หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง(๒๐)

Author by 11/12/13No Comments »

ตึกแถวหน้าตลาดวโรรส ถนนวิชยานนท์เคยมีหลายตระกูลเปิดร้านค้าขายและสร้างฐานะ ณ ตึกแถวแห่งนี้ ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ หลายตระกูลโยกย้ายไปอยู่แหล่งอื่น

 

ถัดจากร้านซิงกวงไปทางใต้เป็นร้านทองไท้ฮงล้ง

ถัดไปเป็นร้านตันร้อยกี่ สกุล “ตนานุวัฒน์”

ถัดไปเป็นร้านพายัพโอสถ จำหน่ายยา เจ้าของชื่อ นายบุญสุ่น  สุพรรณชาติ ภรรยาชื่อ นางคำเฝือ(น้อย)  สุพรรณชาติ  นายบุญสุ่นเกิดร้านก่อนปี พ.ศ.๒๔๘๔(ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒) นายบุญสุ่น มีฝีมือด้านการปรุงยาผงแดงพม่า ตราคน(พม่า)คู่  สรรพคุณใช้ดมแก้อาการเป็นลม หากรับประทานเป็นยาบำรุงหัวใจ   นอกจากนี้ยังปรุงยาธาตุน้ำแดงตราพระธาตุดอยสุเทพ สรรพคุณแก้อาการท้องขึ้น จุกเสียด ท้องแน่นเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยว

ร้านนี้เลิกกิจการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ รุ่นลูก คือ อาจารย์นิรุต  สุพรรณชาติ อดีตอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นางมะลิวัลย์  สุพรรณชาติ

ถัดไปเป็นร้านทอง ชื่อ ศรีพรชัย ถัดไปเป็นร้านทองอีกร้านหนึ่ง

ถัดไปเป็นร้าน ไทยวัฒน์โอสถ สกุล “สีตะพันธุ์

เจ้าของคือนายฮวดหรือนายเจริญ  แซ่โค้ว ชาวบ้านสบทา จังหวัดลำพูน ภรรยาชื่อนางกิมซี(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น นางสายทอง  สีตะพันธุ์) เดิมค้าขายอยู่ย่านสันป่าข่อย ต่อมาย้ายมาเซ้งตึกแถวหน้าตลาดวโรรส ใช้ชื่อว่า ร้านไทยวัฒน์โอสถ เปิดขายยา ขายล็อตเตอรี่ โดยบุตรชายคนโต คือ นายนิวัฒน์  สีตะพันธุ์ไปเรียนหนังสือที่ประเทศจีนต่อมากลับมาทำงานและเรียนรู้จากร้านจิบอังตึ้งและสามารถแยกมาเปิดร้านขายยาได้

นายเจริญ และนางสายทอง  สีตะพันธุ์ มีบุตรธิดารวม ๖ คน คือ

๑.นายนิวัฒน์  สีตะพันธุ์(สมรสกับ พญ.จำนง  สีตะพันธุ์)

๒.นายวัลลภ  สีตะพันธุ์                           ๓.นพ.อนันต์  สีตะพันธุ์ เคยเป็นแพทย์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกลับมาใช้ชีวิตที่เชียงใหม่

๔.น.ส.รำไพ  สีตะพันธุ์                            ๕.นายสมภพ  สีตะพันธุ์ ทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา๖.นางวรรณี  เทียนตระกูล(สมรสกับนายทวีศิลป์  เทียนตระกูล)

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้กาดหลวงปี พ.ศ.๒๕๑๑ ร้านไทยวัฒน์โอสถถูกไฟไหม้เสียหายมาก ขณะนั้นนายเจริญ  แซ่โค้ว ไปดูแลกิจการโรงน้ำแข็งที่จังหวัดเชียงราย  หลังจากนั้นครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ถนนท่าแพชั่วคราว ต่อมาไปเซ้งตึกแถวที่ตลาดเทศบาลเปิดร้านขายยาใช้ชื่อเดิมโดยนายนิวัฒน์  สีตะพันธุ์  ส่วนนายเจริญและนางกิมซี ไปซื้อบ้านพักอาศัยอยู่ที่ย่านถนนนิมมานเหมินท์

คนรุ่นเก่าที่ทันเหตุการณ์เล่าว่าถัดไปร้านทองของนายกิมแช  แซ่เตี๋ย

ถัดไปเป็นร้านกฤษณา เจ้าของเป็นชาวอินเดีย ขายผ้า

ถัดไปเป็นร้านขายทองชื่อ ร้าน โอ๊วจินล้ง เจ้าของชื่อ นายจินเตง  แซ่โอ๊ว รุ่นลูกทำโรงแรมนอร์ทเทอร์นอินน์ ใกล้ตลาดช้างเผือก ใช้สกุล “โอวชูกิจ”

