หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๑๓)

Author by 16/09/13No Comments »

อาคารตึกโบราณย่านกาดหลวง ถนนวิชยานนท์ที่ยังคงสภาพสวยงาม คือ ร้านตันย่งฮง

ร้านตันย่งฮง เริ่มต้นจากนายยง  ตันตาคม เดิมเป็นชาวจีนอพยพมาอยู่ประเทศสิงคโปร์ ต่อมาย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ และรู้จักกับเถ้าแก่ง่วนชุน ต้นสกุล “ตันตรานนท์” จึงย้ายมาทำงานกับเถ้าแก่ง่วนชุนเป็นหลงจู๊  เมื่อสะสมเงินได้บางส่วนแล้วได้แยกออกมาตั้งร้านค้าขายที่หน้าตลาดต้นลำไย

เปิดร้านขายเสื้อผ้า

นายยงและนางพูนสุข  ตันตาคม มีบุตรธิดา รวม ๗ คน คือ

๑.นางวศิน ศิริพันธ์ แต่งงานกับนายเซฟ ศิริพันธ์

๒.นายประยูร ตันตาคม แต่งงานกับนางจิตรา ตันตาคม

๓.นางปิยะนาถ ภูวกุล แต่งงานกับนายศุภวัตร ภูวกุล

๔.น.ส.กัลยาณี ตันตาคม

๕.นายประเสริฐ ตันตาคม

๖.นายประสิทธิ์ ตันตาคม

๗.นายกมล ตันตาคม แต่งงานกับนางเกษวดี  ตันตาคม

นายยง  ตันตราคม เสียชีวิตขณะอายุ ๖๐ ปี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑

ปัจจุบันผู้ที่สืบทอดกิจการค้าขายคือ นายกมล  ตันตาคมและ น.ส.กัลยาณี          ตันตาคม

นายกมล ตันตาคม เรียนจบจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ชั้น ม.๖ และไปต่อ ม.๗ และม.๘ ที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ หลังจากนั้นกลับมาช่วยงานค้าขายที่บ้าน ต่อมาแม่ให้ทำงานธนาคารกรุงเทพพาณิชยการของอนุสารสุนทร ภายหลังจึงออกมาค้าขายที่ร้านตันย่งฮงร่วมกับพี่สาว

          ถัดจากร้านตันย่งฮงไป ปัจจุบันเป็น ร้าน ส.เซ็นเตอร์ ขายเสื้อผ้าและร้านทองศรีสุวรรณ เดิมเคยเป็นที่ว่าง มีวัชพืชขึ้นรก ต่อมาเจ้าของสร้างอาคารตึกสองชั้นรวม ๓ ห้อง

          ผนังตึกบนชั้นดาดฟ้า เขียนว่า ตึกนายโหงว พ.ศ.๒๔๙๕ หมายถึงปีที่สร้างอาคารตึกหลังนี้

          ตึกนายโหงว เจ้าของ คือ นายโหงวเหมี่ยนไถ่ หรือเถ้าแก่โหงว แซ่เตียว คหบดีคนหนึ่งผู้ศรัทธาต่อครูบาศรีวิชัย มักคอยปรนนิบัติและเป็นผู้ขับรถรับส่งครูบาศรีวิชัยขณะยังมีชีวิตอยู่

ประวัติของเถ้าแก่โหงว  แซ่เตียว อพยพมาจากประเทศจีนมาอยู่กรุงเทพฯระยะหนึ่ง ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๖๐ อายุประมาณ ๒๐ ปี โยกย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ มาลงทุนค้าขายซึ่งขณะนั้นมีทุนและมีประสบการณ์การค้าขายมาจากกรุงเทพฯจึงสร้างฐานะได้อย่างรวดเร็ว  เถ้าแก่โหงวตั้งร้านค้าที่ถนนเจริญเมืองย่านสันป่าข่อย เป็นอาคารตึก ๒ ชั้นมีหลายห้องใกล้ตึกของหลวงอนุสาร เปิดร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและอะไหล่รถยนต์ ชื่อ “ร้านเตียวเมี่ยงไถ่” อีกทั้งรับเป็นเอเย่นต์จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทเชลล์ประจำจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

กิจการค้าของเถ้าแก่โหงวอีกส่วนหนึ่งคือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์บรรทุกใหญ่ที่เรียกว่า รถคอกหมู ยี่ห้อเชฟโรเลต นำมาจำหน่าย มักมีผู้ซื้อไปลงทุนวิ่งรับส่งคนโดยสารและสินค้าทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่และต่างอำเภอ

