หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๒๓)

Author by 24/01/14No Comments »

ถัดจาก “ร้านทองจินเฮงล้ง” ไปเป็นร้านทองแสงสุวรรณ

ร้านทองแสงชัย  ร้านทองแสงสุวรรณ และร้านทองแสงชัย สาขา ๒ ทั้งสามร้านเป็นพี่น้องกัน

ร้านทองแสงสุวรรณ เป็นพี่ชาย คือ นายสุวัฒน์  ตันติพันธุ์พิพัฒน์  ปัจจุบันอายุ ๖๗ ปี ดั้งเดิมอยู่อำเภอสา จังหวัดน่าน พ่อแม่เปิดร้านค้าขายของชำ  นายสุวัฒน์ เริ่มมีความรู้ทางช่างทองเมื่อไปฝึกทำงานที่ร้านเจริญไทยในเมืองอุตรดิตถ์ขณะอายุ ๑๒ ปี ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๘ ขณะอายุ ๑๙ ปีมาเที่ยวงานลอยกระทงที่เมืองเชียงใหม่  เห็นผู้คนจำนวนมากเหมาะที่จะค้าขายจึงขอทุนจากพ่อมาเซ้งตึกที่ตลาดประตูเชียงใหม่เป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท และเปิดร้านขายทอง ขณะนั้นถือว่าเป็นร้านแรกของตลาดประตูเชียงใหม่ ใช้ชื่อว่า “ร้านทองแสงเจริญ”  ต่อมานายลุ่ยง้วน  แซ่ตั้ง บิดาได้มาช่วยที่ร้านด้วย

ต่อมาไปเปิดอีกร้านหนึ่งที่ตลาดประตูช้างเผือก ให้น้องชายมาดูแลกิจการ ใช้ชื่อว่า ห้างทองแสงอรุณ ภายหลังได้ปิดกิจการและย้ายมาเปิดที่ตรอกเล่าโจ๊ว ชื่อร้านทองโชคเจริญ ปัจจุบันยังเปิดดำเนินการอยู่

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ ได้มาเปิดสาขาเพิ่มที่หน้าตลาดวโรรส ถนนวิชยานนท์  เดิมมีร้านทองอยู่แต่ปิดกิจการจึงซื้อต่อและเปิดร้านทองแสงสุวรรณ  นอกจากนี้น้องชายคือ นายวชิระ  ตันติพันธุ์พิพัฒน์ ได้แยกไปเปิดร้านทองแสงชัย, แสงชัยสาขา ๒ และแสงไทย ฝั่งตลาดต้นลำไย

ร้านทองแสงชัยสาขา ๒ เดิมเป็นของนางเอื้อมพร  โออริยกุล เจ้าของร้านวัฒนาพรโอสถ ซื้อไว้หลังไฟไหม้ตลาด หลังจากซื้อไว้แล้วให้ผู้อื่นเช่าทำร้านทอง ต่อมาเจ้าของเลิกกิจการ จึงได้ขายต่อให้นายวชิระ  ตันติพันธุ์พิพัฒน์

ระหว่างร้านทองแสงสุวรรณและร้านทองแสงชัย สาขา ๒ มีร้านทองแสงเพชร

ร้านทองแสงเพชร คนเมืองเชียงใหม่มักรู้จักเจ้าของในนาม “เสี่ยทิ้ว” ผู้ชอบช่วยเหลืองานสังคมเมืองเชียงใหม่

ร้านทองแสงเพชร เจ้าของคือ นายสมชาย  กอศิริวรชัยและภรรยาคือ นางวายุรี  กอศิริวรชัย เริ่มเปิดร้านเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ หลังไฟไหม้ตลาดวโรรสเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ มีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ใหม่นายสมชายและครอบครัวจึงมาซื้อเปิดร้านทองแสงเพชร

เดิมนายสมชาย  กอศิริวรชัย มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ เดินทางมาค้าขายพลอยที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้พบรักและแต่งงานกับนางวายุรี ซึ่งค้าขายอยู่ในเมืองเชียงราย พ่อแม่เปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ถนนธนาลัยชื่อ “ร้านฉื่อฮั่วหลี”

เมื่อเห็นว่าเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่เหมาะที่จะมาค้าขายจึงโยกย้ายมา ขณะนั้นอาคารพาณิชย์สร้างใหม่ของตลาดวโรรสเพิ่งสร้างเสร็จจึงได้ซื้อไว้ ๑ ห้องผ่อนกับห้างหุ้นส่วนอนุสาร