ถัดไปเป็นร้านทอง ซินหย่งไท้ฮวด เจ้าของชื่อ นายไท่กี่  แซ่เตีย

ถัดไปเป็นร้านฉั่วหยู่เซ้ง ขายกระจก เจ้าของ คือ นายหยู่เซ้ง  แซ่ฉั่ว

ถัดไปเป็น “ร้านนิ้มหมงเส็ง”

“ร้านนิ้มหมงเส็ง” เจ้าของ คือ นายไต่บั๊ก  แซ่นิ้ม ภรรยาชื่อ นางกุ้ยคิ้ม  แซ่อึ้ง  พ่อแม่ของนายไต่บั๊ก นั้นเดิมค้าขายเช่าห้องแถวของเจ้าแก้วนวรัฐ  ริมคุ้มหลวงอยู่ถนนช้างม่อย ยุคนั้นเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๙ ซึ่งเป็นองค์สุดท้ายได้สร้างห้องแถวด้านถนนช้างม่อยไว้  เดิมนั้นให้คนรับใช้ในคุ้มอยู่อาศัยกัน ต่อมาจึงให้คนจีนเช่าค้าขาย

เมื่อแต่งงานแล้วนายไต่บั๊กและภรรยา แยกตัวมาเปิดร้านอยู่ที่ตลาดต้นลำไย  เป็นห้องแถวชั้นเดียวริมถนนวิชยานนท์

ต่อมาเมื่อตึกแถว ๓ ชั้นของตลาดวโรรสเสร็จ นายไต่บั๊กและภรรยามองเห็นลู่ทางค้าขายที่จะเจริญก้าวหน้าได้ จึงมาเช่าอยู่โดยเลือกห้องที่สองถัดจากประตูเข้าตลาดด้านตะวันออก   สินค้าในร้านแยกเป็นสองส่วน ซีกหนึ่งขายอุปกรณ์ก่อสร้าง อีกซีกหนึ่งขายหม้อ ชาม กระทะ สี

นายไต่บั๊กและนางกุ้ยคิ้ม มีบุตรธิดารวม ๘ คน คือ

๑.นายเมงชุน  แซ่นิ้ม                               ๒.นางลิวชุน แต่งงานกับนายเฉลิม  สุภาคุณ

๓.นางเซียมชุน แต่งงานกับนายประเสริฐ  เศรษฐเสถียร

๔.นางซิ้วชุน แต่งงานกับนายสุชัย  วิสุทธิสังวร

๕.นางเหงชุน  แต่งงานกับนายประทีป  เรืองธุวะกุล

๖.นางเซียมชุน  อยู่กรุงเทพฯ                    ๗.นางเหียบชุน แต่งงานกับนายประภาส  วิสุทธิกุล

๘.นางอรุณศรี  พวงพฤกษา อยู่กินกับนายชิน  แซ่อุ่ย

คุณอรุณศรี  พวงพฤกษา ปัจจุบันอายุ ๗๒ ปี เล่าความทรงจำเกี่ยวกับการค้าขายของรุ่นพ่อแม่ว่า

“เตี่ยเกิดที่เชียงใหม่ ส่วนอากงมาจากเมืองจีนชื่อ นายเทียมเผ่า  แซ่นิ้ม เดิมครอบครัวอากงค้าขายอยู่ที่ถนนช้างม่อย ปัจจุบันคือ บริเวณร้านเชียงใหม่ใจกว้าง ขายพวกเครื่องเหล็ก มีด จอบ เสียม เตี่ยใช้นามสกุล นิ่มนวล เจ๊(อรุณศรี) เกิดปี พ.ศ.๒๔๘๔  แม่เล่าให้ฟังว่าขณะนั้นตึกแถวด้านตลาดวโรรสสร้างเสร็จใหม่ๆ  เตี่ยและแม่เห็นว่าฝั่งตลาดวโรรสน่าจะค้าขายสร้างฐานะได้ดีกว่าจึงได้ย้ายจากฝั่งตลาดต้นลำไยมาฝั่งตลาดวโรรส เปิดร้านขายเครื่องเหล็ก ถ้วยชาม  แม่เก่งค้าขาย กล้าตัดสินใจ

“เตี่ยชอบดนตรี เล่นขิม มักไปร่วมเล่นกับเถ้าแก่ค่าย เจ้าของร้านซิงกวงและมักไปสังสรรค์ที่ศาลเจ้ากับกลุ่มเพื่อนคนจีน

“ตอนไฟไหม้นั้น พี่ๆ แยกครอบครัวไปหมดแล้ว  เจ๊ศรีอยู่ร้านกับหลานอีก ๒ คน ไม่สามารถเก็บของได้ ถูกไฟไหม้ทั้งหมด ส่วนเตี่ยไปกรุงเทพฯ  หลังไฟไหม้ตลาด เตี่ยไปอยู่กับพี่สาวที่หน้าวัดดาวดึงส์ พี่สาวเปิดร้านขายของชำ ชื่อ เจ๊เหงชุน  ส่วนแม่เสียชีวิตก่อนไฟไหม้แล้ว เสียฯเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐

“เมื่อตลาดวโรรสสร้างใหม่  เจ๊ได้รับความเมตตาช่วยเหลือจากคุณเรือง  นิมมานเหมินท์ เขารู้ว่าครอบครัวเราถูกไฟไหม้ สินค้าทรัพย์สินถูกไฟไหม้หมด  จึงจัดล็อกพื้นที่ในตลาดวโรรสให้ ๑ ล็อก ให้ขายของโดยคิดราคาต่ำและผ่อนส่งได้  เริ่มเปิดร้านปี พ.ศ.๒๕๑๗ เดิมขายกาละมัง ถังน้ำ ด้านหน้ามีคิวรถสันกำแพง สารภี ลำพูน เป็นรถสองแถวเล็ก มีคนพลุกพล่านจึงลองมาขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร รับจากร้านประเทืองมาวางขายก็ขายดี จึงขายเรื่อยมา

“รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ คุณเรือง นิมมานเหมินท์ ที่เมตตาให้ ถ้าไม่มีคุณเรืองช่วยเหลือ เจ๊คงไม่มีวันนี้ ยังระลึกถึงอยู่เสมอ”

ถัดไปเป็นร้านขายเหล็ก ชื่อ ร้าน “โต๋วย่งเซ้ง” เจ้าของ ชื่อว่า นายลิบซ้ง  แซ่โต๋ ภรรยาชื่อ นางเง๊กย้ง  ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น “โตวิจิตร”

นายลิบซ้ง  แซ่โต๋ว เป็นบุตรของนายชอย้ง และนางอู๊ด  แซ่โต๋ว เดิมอยู่จังหวัดอุทัยธานี เกิดรักชอบกันจึงพากันมาสร้างฐานะที่เชียงใหม่ มาได้ซื้อที่ดินบริเวณหลังตลาดต้นลำไยเพื่อใช้อยู่อาศัยในราคา ๕,๐๐๐ รูปี  อาชีพของนายชอย้งและนางอู๊ด  แซ่โต๋ว คือค้าขายเสื้อผ้าโดยบรรทุกเกวียนไปขายทางต่างอำเภอ เคยไปขายถึงอำเภอเชียงดาวซึ่งสมัยก่อนนั้นทางรถยนต์ไปได้เพียงอำเภอแม่แตง  นอกจากนี้ยังนำสินค้าไปขายตามงานวัดที่มีเทศกาล คราวที่ยังไม่มีการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ นายชอย้งและนางอู๊ด นำสินค้าว่าจ้างช้างบรรทุกไปขายบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพ รุ่นลูกเคยนั่งช้างไปค้าขายด้วยเคยเล่าไว้

รุ่นลูกมี ๔ คน คือ

๑.นายลิบเชง  โตวิจิตร มีกิจการผลิตซอสตราหัวกวางที่กรุงเทพฯ

๒.นายลิบไล้  โตวิจิตร  เจ้าของร้านโตวิจิตร ที่ตลาดวโรรส

๓.นายลิบซ้ง  โตวิจิตร เคยเป็นเจ้าของร้านโต๋วย่งเซ็ง ขายเครื่องเหล็กที่ประตูทางเข้าตลาดวโรรสด้านทิศเหนือ (ปัจจุบันเป็นธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์) มีบุตรธิดา ๓ คน คือ นายกำธร โตวิจิตร มีกิจการร้านอาหารอยู่ประเทศออสเตรเลีย, นายนิกร  โตวิจิตรและนางมยุรี  โตวิจิตร ทำงานธนาคารกสิกรไทย

๔.นางวิภา  โตวิจิตร แต่งงานกับนายงัดกิม  แซ่แต้

ร้านโต๋วย่งเส็ง ต่อมาเปลี่ยนเป็นร้านกระจกมาซื้อต่อและให้เช่าเป็นธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์

ถัดไปเป็นทางเข้าตลาดวโรรสด้านตะวันออก.

***ภาพประกอบ ร้านค้าหน้าตลาดวโรรสประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐ คาดว่ามีการรับเสด็จ ประชาชนมารอรับเสด็จ  ตำรวจ คือ จ่าโต  ทนันไชย ตำรวจจราจรที่ชาวกาดหลวงคุ้นเคยในสมัยนั้น

 

พ.ต.อ.อนุ   เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม

จ.เชียงใหม่