หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๑๐)

Author by 29/08/13No Comments »

ร้านศรีฟ้า เคยอยู่ที่ถนนวิชยานนท์ ถัดจากร้านเชียงใหม่ฟ้าใสไปทางทิศเหนือ เจ้าของคือ นายเจน แซ่เล้า ภรรยาคือ ประยูร รุ่นลูกใช้นามสกุล สุขสมมโนกุล เปิดร้านขายเครื่องหนัง รองเท้า กระเป๋า

รุ่นลูกมี ๔ คน คนหนึ่ง คือคุณนิพนธ์  สุขสมมโนกุล ให้รายละเอียดเกี่ยวกับร้านศรีฟ้าของรุ่นพ่อว่าได้มาเช่าอยู่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๔ ได้ซื้อไว้เป็นกรรมสิทธิ์รวม ๒ ห้อง

“ระหว่างนั้นเตี่ยผมได้ซื้อที่ดินย่านช้างเผือกไว้รวม ๒ ไร่ เยื้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่สมัยนั้นเป็นวิทยาลัยครูเชียงใหม่  ต่อมาเมื่อผมจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงร่วมกับพี่ชาย(นายนิทัศน์)ที่จบวิศวะมาด้วย สร้างโรงแรมใช้ชื่อว่า โรงแรมไอยรา ห้องพัก ๑๐๐ ห้อง ตอนนั้นใช้เงินลงทุนประมาณ ๔๐ ล้านบาท (ประเมินค่าที่ดินที่มีอยู่เดิมประมาณ ๒๐ ล้านบาท) สมัยนั้นเงินทุนส่วนหนึ่งกู้จากธนาคาร ดอกเบี้ยสูงมากร้อยละ ๑๘ บาท สมัยก่อนด้านล่างมีดิสโกเธคที่วัยรุ่นนิยมมากชื่อ แมมมอธ  ส่วนใหญ่รายได้มาก็เป็นดอกเบี้ยธนาคาร ภายหลังจึงขายไป คนซื้อคือ คุณหมออนุพันธ์กับกลุ่มเพื่อน และทราบว่าขายต่อไปหลายทอดแล้ว

“หลังจากสร้างโรงแรมไอยราแล้ว ต่อมาประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๙ เตี่ยมาซื้อที่ดินที่เขตอำเภอสันกำแพง ๘ ไร่ สมัยนั้นราคาเพียง ๘ ล้านบาท มาปลูกบ้านอยู่อาศัยกัน และเลิกค้าขายที่ถนนวิชยานนท์และต่อมาขายร้านให้คนอื่นต่อไป

“บริเวณที่ดินที่อำเภอสันกำแพง ผมเคยเปิดร้านไอยราแอนทีค สมัยนั้นรู้จักกลุ่มที่เล่นแอนทีคพวกแต่งบ้าน ขายดี มีลูกค้าเยอะ ภายหลังก็ซบเซาลง”

คุณนิพนธ์  สุขสมมโนกุล มีความรู้ทางด้านพระเครื่องเป็นอย่างดี เล่าเกี่ยวกับวงการพระเครื่องของเมืองเชียงใหม่ว่า

“ผมเล่นพระเครื่องตั้งแต่สมัยเรียนมงฟอร์ตฯแล้ว สมัยก่อนสนามพระเครื่องอยู่ที่สนามหญ้าหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบันนี้  เชิงสะพานนวรัฐ เรียกกันติดปากว่า ตลาดพระสวนรุกขชาติ ตอนเย็นจากโรงเรียนกลับบ้านที่ถนนวิชยานนท์ รถสามล้อจะผ่านหน้าจวนผู้ว่าฯ ผมจะลงไปดูแผงพระ แล้วเดินกลับบ้านเอง แวะดูพระทุกวัน  ตอนนั้นพระคงลำพูนองค์ละ ๕ บาท สวยหน่อยก็ ๑๐ บาท ตอนนั้นผมเช่าเก็บไว้บ้างแล้ว

“มาศึกษาและเล่นพระจริงจังสมัยเรียน ม.ช. ประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๘ อยู่ปี ๓ ตอนนั้นได้ความรู้จากการอ่านหนังสือพระ เริ่มมีหนังสืออภินิหารและพระเครื่อง  ผมจะไปซื้อที่ร้านคลังหนังสือ เยื้องกับโรงหนังศรีนครพิงค์ ถนนช้างม่อย ทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้นและเริ่มเช่าพระ

“เริ่มศึกษาและเช่าเก็บพระคงลำพูน ปี พ.ศ.๒๕๑๘ กรุพระคงแตกที่วัดพระคง ลำพูน เสาร์-อาทิตย์ผมขึ้นรถเมล์เขียวที่หน้าโรงแรมศรีประกาศ ไปที่วัดพระคง ค่าโดยสาร ๕๐ สตางค์  ไปเช่าพระ จำได้ว่าคนที่เก็บรักษาพระและให้ศรัทธาเช่าบูชาชื่อ ตุ๊ลุงทา เก็บพระคงใส่ตู้กระจก ๓ ชั้น วางพระคงเต็มตู้ คนสนใจก็ไปเช่าบูชานำเงินทำบุญองค์ละ ๑๐๐ บาท สมัยนั้นนำเงินไป ๕๐๐ บาท ได้พระคงกลับมา ๕ องค์ นำมาปล่อยองค์ละ ๑๒๐ บาที่แผงพระตลาดบุญอยู่ ตอนนั้นแผงพระย้ายจากหน้าจวนผู้ว่าฯ ไปตลาดบุญอยู่แล้ว

“ส่วนพระรอดลำพูน ช่วงที่ผมเล่นพระใหม่ๆ องค์ละ ๕ หมื่นบาท หากเป็นพิมพ์ใหญ่องค์ละ ๑ แสนบาท ตอนปี พ.ศ.๒๕๒๓ ผมเช่าพระรอดพิมพ์ใหญ่เนื้อสีขาวมาองค์ละ ๑ แสน ๕ หมื่นบาทจากคุณชัย  ตั้งชูชาติ เซียนพระเชียงใหม่ในสมัยนั้น เขาเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา”

ปัจจุบันคุณนิพนธ์  สุขสมมโนกุล มีตำแหน่งเป็นประธานโครงการอนุรักษ์และเผยแพร่พุทธศิลป์ล้านนาและเป็นเจ้าของเวบบ์พระ ล้านนาดอทคอม อีกด้วย

ปัจจุบันกรรมสิทธิ์เป็นของจอยและร้านวรพจน์  เจ้าของร้านวรพจน์เคยค้าขายอยู่ตรอกเล่าโจ๊ว

ถัดจากร้านศรีฟ้าไป  เป็น ร้านวินัยพานิช ตระกูล เลิศวิราม

ร้านวินัยพานิช เริ่มจากนายวินัย  แซ่โอ้ว(ต่อมาเปลี่ยนเป็นเลิศวิราม) เดิมอยู่จังหวัดนครสวรรค์ โยกย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่เพื่อสร้างฐานะ เริ่มต้นตั้งตู้ซ่อมนาฬิกาที่หน้าร้านนครพานิช ถนนวิชยานนท์ ต่อมาเมื่อมีเงินบ้างแล้วได้เช่าห้องแถวที่ปัจจุบันคือ ร้านทองศรีสุวรรณ เปิดร้านเป็นของตนเอง ขายแว่นตาและนาฬิกา

ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๗ มีการรื้อห้องแถวไม้และสร้างเป็นตึกแถวสองชั้นแบ่งขาย นายวินัย จึงได้ติดต่อซื้อไว้เป็นกรรมสิทธิ์และย้ายร้านมาอยู่ยังที่ซื้อไว้ในปัจจุบัน

รุ่นลูกรวม ๕ คน คือ

๑.นายอภิสิทธิ์ เลิศวิราม    ๒.นางวีณา จิตรมั่นชัยธรรม ร้านฉั่วเกียงเส็ง ขายรองเท้า

๓.นายอนันต์ เลิศวิราม มีกิจกรรมรับจัดสวน   ๔.นายอนุ เลิศวิราม

๕.นายอรุณ เลิศวิราม

ผู้ที่รับสืบทอดกิจการร้านวินัยการแว่น คือคุณอรุณ เลิศวิราม คุณอรุณ เล่าบรรยากาศย่านถนนวิชยานนท์สมัยเด็ก ว่า

“สมัยก่อนสนุก ถนนวิชยานนท์เป็นที่หัดจักรยานและใช้เล่นสเก็ต รถยนต์ยังน้อย กว่าจะเข้าบ้านก็ ๔ ทุ่ม เพื่อนเด็กกาดหลวงหลายคน อย่างร้านทองชื่อ จู(สุรศักดิ์) น้อย ร้าน  เอื้องฟ้า

“เยื้องกับที่ร้าน เป็นร้านศรทองของพี่ชาย เคยเป็นร้านขายปั๊มน้ำและพ่อซื้อไว้ ซื้อประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๗ ขณะนั้นราคา ๓ ล้านบาท ด้านข้างทิศใต้ที่เป็นทางรถเข้าเคยเป็นบ้านไม้เล็กๆชั้นเดียว หลังคามุงด้วยดินขอ ขายของพื้นเมือง เจ้าของชื่อ ลุงเที่ยงคำ ไม่มีลูกเมีย อยู่กับหลาน ต่อมารุ่นหลานขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ เจ้าของร้านนิยมพานิชเคยมาซื้อไว้ ต่อมาเปลี่ยนเป็นของเจ้าของร้านไพบูลย์ ทำเป็นทางเข้าที่จอดรถยนต์”