ร้านแสงเพชร จำหน่ายพลอย เพชรและทอง เป็นร้านที่มีชื่อเสียงเมื่อย้อนไปเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อนเนื่องจากนายสมชายหรือที่รู้จักกันในชื่อ “เฮียทิ้ว ร้านแสงเพชร” เป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีชอบช่วยเหลือกิจกรรมทางสังคม เป็นสมาชิกสโมสรไลอ้อนโฮส สมัยนั้นมีหลายคนที่ร่วมอยู่ในสโมสรนี้และร่วมกันทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น นายห้างจรัล ร้านเชียงใหม่ใจดี นายนิตย์ วังวิวัฒน์ เป็นต้น

ผลงานการช่วยเหลือสังคมที่คนทั่วไปรับรู้กันคือ ช่วยจัดงานฤดูหนาวเชียงใหม่สมัยที่ผู้ว่าฯ ชัยยา  พูนศิริวงศ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  “เฮียทิ้ว” ช่วยดำเนินการเครื่องเล่นในงานโดยเฉพาะการไปซื้อรถไฟขนาดเล็กมาวิ่งรอบบริเวณงานที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่  เป็นที่แปลกใหม่และสนุกสนานแก่ชาวเชียงใหม่ทั่วกัน  นอกจากนี้ยังประสานด้านการหาสินค้ามาเป็นสปอนเซอร์ในการประกวดนางสาวเชียงใหม่ มีการจัดถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สีเป็นครั้งแรกอีกด้วย

“เฮียทิ้ว” รับเป็นแม่งาน อีกทั้งผู้ที่ชนะการประกวดเป็นนางสาวเชียงใหม่นอกจากได้รับมงกุฎแล้ว “เฮียทิ้ว” ยังมอบแหวนเพชรจากร้านแสงเพชรให้เป็นรางวัลอีกด้วย แม้จะสิ้นค่าใช้จ่ายไปบ้างแต่ในเชิงการประชาสัมพันธ์แล้วถือว่าคุ้มค่าเพราะทำให้ร้านแสงเพชรเป็นที่รู้จักกันทั่วไป

ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น เฮียทิ้ว กลับมาพักผ่อนอยู่ที่ร้านหยุดกิจกรรมทางสังคม รุ่นลูกมี ๔ คน

ถัดจากร้านทองแสงชัย สาขา ๒ ไปเป็นร้านทองตั๊กเซ่งล้ง ของตระกูล “แซ่เตี๋ยว”

          ร้านทองตั๊กเซ่งล้ง เริ่มจากนายยินปั๊ก  แซ่เตี๋ยว อพยพมาอยู่เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๖ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านทองของผู้อื่นระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีทุนจึงได้เปิดร้านทองของตัวเอง  ด้านครอบครัวสมรสกับแม่อุษา  แซ่เตียว เริ่มเปิดร้านทองที่ตลาดวโรรสเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ ใช้ชื่อว่า ร้านทองตั๊กเซ่งฮง คราวเกิดไฟไหม้ตลาดวโรรสปี พ.ศ.๒๕๑๑  นายยินปั๊กและครอบครัวย้ายไปเปิดร้านทองที่ตลาดนวรัฐ เมื่อตลาดวโรรสสร้างเสร็จจึงกลับมาซื้อตึกแถวบริเวณเดิมและเปิดร้านทองเช่นเดิม

นายยินปั๊กและแม่อุษา  แซ่เตี๋ยว มีบุตรธิดารวม ๘ คน คือ

๑.นายวัลลภ  แซ่เตี๋ยว(แต่งงานกับนางอี่จิน บุตร ๑ คน คือ น.ส.นงนภัส  แซ่เตี๋ยว)

๒.นางนพรัตน์  แซ่เตี๋ยว ดูแลกิจการร้านทองตั๊กเซ่งล้ง

๓.นางมัทนา  แซ่เตี๋ยว

๔.นายศราวุฒิ  แซ่เตี๋ยว ดูแลกิจการหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์

๕.นายยุทธนา  แซ่เตี๋ยว ดูแลกิจการร้านทองตั๊กเซ่งฮง

๖.นายกฤษดา  แซ่เตี๋ยว ดูแลกิจการร้านทองตั๊กเซ่งล้ง

๗.นางวรารัตน์  แซ่เตี๋ยว มีกิจการร้านทองที่กรุงเทพฯ

๘.นายเทิดศักดิ์  แซ่เตี๋ยว ดูแลกิจการโรงแรมแฟมิลี่ ถนนมหิดล(นายวัลลภ  แซ่เตี๋ยว,สัมภาษณ์)

          หากย้อนมาฝั่งด้านตะวันออกของถนนวิชยานนท์เริ่มต้นที่ ห้างสรรพสินค้า “วรวัฒน์” ของตระกูล อิสรชีววัฒน์ มุมถนนตรงข้ามโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ 

เดิมบริเวณนี้  เป็นบ้านสองชั้นชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นตึก  เป็นของตระกูลกิตติบุตร เจ้าของ คือ แม่บู่ทอง  กิติบุตร มีที่ดินย่านนี้อยู่หลายจุด  สร้างเป็นห้องแถว ๒ ชั้น ชั้นล่างก่อเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ ให้ผู้อื่นเช่าทำกิจการมาตั้งแต่อดีต ประมาณ ๕ ห้อง ผู้ที่เช่าดำเนินกิจการ มีโรงแรมไท้เผ็ง

ร้านขายยาวิชยานนท์โอสถ หรือ “หลี่ชุนเซ้ง”

ร้านถ่ายรูปฉายาแสงอรุณ

ร้านขายผ้า “โค้วเลียมเอียะ”

บ้างว่าอีกร้านหนึ่งเป็นร้านทำฟันแบบจีน ชื่อ ร้านกีซงซัน ร้านทำฟันในเมืองเชียงใหม่สมัยนั้น มีอีกร้านหนึ่งคือ ร้านทาคาโน เจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่น อยู่ตรงข้ามจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ถนนเจริญประเทศ

เจ้าของร้านกีซงซัน คือ นายซงซัน  แซ่กี่ เปิดเป็นร้านทำฟัน  นายซงซัน อพยพมาจากประเทศจีนมาอยู่กรุงเทพฯ เรียนรู้การทำฟันจากกรุงเทพฯและอพยพมาเปิดร้านที่เมืองเชียงใหม่ พร้อมภรรยา ชื่อ นางอยู่ลั้ง มาเช่าตึกแถวของแม่บู่ทอง  กิติบุตร รับถอนฟัน อุดฟันและใส่ฟันทอง สมัยนั้นการใส่ฟันทองเป็นเรื่องโก้และสวยงาม ประโยชน์อีกส่วนหนึ่ง คือ ไม่ให้เศษอาหารอุดช่องฟัน  นายซงซันและนางอยู่ลั้ง มีบุตรธิดารวม  ๗  คน  ภายหลังรุ่นลูกเปลี่ยนจากแซ่กี เป็น “กิตติกุล”

บุตรสาวคนหนึ่ง คือ นางไจ๊เชง  แซ่กี แต่งงานกับคุณเอื้อม  ตนานนท์ ลูกชายของเถ้าแก่ไล่ปู่  แซ่ตั้งและนางตุ่น  แซ่พั่ว  ตระกูลใหญ่ย่านวัดเกตการาม

ร้านกีซงซัน หลังจากเปิดร้านทำฟันกิจการดี  นายซงซัน จึงพาครอบครัวกลับไปอยู่ที่ประเทศจีน แต่ไม่นานนักประเทศจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์จึงกลับมาอยู่เมืองเชียงใหม่เช่นเดิม  เช่าตึกแถวของแม่บู่ทอง  กิตติบุตรอยู่ที่เดิม  ต่อมาเมื่อหมดสัญญาเช่าได้ย้ายไปเช่าห้องแถวสองชั้นของหลวงศรีประกาศอยู่มุมโรงแรมศรีประกาศ ถนนเชียงใหม่-ลำพูน รับทำฟันเช่นเดิม บุตรชายคนเล็กของนายซงซัน ชื่อ นายนิคม  กิตติกุล เป็นอดีตผู้ช่วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คนเมือง ถูกลูกน้องยิงตายเป็นข่าวใหญ่ในอดีต(นายเอื้อม  ตนานนท์ เคยให้สัมภาษณ์)

ส่วนร้านวิชยานนท์โอสถ นั้นขายยาจีนคล้ายกับกับร้านจิบอังตึ้งที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน เจ้าของ คือ นายเกี้ยชุน ต่อมาเมื่อมีครบสัญญาเช่า จึงย้ายไปเปิดใหม่ที่ตลาดต้นลำไย บุตรชายดำเนินกิจการแทน

ติดกันด้านขวาเป็น โรงแรมไท้เผ็ง เจ้าของเป็นจีนไหหลำ ชื่อ โกติ๋ว  เป็นโรงแรม ๒ ชั้น ด้านในเป็นเตาทำขนมปังปอนด์  มีห้องเล่นบิลเลียด ด้านบนเป็นห้องให้เช่าหลายสิบห้อง เป็นโรงแรมรุ่นแรกของเชียงใหม่

ต่อมาประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๕  เจ้าของอาคาร คือ นางบู่ทอง  กิตติบุตร รื้ออาคารและปรับที่เป็นที่ว่างเตรียมสร้างอาคารพาณิชย์  ต่อมากรรมสิทธิ์เปลี่ยนเป็นของนายฮ่งเซียง  แซ่โค้ว และสร้างเป็นห้างสรรพสินค้าวรวัฒน์.

***ภาพ ห้างสรรพสินค้าวรวัฒน์ ด้านขวาของภาพ

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม