่อ สํานักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ทั้งประชาชนในพื้นที่เป้าหมายและทั่วไปประมาณกว่า 200 คน

รศ.ดร.สามัคคี บุณยะวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญการจัดการลุ่มน้ำและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรกรศาสตร์ พร้อมด้วยนายอดุลย์ อิสลาม ผู้แทนบริษัทเทสโก้ ในฐานะผู้จัดการโครงการศึกษาผลกระทบครั้งนี้ร่วมกันให้ข้อมูล โดยนายอดุลย์ได้กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการสำรวจเสร็จแล้วทุกด้านแล้วมาชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายและทั่วไปได้ทราบเพื่อให้ข้อเสนอแนะต่างๆก่อนสรุปโครงการศึกษา ซึ่งตามผลศึกษาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและบางส่วนยังคัดค้านประมาณ 8% ซึ่งจะได้นำข้อเสนอเหล่านั้นไปปรับแก้ให้ดีขึ้นต่อไป โดยโครงการดังกล่าว จะมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี คืนทุนได้ใน 30 ปี ซึ่งจากการศึกษาที่มีการกำหนดแนวทางเลือกเส้นทางไว้ 6 ทางเลือกหลัก ทุกทางเลือกจะพาดผ่านอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีจุดเริ่มเดียวกันทั้งหมดจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และมีจุดสิ้นสุดที่บ้านม้งดอยปุย และดอยผาดำ ได้มีการสรุปผลการประเมินวิเคราะห์แล้วทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่ เส้นทางเชียงใหม่ไนท์ ซาฟารี-บ้านทุ่งโป่ง-ดอยปุย-ดอยผาดำ รวม 4 สถานี ระยะทางรวมประมาณ 12 กิโลเมตร และตลอดทางจะมีเสาทั้งหมดจำนวน 42 ต้น จะรองรับคนได้ชั่วโมงละ 500-600 คน ใช้เวลาจากต้นทางถึงปลายทาง 36 นาที

ด้าน รศ.ดร.สามัคคี ก็ย้ำว่า การเลือกเส้นทางนั้นได้คำนึงถึงผลกระทบน้อยที่สุดจึงได้เส้นทางนี้ที่อ้อมไปด้านหลังแทน การศึกษาทั้งหมดข้อมูลสรุปหลังประชุมวันนี้จะมีการอัพโหลดลงในเว็ปของสำนักงานพัฒนาพิงคนครฯ ให้ประชาชนได้ตรวจสอบต่อไป โดยยืนยันว่าการศึกษาครั้งนี้มีหลานเรื่องที่จะนำข้อเสนอแนะไปปรับแก้ไข และยืนยันว่ายังไม่ได้ก่อสร้างเพราะมีขั้นตอนจากนี้อีกมาก ถึงแม้จะมีความเห็นส่วนใหญ่ให้ดำเนินการก็ตาม

แต่เรื่องนี้ยังมีกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยอีกมาก จะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นน่าติดตามนะ.

าติ ทุ่งเสี้ยว