หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๒๒)

Author by 24/01/14No Comments »

หลังเกิดไฟไหม้ตลาดวโรรสครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ เมื่อมีการสร้างอาคารพาณิชย์ใหม่ด้านหน้าตลาดวโรรส  ร้านเดิมบางร้านใช้สิทธิ์ซื้อและเปิดร้านใหม่ ร้านเดิมอีกส่วนหนึ่งได้ทำเลใหม่และเห็นว่าอาคารพาณิชย์สร้างใหม่ราคาสูงเกินไปจึงไม่ซื้อ ส่งผลให้มีผู้ลงทุนรายใหม่มาลงทุนเปิดร้านค้าขาย

ถัดจากทางเข้าตลาดวโรรส(ประตูกลาง)มาทางตะวันออก คือ ร้านทองย่งเชียงล้ง ตระกูล “โอวิทยากุล”

ร้านนี้เริ่มจากนายเซ่งลิบ แซ่โอ้ว อพยพมาจากประเทศจีนเมื่ออายุ ๑๖ ปี ประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๗ มาทำงานในเมืองเชียงใหม่ เริ่มเป็นลูกจ้างร้านทองของญาติที่ถนนวิชยานนท์ชื่อ “ร้านทองย่งเซ่งล้ง” ถัดจากร้านปัจจุบันไปประมาณ ๓ ห้อง เถ้าแก่เคยเป็นเจ้าของร้านแหลมทอง

ต่อมาได้ย้ายกลับไปประเทศจีนครั้งหนึ่ง ญาติทางประเทศจีนจัดให้แต่งงานมีบุตรธิดา ๒ คน ต่อมาเมื่อประเทศจีนเปลี่ยนระบบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ นายเซ่งลิบเดินทางกลับมาอยู่เมืองเชียงใหม่

เมื่อมีเงินสะสมบ้างแล้ว นายเซ่งลิบเริ่มเปิดร้านขายทองโดยหุ้นกับญาติ เช่าห้องเปิดร้านทองเล็กบริเวณทางเข้าตลาดวโรรส  โดยเช่าร้านวัฒนาพรโอสถ  นายเซ่งลิบเซ้งชั้นล่าง ส่วนเจ้าของร้านเดิมอยู่ชั้นบน  ตอนเริ่มต้น เริ่มมาทำตู้ทองเล็กๆ มีทองไม่มาก ต่อมามีทุนมากขึ้นจึงซื้อทองมาเพิ่มมากขึ้น ร้านทองชื่อ “ร้านทองย่งฮั่วล้ง”

หลังจากแต่งงานกับนางยุพิน   โอวิทยากุล แล้ว นายเซ่งลิบ  แซ่โอ้ว แยกตัวจากที่เคยหุ้นกับญาติ แยกมาเปิดร้านทองของตัวเองที่ข้างๆ ร้านเดิม ติดประตูเข้าออกตลาดวโรรส โดยเซ้งต่อจากนายจุนเลี้ยง  แซ่โอ้ว ภรรยาชื่อ นางเง็กง้อ แซ่โอ้ว ลูกสาวคนหนึ่งคือ เอื้อมพร เจ้าของร้านวัฒนาพรโอสถ เฉพาะด้านหน้าร้าน ส่วนด้านหลังร้านเจ้าของเดิมยังค้าขายอยู่ ใช้ชื่อว่า “ร้านทองย่งเชียงล้ง” คำว่า “เชียง” หมายถึงการพัฒนาก้าวหน้า ส่วน “ล้ง” หมายถึงความยั่งยืนมั่นคง