ถัดจากร้านวินัยพานิชไป  สมัยก่อนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวที่เรียกว่า เรือนแพหรือ   เฮือนแป

เจ้าของคือ นางหน้อย  แซ่เตี๋ย บุตรหญิงของนายลู้และนางเต่า  แซ่เตี๋ย รุ่นพ่อแม่เปิดร้านขายข้าวสารชื่อว่า “ร้านเตี๋ยย่งสง”

นางหน้อย  แซ่เตี๋ย แต่งงานกับนายเอ็กฮ่อ  แซ่นิ้ม อาชีพทำโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่อำเภอฝาง ใช้ชื่อว่าโรงเลื่อยจักรฝาง ต่อมาเปลี่ยนเป็นโรงเลื่อยไชยปราการ บุตรธิดา คือนายวินัย  นิมมานวัฒนา, นายนิ่มโฟ้, นายวิรัตน์  นิมมานวัฒนาและนางวรรณภา นอกจากนี้นายเอ็กฮ่อมีภรรยาอีก ๑ คน

นางหน้อย เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ ร้านที่ถนนวิชยานนท์ระยะหนึ่งให้ผู้อื่นเช่า  ต่อมาเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ไป

ร้านหนึ่งที่เคยมาเช่า คือ ร้านเล่งกี่แอนด์ซัน

เจ้าของคือ นายคุนบุ๊ง  แซ่กิมและนางชิวเชง  แซ่แต้ เหตุที่ตั้งชื่อร้านว่า ร้านเล่งกี่แอนด์ซัน เนื่องจากนายคุนบุ๊ง ดีใจที่ได้บุตรชาย ซึ่งบุตรชายคนหนึ่ง คือนายชัย  จิตติเดชารักษ์ ผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของร้านหนังสือสุริวงศ์

ร้านเล่งกี่แอนด์ซัน รุ่นปัจจุบัน ใช้นามสกุล “พัฒนเมธานนท์”

นายคุนบุ๊ง  แซ่กิมและภรรยาชื่อ นางชิวเชง  แซ่แต้ แต่งงานกันที่เมืองจีนและอพยพมาอยู่เมืองเชียงใหม่ เช่าห้องเปิดร้านค้าและพักอาศัยอยู่ที่ถนนวิชยานนท์แห่งนี้ โดยนายคุนบุ๊ง รับซ่อมรถจักรยานและซ่อมวิทยุ

รุ่นลูกมี ๗ คน เป็นชาย ๕ คน หญิง ๒ คน คือ

๑.นางบ่วยอิม                                  ๒.นายอุ๊ยเซียะ

๓.นายเชียงฮวด แซ่กิม                         ๔.นายชัย จิตติเดชารักษ์

๕.นายเชื้อ กิมสุวรรณ        ๖.นายวิโรจน์ แซ่กิม     ๗.น.ส.วิยะดา แซ่กิม

บุตรชายคนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านหนังสือใหญ่ในเชียงใหม่ คือ นายชัย  จิตติเดชารักษ์ ก่อตั้งร้านหนังสือ “สุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์”

นายชัย  จิตติเดชารักษ์ เคยทำงานเป็นผู้จัดการโรงภาพยนตร์ศรีนครพิงค์ของเจ้าไชยสุริวงศ์  ณ เชียงใหม่ เคยทำหน้าที่เขียนป้ายโฆษณาและกระจกคั่นระหว่างฉายหนัง ต่อมาเมื่อเจ้าไชยสุริวงศ์ไปเปิดโรงภาพยนตร์สุริวงศ์ที่หน้าประตูท่าแพ  นายชัย รับหน้าที่ผู้จัดการเช่นเดิม ต่อมาได้แต่งงานกับนางวรรณี ชาวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งครอบครัวมีร้านขายหนังสืออยู่เดิม นายชัย จึงได้เริ่มตั้งร้านหนังสือเล็กๆ เนื้อที่เพียง ๑๐ ตารางเมตร ที่บริเวณบันไดทางขึ้นโรงภาพยนตร์สุริวงศ์และเริ่มสั่งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารและของเด็กเล่นจากกรุงเทพฯ มาขายที่ร้าน เริ่มเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗

จากภายในโรงหนังสุริวงศ์ ร้านสุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ย้ายมาอยู่หน้าไนท์บาร์ซา ถนนช้างคลาน และย้ายอีกครั้งไปอยู่ริมถนนลอยเคราะห์ ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๕ มาอยู่ที่ถนนศรีดอนไชย ต่อมามอบให้บุตรหญิงคือ คุณจ้อย  จิตติเดชารักษ์ บุตรหญิงคนโตเข้ามาช่วยเหลือเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙ เป็นต้นมา.

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม เชียงใหม่