หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๑๗)

Author by 16/11/13No Comments »

หลังร้านเชียงใหม่ใจดีในตรอกเล่าโจ๊ว หลายครอบครัวสร้างฐานะมั่นคงได้ที่นี่

ร้านหนึ่งคือ ร้านอั้งยิ่งเฮง ตระกูล “อังวัฒนา”  เริ่มจากเถ้าแก่อัง แต่งงานกับแม่บ๊วย  สกุลเดิมนิมมลรัตน์ รุ่นลูกมี ๒ คน คือ น.ส.สุนิสา  อังวัฒนา(แอ๊ด)และ น.ส.โสภา      อังวัฒนา(อู๊ด)

เถ้าแก่อังและภรรยา สร้างฐานะไว้มั่นคงโดยเฉพาะการลงทุนซื้อที่ดินไว้ซึ่งปัจจุบันมีราคาเพิ่มขึ้นมาก  นอกจากนี้ได้ลงทุนสร้างโรงน้ำแข็งที่ฟ้าฮ่ามใกล้สำนักงานบริษัทนิ่มซี่เส็ง มอบให้ น.ส.โสภา ดูแลกิจการ ปัจจุบันได้ปิดกิจการลง  ส่วน น.ส.สุนิสา สืบทอดกิจการร้านค้า

ใกล้กันคือ ร้านนิ่มพันธ์พานิช  อยู่ถัดไปทางทิศตะวันตกโดยมีร้านแสงเจริญคั่นกลาง

ร้านนิ่มพันธ์พานิช เจ้าของตระกูล “นิมมลรัตน์” คือ นายอยู่ซัว นิมมลรัตน์ ภรรยาคือ นางวรรณี(ฮวย) สกุลเดิม ปัทมอดิศัย ร้านนิ่มพันธ์พานิช ขายขนมแห้ง ขนมปังบรรจุปี๊บ ลูกอม ท็อฟฟี่สำหรับเด็ก ทั้งขายปลีกและขายส่ง ลูกค้ามักเป็นร้านค้าย่อยจากต่างอำเภอซึ่งมักมาซื้อจากร้านนี้

นอกจากมีร้านนิ่มพันธ์พานิชแล้ว นายอยู่ซัว ยังมีกิจการโรงน้ำแข็งที่หุ้นกับพี่ชาย คือ โรงน้ำแข็งรุ่งเรือง สมัยก่อนอยู่บริเวณห้างสรรพสินค้าแอร์พอร์ต ต่อมาลงทุนสร้างโรงน้ำแข็ง ชื่อ นิ่มพันธ์ ที่บ้านป่าตัน ใกล้ห้างฯโลตัสคำเที่ยง

นายอยู่ซัวและนางวรรณี มีบุตร ๑ คน คือ นายธนิต  นิมมลรัตน์ ต่อมานายอยู่ซัว มีภรรยาใหม่บุตรธิดา ๔ คน

นอกจากนี้มีร้าน โง้วเลี่ยงเฮง เจ้าของชื่อนายโง้ว  แซ่โง้วแต่งงานกับนางง่วนจึง  แซ่ก๊วย  เปิดร้านจำหน่ายยาฆ่าแมลง เมล็ดพันธุ์พืช รุ่นลูกรวม ๖ คน ใช้นามสกุล “ธีรธนัทพงศ์” ปัจจุบันรุ่นลูกที่สืบทอดร้านนี้ คือ นายพัทรโรจน์  ธีรธนัทพงศ์  นอกจากนี้รุ่นหลาน(รุ่นที่สาม)คนหนึ่งเรียนแพทย์ ชื่อแพทย์หญิงปรางทิพย์  กังวานวงศ์ ประจำโรงพยาบาลนครพิงค์

ข้ามคนละฝั่งถนนตรอกเล่าโจ๊วเป็นร้านทองแม่บุญเรืองถัดมาเป็นทางเข้าตลาดวโรรส, ธนาคารทหารไทย, ร้านขายผ้าเจซีคอลเลคชั่น, องค์การคุรุสภา(เดิม), ร้านอั้งยิ่งเฮง, ร้านวิมลนาฬิกา

บริเวณร้านวิมลในอดีต เคยเป็นร้านค้าใหญ่ของต้นตระกูล “ตันตรานนท์” ชื่อ ร้านตันฮั่วง้วน เจ้าของคือ เถ้าแก่ง่วนชุน  แซ่ตั้ง

ร้านตันฮั่วง้วน เริ่มเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๕ ตั้งอยู่ประตูทางเข้าตลาดวโรรส ด้านทิศใต้ เป็นอาคาร ๒ ชั้น ๓ คูหา ขายของชำหลายชนิด เช่น น้ำปลา น้ำตาล เกลือ เครื่องกระป๋องจากต่างประเทศ ขนมปัง โอวัลติน โกโก้ เป็นต้น จึงเป็นห้างใหญ่ของตลาดวโรรสในยุคนั้น