นายเซ่งลิบและนางยุพิน  โอวิทยากุล มีบุตรธิดารวม ๗ คน คือ

๑.นายสุรพล(เจ็ง)  โอวิทยากุล เจ้าของกิจการร้านทองย่งเชียงล้ง

๒.นายสุรชัย       โอวิทยากุล เจ้าของกิจการร้านทองศรีชัย

๓.นางแสงทอง  ชัยสิริโรจน์ ทำงานบริษัทที่กรุงเทพฯ

๔.น.ส.แสงเดือน  โอวิทยากุล                   ๕.น.ส.อรวรรณ  โอวิทยากุล

๖.นางจารุวรรณ  จิระมงคลสุข                 ๗.นายสุรศักดิ์  โอวิทยากุล

ร้านทองย่งเชียงล้ง ดำเนินกิจการต่อมาโดยนายสุรพล  โอวิทยากุล ซึ่งเล่าการเริ่มสร้างฐานะของรุ่นพ่อและบรรยากาศของการค้าขายย่านกาดหลวงในอดีตว่า

“พ่อเคยเล่าว่าเดินทางจากเมืองซัวเถามาฮ่องกงก่อน ใช้เวลา ๗ วัน ตอนนั้นอายุเพียง ๑๖ ปี เมาเรือ กินได้แค่น้ำข้าวต้ม บางคนตายบนเรือต้องถูกหามทิ้งทะเลก็มี ต่อมาพ่อมาขึ้นฝั่งที่คลองเตย กรุงเทพฯ และนั่งรถไฟมาเชียงใหม่ตามลำพัง มาทำงานเป็นเด็กฝึกหน้าร้านกับญาติเป็นเจ้าของร้านทอง ชื่อ “ย่งเชงล้ง” รุ่นลูกเขาชื่อ หิรัญ เป็นเจ้าของร้านแหลมทอง ขายเครื่องไฟฟ้า

“เคยกลับเมืองจีนครั้งหนึ่ง และแต่งงานมีเมืองจีนมีลูก ๒ คน ต่อมาพ่อกลับมาค้าขายที่เชียงใหม่จนจีนเปลี่ยนการปกครองก็ไม่ได้กลับอีก ลูก ๒ คนต่อมาย้ายมาอยู่เชียงใหม่ พ่อเปิดร้านทองให้ ชื่อ ร้านทองนำเจริญ ที่ตลาดนวรัฐ อีกคนไปมีร้านทองที่จังหวัดพะเยา ชื่อร้านทองแสงเจริญ

“เก็บเงินได้ก็แยกมาเปิดร้านทองหุ้นกับน้าชื่อ นายเปงตี่  แซ่เฮง เขามาอยู่ก่อนเคยทำงานเป็นช่างตีทอง  ต่อมาแต่งงานกับแม่ ชื่อ ยุพิน ครอบครัวแม่ผมเคยอยู่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ต่อมาครอบครัวย้ายมาค้าขายอยู่เมืองเชียงใหม่  ยายมีแผงลอยค้าขายอยู่ตลาดวโรรสแม่จึงมาช่วยค้าขาย พ่อขายทองอยู่ เดินเข้าตลาดก็เจอแม่จึงเกิดความรักกันและแต่งงานกัน

“ผมเกิดปี พ.ศ.๒๔๙๘  ตึกเดิมเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ เป็นตึก ๓ ชั้นมีดาดฟ้า