ด้านครอบครัว เถ้าแก่โหงวมีภรรยา ๒ คน ภรรยาจากเมืองจีน ชื่อ นางจิงจู  แซ่แต้ ไม่มีบุตรธิดา และภรรยาคนสันป่าข่อย คือ นางอุษา  สกุลเดิม ศรีวิชัย บุตรธิดา คือ

๑.นางจันทัย   สัตวีระ  ๒.นายอินทชาติ  เตียวเมี่ยงไถ่

๓.นางเยาวลักษณ์  ศิรินิรันดร์ แต่งงานกับนายประสบ  ศิรินิรันดร์ เจ้าของกิจการร้านทองแม่บุญเรือง

๔.นายธานี(อินแสง)  สุวรรณธนาทิพย์ แต่งงานกับนางสมพร  บูรณุปกรณ์

นอกจากร้านที่ย่านสันป่าข่อยแล้ว เถ้าแก่โหงวมีร้านที่ย่านกาดหลวง ถนนวิชยานนท์ติดร้านตันย่งฮง เปิดเป็นร้านขายรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด

การสะสมบุญของเถ้าแก่โหงว คือการบริการและจัดรถรับส่งครูบาศรีวิชัยเมื่อต้องเดินทางไปปฏิบัติกิจทางสงฆ์และพัฒนาสถานที่ต่างๆ เถ้าแก่โหงวมักใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฟอร์ด     เปิดประทุน ใช้รับส่งครูบาศรีวิชัย โดยเถ้าแก่โหงวทำหน้าที่ขับด้วยตนเอง

เถ้าแก่โหงว  แซ่เตียว เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔ ขณะอายุได้ ๖๙ ปี ด้วยโรคมะเร็ง

หลังจากการเสียชีวิตของเถ้าแก่โหงวแล้ว ทำให้กิจการค้าต้องชะงักลงเนื่องจากรุ่นลูกยังอายุน้อย ด้านแม่อุษา ภรรยาของเถ้าแก่โหงวมาสร้างตึกที่ย่านกาดหลวง ถนนวิชยานนท์ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของเถ้าแก่โหงวและเปิดร้านขายทองเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑ ชื่อ  “ร้านทองเรืองสุวรรณ”

คุณเยาวลักษณ์  ศิรินิรันดร์ บุตรหญิงคนหนึ่งของเถ้าแก่โหงว ให้ข้อมูลว่า สมัยนั้นร้านทองเตียวเมี่ยงไถ่ของแม่อุษา เปิด ๓ คูหา ได้ชื่อว่าเป็นร้านทองที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเชียงใหม่ขณะนั้น ใช้เงินลงทุนถึง ๒๕๐,๐๐๐ บาท ช่างทำทองแม่อุษาว่าจ้างนายประสบ  ศิรินิรันดร์ บุตรชายของร้านทองง่วนลีเส็ง ที่ถนนช้างม่อย ใกล้วัดหนองคำ มาทำงานเป็นหลงจู๊ในร้าน ซึ่งต่อมาได้แต่งงานกับคุณเยาวลักษณ์ ซึ่งหลังจากแต่งงานแล้วครอบครัวคุณเยาวลักษณ์ได้ย้ายมาอยู่ในตรอกเล่าโจ๊วซึ่งเถ้าแก่โหงวซื้อไว้  ด้านหลังติดตลาดวโรรส ก่อนหน้านี้เคยให้ร้านเสริมสวยอรทัยเช่าอยู่ปลายปี  ต่อมาหลังปี พ.ศ.๒๕๑๑ ได้เปิดร้านทองชื่อ “ร้านทองแม่บุญเรือง” ปัจจุบันรุ่นลูก มี ๓ คน คือนายบัญชา ศิรินิรันดร์ ดำเนินกิจการร้านทองแม่บุญเรือง, นายบัญญัติ  ศิรินิรันดร์ ทำงานวิศวกรและนายบรรดิษฐ์  ศิรินิรันดร์ ทำงานรับเหมาก่อสร้าง

ด้านร้านทอง “เตียวเมี่ยงไถ่” ของแม่อุษามอบให้บุตรชาย คือ นายธานี  สุวรรณธนาทิพย์ ดำเนินกิจการต่อมาระยะหนึ่ง ภายหลังจึงเลิกกิจการและให้เช่า

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเคยมาเช่าระยะหนึ่ง ต่อมานายประเสริฐ   สรณถาวรกุล เจ้าของประเสริฐแลนด์เช่าขายรถยนต์  ภายหลังมีนายสมศักดิ์  ศรีสุขวัฒนานันท์ มาเช่าเปิดขายเสื้อผ้ารวม ๒ ห้อง ใช้ชื่อว่า “ร้าน ส.เซ็นเตอร์” ส่วนอีก ๑ ห้องมีร้านทองศรีสุวรรณมาเช่าเปิดขายทองและต่อมากรรมสิทธิ์เปลี่ยนเป็นของร้านทองศรีสุวรรณ

          ร้านทองศรีสุวรรณ เจ้าของคือ นายประสาน  กุลศรีสุวรรณ แต่งงานกับนางกรรณิกา สกุลเดิม ศรีสุขวัฒนานันท์ รุ่นลูกรวม ๔ คน

นายประสาน กุลศรีสุวรรณ เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่ออายุ ๑๐ ขวบเศษ ครอบครัวโยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่ พ่อแม่เช่าห้องอยู่หน้าโรงเรียนซินเซิงใกล้แยกป่าแพ่ง โดยพ่อมีความรู้ด้านการทำทองมาจากกรุงเทพฯ จึงรับทำทองโดยมักรับงานมาจากร้านทองในตัวเมืองเชียงใหม่มาทำที่บ้าน

นายประสาน ได้ความรู้มาจากรุ่นพ่อ ต่อมาหลังแต่งงานจึงได้แยกครอบครัวมาเช่าและเปิดร้านขายทองของตัวเองเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐

นายประสาน กุลศรีสุวรรณ ให้ข้อคิดว่ารุ่นพ่อสามารถหาเงินมาเลี้ยงดูคนในบ้านได้ถึง ๑๑ ชีวิต คือ อาม่า(แม่) ภรรยา ๒ คนและลูกอีก ๘ คน แต่มายุคปัจจุบันรุ่นลูกมักขาดความพยายามที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่เพียง ๒ คนได้

ถัดจากร้านทองศรีสุวรรณมาทางเหนือ คือ ร้านเชียงใหม่ใจดีของ นายห้างสุเทพ  ชวาลา บุตรชายของนายห้างจรัล ชวาลา

          เดิมเคยเป็นร้านเตียจี่เซ้ง(วัฒนภัณฑ์) เจ้าของเป็นต้นตระกูล “อาภาวัชรุตม์” ตึกเก่าหลังนี้เป็นตึกหลังที่สองของย่านกาดหลวงบนถนนวิชยานนท์รองจากตึกของหลวงอนุสารสุนทร

ข้อมูลจากหนังสือเรื่องเล่าจาวกาดเล่ม ๓ ระบุว่า เดิมเป็นอาคารไม้เรือนแพของนายไฉ่เกี๋ยง และนางเป็ง แซ่ตั้ง นายไฉ่เกี๋ยงอพยพมาจากประเทศจีนมาอยู่เมืองเชียงใหม่ เปิดร้านขายของอยู่ที่ข้างตลาดต้นลำไย  ต่อมานางเป็ง มาซื้อที่ดินและอาคารเรือนแพแห่งนี้ในราคา ๒๐๐ แถบ(๑ แถบหรือรูเปีย ประมาณ ๘๐ สตางค์) เปิดร้านค้าขาย

ต่อมาตกสู่รุ่นลูกมี ๒ คน คือ นางหนึ้งและนางหย่อย  แซ่ตั้ง

นางหนึ้ง แต่งงานกับนายเชียงปู่ ยึดอาชีพค้าขายสร้างฐานะ สินค้าในร้านเป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับต่างๆ เมื่อฐานะมั่นคงดีแล้วนางหนึ้งรื้ออาคารร้านเดิมและสร้างอาคารตึกสองชั้นรวม ๓ คูหาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๖ สมัยนั้นร้านค้าละแวกใกล้เคียงมักเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ตึกของแม่หนึ้งจึงใหญ่โตโอ่โถงและเป็นตึกหลังที่สองรองจากตึกของหลวงอนุสารสุนทร

นางหนึ้ง เปิดร้านค้าขาย ตั้งชื่อว่า “ร้านเตียจี่เซ้ง”เปิดร้านขายของนานาชนิด มีตู้ทองเล็กๆ เครื่องเงิน ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ที่นอน หมอน มุ้ง เครื่องไทยทาน  เป็นต้น.

 

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่