นายง่วนชุน  แซ่ตั้ง อพยพมาจากประเทศจีนเมื่ออายุประมาณ ๑๔ ปีมาทำงานอยู่กับญาติที่จังหวัดตากระยะหนึ่ง ต่อมาโยกย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ทำงานเป็นลูกจ้างที่ย่านวัดเกตการาม ต่อมาเริ่มเก็บเงินได้จึงเริ่มต้นค้าขายและเปิดร้านตันฮั่วง้วนที่ถนนวิชยานนท์ ด้านหลังติดตลาดวโรรส

ต่อมาเมื่อนายง่วนชุน อายุมากขึ้นได้ช่วยเหลือสังคมสาธารณะโดยเฉพาะด้านการศึกษาของเยาวชนเชื้อสายจีนในเชียงใหม่  เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนจีน คือโรงเรียนฮั่วเอง สอนเยาวชนจีนแต้จิ๋ว ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนฮั่วเคี้ยวสอนเยาวชนจีนแคะ ไหหลำและกวางตุ้ง  นอกจากนี้คราวที่ประเทศจีนรบกับประเทศญี่ปุ่น นายง่วนชุนและกลุ่มพ่อค้าในเชียงใหม่ได้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อส่งกลับไปประเทศจีนทำให้รัฐบาลไทยเนรเทศนายง่วนชุนและพ่อค้าบางคนกลับประเทศจีนระยะหนึ่ง ต่อมาได้รับอนุญาตให้กลับมาเชียงใหม่ได้(คุณธวัช  ตันตรานนท์เคยให้สัมภาษณ์)

ด้านร้านตันฮั่วง้วนนั้น นายง่วนชุน มอบหมายให้บุตรชายคนโต คือนายประสงค์ ตันตรานนท์ รับผิดชอบบริหารร้านสืบต่อมา

นายง่วนชุน แต่งงานกับนางขะ บุตรธิดารวม คน คือ

๑.นายประสงค์  ตันตรานนท์        ๒.นางซิวเลี้ยง  โควศุภมงคล

๓.นางทัศนี  เดชธำรง               ๔.นางทัศนัย  ตันตระโกศล

๕.นางจินดา  อนันตเศรษฐ                   ๖.นายธวัช  ตันตรานนท์

๗.นางชวดี  เลียววิริยะกิจ           ๘.นายประวิทย์  ตันตรานนท์

นอกจากนี้นายง่วนชุน มีภรรยา คือนางชิ้วหงส์ บุตรธิดา ๔ คน คือ

๑.นางเพ็ญพร  เกียรติไชยากร       ๒.นางสาวเพ็ญสุข  ตันตรานนท์

๓.นายวัชระ  ตันตรานนท์           ๔.นางพูนสุข  ลิมปตักมงคล

(หนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจศพนายธวัช  ตันตรานนท์,๒๕๔๖)

รุ่นลูกคนหนึ่งของเถ้าแก่ง่วนชุน ที่เป็นนักธุรกิจกำลังประสบความสำเร็จในขณะนี้ คือ นายวัชระ ตันตรานนท์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

นายวัชระ  ตันตรานนท์ เคยให้ข้อมูลไว้ในหนังสือผู้จัดการ ว่าเกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ ในตระกูลตันตรานนท์ เจ้าของกิจการห้างสรรพสินค้า “ตันตราภัณฑ์” ที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือตอนบนในอดีต แต่ตัวเขาเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจกงสีของตระกูลมากนัก

นายวัชระ จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการบัญชี จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านทั้งความล้มเหลว และความสำเร็จในธุรกิจมาแล้วหลายรอบ  ต่อมามาเริ่มต้นทำธุรกิจพัฒนาที่ดินของตนเอง เริ่มจากโครงการสวนเกษตรกึ่งรีสอร์ต   “มิสตี้ฮิลล์”  ที่อำเภอแม่แตง ก่อนที่จะขยายเครือข่าย โดยมีบริษัท วีกรุ๊ปคอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นโฮลดิ้งคอมปานี ผุดโครงการคอนโดมิเนียม ฮิลล์ไซด์ ๑ ถึง ๕ และอื่นๆ เช่น ทาวน์เฮาส์ “เดอะฮิลล์เพลส”

เมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๙  วีกรุ๊ปฯ ซื้อ ที่ดินติดถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ของทนง ศิริปรีชาพงษ์ หรือ ป.เป็ด เนื้อ ที่ ๓๐๐ ไร่ ในราคา ๑,๒๐๐ ล้านบาท จากนั้น ก็ได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวบางส่วน ค้ำประกันเงินกู้จากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จีเอฟ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเงินทุนจีซีเอ็น จำกัด(ทั้ง ๒บริษัทถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลโอสถานุเคราะห์)  รวมประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท และกลายเป็นลูกหนี้ของ ปรส.ไปในที่สุด ช่วงปลายปี พ.ศ.๒๕๔๑ สถาบันการเงินเจ้าหนี้รายอื่นๆ ที่ไม่ถูกสั่งปิดกิจการทยอยเข้าครอบครองทรัพย์สิน คอนโดมิเนียมตามโครงการต่างๆ ของเขา ที่ยังขายไม่ออกไปบางส่วนแล้ว

แต่เขาสามารถประมูลซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวคืนมาจาก ปรส.ได้ในภายหลัง

ที่ดินแปลงนี้กลายเป็นทำเลทองของเขาในเมืองเชียงใหม่ภายใต้โครงการที่ชื่อ “เชียงใหม่บิสสิเนสพาร์ค: CBP” อันเป็น ฐานที่มั่นของวัชระ เพื่อให้เขาต่อยอดสร้าง มูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องทั้งเปิด ให้เช่าพื้นที่ระยะยาว รวมถึงการขยายเครือข่ายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจอื่นๆ

ส่วนหนึ่งลงทุนทำ “คุ้มขันโตก” โชว์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา ดึงดูดนักท่องเที่ยว ต่อมาคือโครงการรีสอร์ตสไตล์บูติก  “ปริ๊นซ์คุ้มพญารีสอร์ทแอนด์สปา”  พิธีเปิดเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ มีอมรพันธ์ นิมานันท์ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิด

นอกจากนี้เขายังคงมีโครงการพัฒนา ที่ดิน ที่เริ่มต้นในยุคเศรษฐกิจรุ่งเรืองอยู่นั่นคือ โรงเรียนเชียงใหม่เทคโนโลยี ริมถนนสายอ้อมเมืองเชียงใหม่  รวมทั้งยังมีแลนด์แบงก์ในเขตอำเภอรอบนอก ย่านอำเภอหางดง-จอมทอง อีกนับพันไร่ ที่เตรียมไว้สำหรับการก่อสร้างมหาวิทยาลัยนานาชาติ-โครงการพัฒนา ที่ดินต่อเนื่อง(นิตยสารผู้จัดการ,สิงหาคม ๒๕๔๓)

ร้านตันฮั่วง้วน ต่อมาเปลี่ยนเป็นร้านตันติยานันท์  ดำเนินกิจการโดยรุ่นลูก คือ นายประสงค์  ตันตรานนท์  ต่อมาหลังไฟไหม้ตลาดวโรรสเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ เปลี่ยนเป็นร้านวิมล เจ้าของ คือ นางสาววิมล  เจือสันติชัยกุล

รุ่นพ่อแม่ คือ นายจังเพ้ง  แซ่เจียงและนางกิมลั้ง  แซ่ตั้ง นายจังเพ้ง อพยพจากประเทศจีนมาทำงานรับจ้างที่ตลองเตย กรุงเทพฯ ต่อมามาทำงานรับจ้างเป็นเด็กท้ายรถอยู่ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เก็บเงินจนซื้อรถโดยสารเป็นของตัวเองได้รวม ๔ คัน ภายหลังมาอยู่กับครอบครัวฝ่ายภรรยาที่ข้างวัดแสนฝาง ในตัวเมืองเชียงใหม่

นางสาววิมล  เจือสันติชัยกุล ประกอบอาชีพค้าขาย มีแผงอยู่ในตลาดวโรรสขายขนมปัง แป้ง ขนมเปี๊ยะ ภายหลังไปซื้อผลไม้มาขายที่ร้านด้วย  เมื่อมีทุนมากขึ้นได้เช่าตึกแถวที่ตลาดวโรรสด้านถนนช้างม่อย ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพฯในปัจจุบัน ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า กีตาร์  ต่อมาไปซื้อตึกแถวที่ตรอกวัดแขก ๑ ห้อง สั่งแป้ง ถุงพลาสติกมาขาย หลังจากนั้นซื้อตึกแถวที่ถนนท่าแพ เปิดร้านขายนาฬิกาแว่นตาปากกาใช้ชื่อว่า ร้านวิมลและเปิดร้านเพิ่มเติมที่ถนนวิชยานนท์ปากตรอกเล่าโจ๊วเพิ่มอีก ๑ ร้าน.

 

  • ภาพ ปากตรอกเล่าโจ๊วด้านถนนวิชยานนท์


พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม เชียงใหม่