“ช่วงที่เกิดไฟไหม้ใหญ่ปี พ.ศ.๒๕๑๑ ผมยังเด็ก ที่ร้านเราถูกไฟไหม้  เราขนทองออกได้บางส่วน ครอบครัวย้ายไปอยู่ตลาดนวรัฐซึ่งพ่อซื้อตึกแถวทำร้านทองไว้อีกร้านหนึ่ง ชื่อร้านนำเจริญ อยู่หลังร้านทองโอ๊วจินเฮง ต่อมาเมื่อตลาดวโรรสสร้างเสร็จแล้ว ปี พ.ศ.๒๕๑๓ ทางเจ้าของตลาด คืออาจารย์ไกรศรี  นิมมานเหมินท์ให้สิทธิคนที่เคยอยู่ก่อนซื้อตึกหน้าตลาด พ่ออยากได้ห้องเดิมที่เคยอยู่เพราะอยู่ติดปากทางเข้าตลาด แต่อาจารย์ไกรศรีไม่ยอม บอกว่าจะใช้ทำสำนักงาน ภายหลังพ่อไปขอหลายครั้งจึงยอม จำได้ว่าเมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารวมกลุ่มกันต่อต้านไม่ยอมซื้อตึกแถวเพราะเห็นว่าราคาสูงเกินไป มีการล่ารายชื่อ แต่พ่อเห็นว่าราคาเหมาะสมแล้ว จะดีในอนาคตจึงไม่ร่วมด้วยและซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ ๒ ห้อง จ่ายเงินสดส่วนหนึ่ง ที่เหลือผ่อนส่ง  สมัยนั้นอาจารย์ไกรศรีเป็นเจ้าของบริษัทไทยเงินทุน เราผ่อนกับบริษัทนี้  ไม่มีดอกเบี้ย ครอบครัวเรากลับมาเปิดร้านทองอีกครั้งหนึ่ง ผมจบมัธยมปลายจากโรงเรียนมงฟอร์ตฯ เริ่มฝึกงานที่ร้านทองที่ตลาดนวรัฐ  ต่อมาจึงกลับมาเริ่มทำงานที่ร้านทองของพ่อและภายหลังผมรับหน้าที่ดูแลกิจการร้านทองต่อจากรุ่นพ่อ”

นายสุรพล แต่งงานกับนางดุษฎี  สกุลเดิมชัยเรืองวิทย์ บุตรธิดา ๔ คน คือ

๑.นายบุญชัย  โอวิทยากุล                        ๒.ทพ.ดารุณี  โอวิทยากุล

๓.นางสาวสิริรักษ์  โอวิทยากุล                  ๔.นายวรชัย  โอวิทยากุล

       ถัดจากร้านทองย่งเชียงล้ง ของนายสุรพล  โอวิทยากุลไปทางทิศเหนือ เป็นร้านทองแสงชัย

ถัดไปเป็น “ร้านทองจินเฮงล้ง” ของตระกูล “โอจรัสพร”

ร้านทองจินเฮงล้ง เริ่มต้นจากรุ่นพ่อ คือนายล่งเส็ง  แซ่โอ๊ว(ต่อมาเปลี่ยนเป็นนายเรือง  โอจรัสพร) อพยพจากประเทศจีนขณะวัยเด็กมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯระยะหนึ่ง ต่อมาจึงย้ายมาอยู่เชียงใหม่มาอยู่กับพี่ชายที่มาอยู่ก่อนแล้ว

พี่ชาย ๒ คนคนหนึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านทองโอ๊วจินเฮง อีกคนหนึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านทองโอ๊วจินล้อ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ใหญ่โตเช่นปัจจุบัน

นายล่งเส็งมาทำงานอยู่กับพี่ชายที่เป็นเจ้าของร้านโอ๊วจินล้อ ตั้งอยู่ริมถนนวิชยานนท์ ด้านหลังติดตลาดวโรรส รุ่นลูกคนหนึ่งของเถ้าแก่ร้านทองโอ๊วจินล้อ คือ เสี่ยเมี่ยงหรือนายชาญ  โอวชูกิจ

ต่อมานายล่งเส็ง แต่งงานกับภรรยาชาวกรุงเทพฯที่ญาติแนะนำ ชื่อนางยุพิน  แซ่โง้ว หลังจากแต่งงานแล้วได้แยกออกมาสร้างฐานะโดยเช่าห้องแถวไม้สองชั้นอยู่มุมถนนช้างม่อย ตรงข้ามร้านวิศาลบรรณาคาร ปัจจุบันคือบริเวณร้านทองเชียงใหม่ เจ้าของคือเถ้าแก่โอ๊ว และนายล่งเส็งตั้งร้านทองเล็ก ชื่อ “ร้านทองจินไท้ล้ง”

ต่อมาเถ้าแก่โอ๊วรื้อห้องแถวและสร้างเป็นตึกแถว นายล่งเส็งย้ายไปเช่าห้องของร้านตันย่งฮงเปิดร้านทองอยู่ที่ถนนวิชยานนท์  เมื่อเถ้าแก่โอ๊วสร้างตึกเสร็จแล้วจึงย้ายกลับมาซื้อไว้ติดร้านเดิมที่เคยเช่าเปิดขายทอง ต่อมาได้ซื้อห้องเพิ่มเติมทางด้านตะวันออกอีก ๓ ห้อง เปิดร้านทองเพิ่มเติมโดยนายล่งเส็งและนางยุพิน แยกกันขายคนละร้าน

นายล่งเส็งและนางยุพิน  มีบุตรธิดารวม ๕ คน คือ

๑.นางลาวัลย์  สินธวถาวร จบเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันทำธุรกิจอยู่กรุงเทพฯ

๒.นพ.ธวัช  โอจรัสพร                  ๓.นายทวี  โอจรัสพร มีกิจการร้านทองจินเฮงล้ง

๔.นพ.เสรี  โอจรัสพร                   ๕.พญ.วรรณี  โอจรัสพร

ผู้ที่สืบทอดร้านทองต่อมาคือ นายทวี  โอจรัสพร ให้ข้อมูลว่า

“ผมจบมัธยมต้นที่โรงเรียนมงฟอร์ตฯ ก็ออกมาช่วยพ่อแม่ค้าทองที่ร้านเดิมที่ถนนช้างม่อย ตรงข้ามร้านวิศาลบรรณาคาร สมัยก่อนขายดีมาก แต่ละวันขายไม่ได้หยุด ด้านตรงข้ามเคยมีตึกแถว มีร้านหมอจันทร์แดง, ร้านขายเมี่ยงเชียงใหม่, ร้นขายจักรยานยี่ห้อราเลย์, ร้านขายของชาวเขา ต่อมาตึกนี้ถูกเทศบาลเวนคืนต้องรื้อ และสร้างเป็นถนนริมน้ำปิง

“ต่อมาเมื่อเกิดไฟไหม้ตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย ปี พ.ศ.๒๕๑๑ ร้านทองหลายร้านถูกไฟไหม้ต้องหยุดกิจการหลายร้าน ทำให้ร้านของพ่อแม่ขายดีมาก

“จนปี พ.ศ.๒๕๑๓ อาจารย์ไกรศรี  นิมมานเหมินท์ เจ้าของตลาดวโรรสสร้างตึกแถวใหม่หน้าตลาด ให้สิทธิ์คนที่เคยตั้งร้านค้าอยู่ก่อนมีสิทธิ์ซื้อ  สอบถามพี่ชายของพ่อ ผมเรียกว่าอาแปะ เจ้าของร้านทองโอ๊วจินล้อ  เขาไม่ซื้อ  ตอนนั้นร้านเขาย้ายไปอยู่ที่ตรอกเล่าโจ๊วแล้ว  พ่อผมจึงได้สิทธิ์ซื้อไว้ ๑ ห้อง ราคา ๗ แสน ๕ หมื่นบาท และผมได้แยกออกมาตั้งร้านทองที่นี่ ใช้ชื่อว่า ร้านทองจินเฮงล้ง”

นายทวี  โอจรัสพรแต่งงานกับนางวิภา  สกุลเดิมนิมมานวัฒนา รุ่นลูกมี ๓ คน คือ นายณัฐพล  โอจรัสพร ดูแลกิจการร้านทองจินเฮงล้ง,นายมงคลรัฐ  โอจรัสพร ดูแลกิจการโรงแรมท่าแพอินนท์ และ น.ส.จิตลดา  โอจรัสพร ทำงานแผนกจัดเลี้ยง โรงแรมศิริปันนา.

***ภาพ  ร้านทองที่หน้าตลาดวโรรส    

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม