หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง(๕)

Author by 2/08/13No Comments »

ต้นถนนวิชยานนท์ บริเวณอาคารสำนักงานห้างหุ้นส่วนอนุสารสุนทร เคยเป็นร้านค้าและบ้านของครอบครัวหลวงอนุสารสุนทรกิจ ชาวบ้านทั่วไปเรียกติดปากว่า หลวงอนุสาร

หลวงอนุสาร เดิมชื่อ นายสุ่นฮี้  ชัวย่งเสง(แซ่ฉั่ว) นอกจากมีความขยันหมั่นเพียรประกอบอาชีพค้าขายจนร่ำรวยแล้ว หลวงอนุสารได้ช่วยเหลือสังคมจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นขุนอนุสารสุนทรกิจและหลวงอนุสารสุนทรกิจ มีบันทึกในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๔๑ ลงวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๖๗ ข้อความว่า

พระราชทานบรรดาศักดิ์

วันที่ ๑ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๗

มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ ทรงกระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์แก่ข้าราชการในงานพระราชพิธีฉลองเฉลิมพระชนม์พรรษา คือ

กระทรวงมหาดไทย

ให้พระเรืองฤทธิ์รักษาราษฎร์ (ประเดิม  อังศุสิงห์) เปน พระยาพิพิธอำพลวิมลภักดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  ถือศักดินา ๓๐๐๐

ให้พระนิกรจำนง (จิตร  ไกรฤกษ์) เปนพระยาสุรินทรภักดีศรีไผทสมันต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ถือศักดินา ๓๐๐๐

ให้รองอำมาตย์เอก เจ้าวรญาติ(สิงแก้ว  ณ เชียงใหม่) เปนเจ้าราชสัมพันธวงศ์ จังหวัดเชียงใหม่

ให้ขุนศุภการกำจร (คลาย  รักษคมนา) เปนหลวงศุภการกำจร ตำแหน่งนายอำเภอจังหวัดเชียงราย ถือศักดินา ๘๐๐

ให้ขุนประดิษฐอุดมการ (เชื้อ  ทีฆสังข์) เป็นหลวงประดิษฐอุดมการ ตำแหน่งนายอำเภอจังหวัดเชียงใหม่ ถือศักดินา ๘๐๐

ให้ขุนอนุสารสุนทรกิจ(ฮี้) เปนหลวงอนุสารสุนทรกิจ กรมการพิเศษจังหวัดเชียงใหม่ ถือศักดินา ๖๐๐

ให้ขุนพิจิตร์พานิชการ ป.(ตี้เสี่ย) เปนหลวงพิจิตรพานิชการ  กรมการพิเศษจังหวัดนครปฐม ถือศักดินา ๖๐๐

ให้นายสาตร์  อุปติพงษ์ เปนขุนอุปพงศ์พิพัฒน์ กรมการพิเศษจังหวัดเชียงใหม่ ถือศักดินา ๔๐๐

ให้นายบุญศรี  ศิริตัน เปนขุนสิริรัตน์ธำรง กรมการพิเศษจังหวัดเชียงใหม่ ถือศักดินา ๔๐๐(ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๔๑ ลงวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๖๗)

บ้านตึก ของหลวงอนุสารสุนทรแห่งนี้ มีเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ด้านทิศตะวันออกติดโรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์ ด้านทิศเหนือติดโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ ภายในบริเวณบ้านสร้างเป็นตึก ๔ หลัง คือ ตึกหลวง(ห้างหุ้นส่วนฯอนุสาร), เรือนแถว, ตึกแดงและตึกขาว

หลวงอนุสารเคยตั้งร้านค้าขายใช้ชื่อว่า “ห้างชัวย่งเส็ง” ได้มอบหมายให้นายกี บุตรเขยทำหน้าที่ควบคุมร้านขายของชั้นล่างของตึกและมีหน้าที่ติดต่อธุรกิจกับห้างร้านต่างประเทศที่กรุงเทพฯ เช่น ห้างแบ็คแมน ห้างยอนแซมสัน ไวท์อเวเล็ทลอ เป็นต้น ส่วนนางกิมฮ้อ  นิมมานเหมินท์ ภรรยาของนายกี บุตรหญิงของหลวงอนุสารสุนทรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหลวงอนุสารสุนทรด้านธุรกิจการกู้ยืมเงิน การรับจำนำทองรูปพรรณ เครื่องอัญมณี รับจำนองที่ดิน ซึ่งเป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น

ชั้นล่างของห้างชัวย่งเส็ง ขายเครื่องอุปโภคบริโภค จำพวกเครื่องกระป๋อง         สุราต่างประเทศ จักยาน จักรเย็บผ้า ยาแก้โรคชนิดต่างๆ  ส่วนนางอนุสารสุนทร ภรรยาของหลวงอนุสาร มีความรู้ด้านผ้าไหม ได้สั่งทอผ้าไหมพิเศษจากสันกำแพง นำส่งขายในคุ้มเจ้านายฝ่ายเหนือ

ลูกค้าส่วนใหญ่ของห้างชัวย่งเส็งเป็นชาวยุโรปที่มาทำงานที่เชียงใหม่ เช่น พนักงานบริษัทบอร์เนียว บริษัทบอมเบย์เบอร์มา หมอสอนศาสนา ครูฝรั่ง  นอกจากนี้ลูกค้าสำคัญของห้างชัวย่งเส็ง คือ เจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการผู้ใหญ่จากกรุงเทพฯ

ปัจจุบันอาคารทั้งสี่หลังได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ปี พ.ศ.๒๕๕๖

ถัดมาทางเหนือเป็นบริเวณโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่

เดิมบริเวณนี้เคยเป็นที่ทำการโรงพยาบาล สุขศาลาและที่ทำการสุขาภิบาลเชียงใหม่

คราวมีการเรี่ยไรเงินเพื่อก่อสร้างครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๗ สมัยรัชกาลที่ ๖ คือเมื่อ ๘๙ ปีล่วงมา ผู้เป็นหลักคือ หลวงอนุสารสุนทร

รายละเอียดในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๒ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๔๖๘ ข้อความว่า

แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง มีผู้ออกเงินสร้างที่ทำการสุขาภิบาล โอสถสภาและโรงพยาบาล

ด้วยได้รับใบบอกประธานกรรมการสุขาภิบาลเมืองเชียงใหม่ว่า  ที่ทำการสุขาภิบาลและโอสถสภา แต่ก่อนนี้เป็นรูปเรือนโบราณ ทั้งเปนสถานที่คับแคบและเก่าด้วย กรรมการสุขาภิบาลจึงได้ดำริห์จะสร้างขึ้นใหม่ และได้เชิญบรรดาข้าราชการ พ่อค้านายห้างและคฤหบดี มาประชุมเพื่อปฤกษาหารือการที่จะก่อสร้างโรงพยาบาล โอสถสภา ที่ทำการสุขาภิบาลฯ ให้เปนที่ถาวรต่อไป

หลวงอนุสารสุนทรกิจ กรมการพิเศษ ได้รับสร้างโรงพยาบาลขึ้นตามแบบ ด้วยทุนทรัพย์ของตนเองหลังหนึ่ง รวมค่าก่อสร้างทั้งสิ้น เปนเงิน ๗,๓๒๗ รูเปีย ๘ สตางค์ ส่วนการสร้างโอสถสภาและอื่นๆ เรี่ยไรได้เงิน ๖,๖๓๓ บาท ๔๐ สตางค์ กับ ๒๐๐ รูเปีย แต่เงินจำนวนนี้ต้องกันไว้สำหรับเปนค่าซ่อมแซม และซื้อสิ่งของเบ็ดเตล็ดสำหรับโรงพยาบาล ซึ่งหลวงอนุสารสุนทรกิจรับสร้างเสีย ๖๓๓ บาท ๔๐ สตางค์ กับ ๒๐๐ รูเปีย ฉะนั้นหักแล้วคงเหลือเงิน ๖,๐๐๐ บาทถ้วน

กรรมการจึงได้เรียกช่างมาว่าประมูลรับเหมา ตกลงกันเปนค่าก่อสร้างโอสถสภาเปนเงิน ๗,๘๐๐ บาท

ที่ทำการสุขาภิบาลกับโรงเก็บรถยนต์รดน้ำถนนและดับไฟเปนเงิน ๗,๗๓๖ บาท

ค่ากำแพง ๓ ด้าน เปนเงิน ๑,๑๘๐ บาท

รวม ๓ อย่างเปนเงินที่จะต้องใช้จ่าย ๑๖,๗๑๖ บาท

เงินที่เรี่ยไรมาได้ไม่เพียงพอ ยังขาดอยู่ ๑๐,๗๑๖ บาท ได้เอาเงินเหลือจ่ายของสุขาภิบาลมาใช้เพิ่มเติมในการก่อสร้าง บัดนี้ได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว คือ

โรงพยาบาล เปนตึกชั้นเดียวกว้าง ๑๑ เม็ตร์ ๓๕ เซ็นต์ ยาว ๑๗ เม็ตร์ ๔๕ เซ็นต์ มีเฉลียง ๒ ด้าน พื้นถมหินโบกปูนสิเมนต์ หลังคามุงกระเบื้องสิเมนต์  ข้างในมีห้องคนไข้สำหรับชาย ๘ ที่และหญิง ๓ ที่ กับมีห้องคนใช้พิเศษ ห้องนางพยาบาล ห้องน้ำสำหรับชายและหญิง ห้องพัสดุ มีนามว่า “ตึกอนุสาร”

ครัวไฟเปนเรือนชั้นเดียวทำด้วยไม้สักกว้าง ๔ เม็ตร์ ๓๐ เซ็นต์ ยาว ๗ เม็ตร์ ๘๕ เซ็นต์ พื้นถมหินโบกปูนสิเมนต์ หลังคามุงกระเบื้องสิเมนต์

โอสถสภาเปนตึกชั้นเดียว กว้าง ๑๔ เม็ตร์ ๔๐ เซ็นต์ ยาว ๑๕ เม็ตร์ ๖๕ เซ็นต์ พื้นถมหินโบกปูนสิเมนต์ หลังคามุงกระเบื้องสิเมนต์ ข้างในกั้นเปนห้องพัก ห้องจำหน่ายยา ห้องเวชภัณฑ์ ห้องนายแพทย์ ห้องตรวจโรค ห้องทำการรักษาและวางยาสลบ ห้องผ่าตัด ห้องต้มน้ำและนึ่งเครื่องมือ ห้องตรวจเชื้อโรค

ที่ทำการสุขาภิบาลเปนตึกชั้นเดียว กว้าง ๙ เม็ตร์ ยาว ๑๖ เม็ตร์ ๖๐ เซ็นต์ แบ่งเปนห้องพัก ห้องประชุมกรรมการ ห้องสมุห์บาญชี ห้องปลัดสุขาภิบาลและห้องเก็บของ

โรงเก็บรถยนต์สำหรับรดน้ำถนนและดับไฟ กว้าง๑๐ เม็ตร์ ๗๐ เซ็นต์ ยาว ๑๖ เม็ตร์ ๖๐ เซ็นต์ ทำด้วยไม้กระยาเลย พื้นเทกอนกรีตโบกปูนสิเมนต์ หลังคามุงสังกะสี

กำแพง ๓ ด้านก่อด้วยอิฐโบกปูนสิเมนต์ เสาทำด้วยเฟโรกอนกรีต ระหว่างเสาใช้ไม้ซี่เปนรั้ว มีประตูด้านหน้าและด้านข้าง

การก่อสร้างได้แล้วเสร็จบริบูรณ์ ได้เปิดสถานที่นี้เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๗

อนึ่ง มีผู้ให้เงินซื้อสิ่งของต่างๆ อีก ๔๘ ราย เปนเงิน ๔,๒๐๕ บาท ๑๒ สตางค์ กับออกเงินซื้อสิ่งของเบ็ดเตล็ด ๑๘ ราย เปนเงิน ๔๖๘ บาท ๒๕ สตางค์ ออกเงินทำสะพานทางเดินจากโอสถสภาไปโรงพยาบาล ๓ ราย เปนเงิน ๒๐๐ บาท ตามบาญชีรายนามต่อท้ายแจ้งความนี้

กระทรวงมหาดไทยได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว  ทรงอนุโมทนาในส่วนกุศลสาธารณะประโยชน์นี้ด้วย

ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

แจ้งความมา ณ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๘

มหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช

เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

ท้ายข้อความนี้ มีรายชื่อผู้ร่วมบริจาคเงินประมาณ ๑๐๐ ราย ล้วนเป็นข้าราชการ พ่อค้าประชาชนคหบดีที่เป็นต้นตระกูลหลักของเมืองเชียงใหม่ทั้งสิ้น.

พ.ต.อ.อนุ  เนิดหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม