หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๒๖)

Author by 24/01/14No Comments »

ถัดจากร้านชัวย่งเฮงไปเป็น “ร้านโตวินิจ” ขายเฟอร์นิเจอร์หวายและเครื่องใช้หวาย ต่อมาเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ไป เจ้าของบ้านชื่อ นางแมว

ถัดมาคือ ตรอกร้านอุดมผล ปลายของถนนไปรษณีย์

เมื่อเอ่ยถึงตรอกร้านอุดมผล เด็กรุ่นใหม่ย่านกาดหลวงคงไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่คนกาดหลวงสมัยก่อนมักคุ้นเคยกับร้านอุดมผล เพราะเป็นร้านขายเครื่องเขียนแบบเรียนที่ใหญ่ที่สุดในย่านกาดหลวง

ตรอกร้านอุดมผล เป็นถนนไปรษณีย์ โดยเริ่มจากแยกเชิงสะพานนวรัฐตะวันออกผ่านศาลหน้าโรงพักแม่ปิง(จราจรเชียงใหม่) ผ่านหน้าศาลเจ้าปุงเถ่ากง แยกเลี้ยวซ้ายมาออกถนนวิชยานนท์ที่ตรอกร้านอุดมผลและมีทางตรงเข้าตลาดต้นลำไยไปออกถนนวิชยานนท์ด้านข้างร้านศรีวิศาลบรรณาคาร

ร้านหนึ่งที่อยู่ริมถนนไปรษณีย์ก่อนออกตรอกร้านอุดมผล คือ ร้านรัตนชัย

อาคารร้านรัตนชัยและร้านสินธุ์อุดม เป็นอาคารเก่าที่สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔ คุณวิไลวรรณ  ตันยายน อายุ ๗๘ ปี เจ้าของร้านรัตนชัยเล่าว่า

“สร้างสมัยรุ่นเตี่ย  เป็นอาคารสร้างรุ่นเดียวกับร้านพัวไถ่กี่ ของคุณศุภวัฒน์  ภูวกุล (เจ้าของร้านรัตนผล ถนนท่าแพ) เดิมคุณศุภวัฒน์ เกิดและเติบโตที่ร้านพัวไถ่กี่ใกล้ปากตรอกอุดมผล แต่ตึกเราสร้างก่อนสัก ๒ ปี

“ร้านเรา(ร้านรัตนชัย) เคยเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีใต้ถุนสูง อีกหลังหนึ่งด้านข้างเป็นบ้านไม้สองชั้น สร้างสมัยรุ่นตายาย คือ นายติ๊ดโจวเซ่งฮวด(หรือบุ่นติ๊ด  แซ่โจ) คงอพยพมาจากประเทศจีนมาอยู่จังหวัดนครสวรรค์ระยะหนึ่ง ต่อมาจึงย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ มาแต่งงานกับนางฟัก ชลัย พี่สาวของคุณพระชำนาญชนานุรักษ์(สวาท  ชลัย) อดีตนายอำเภอหลายอำเภอ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน บ้านอยู่ในตรอกข่วงเมรุ  บ้านของตาติ๊ดและนางฟัก คือร้านไพบูลย์ในปัจจุบัน  ซึ่งร้านไพบูลย์มีพื้นที่ด้านหลังต่อเนื่องเป็นที่ดินผืนเดียวกับที่บ้านสองหลังนี้

“รุ่นลูกของนายติ๊ดและนางฟัก โจวเซ่งฮวด มี ๔ คน คือนายอุดม พงษ์ไพบูลย์, นายสมบูรณ์ โจชูศรี, นางเตือนจิต  ติยายน(แต่งงานกับนายเซี่ยมเฮียง ร้านเอียะเซ่งฮวด เลขที่ ๙๖ หน้าตลาดต้นลำไย) และนางเรืองรอง  อธิกชัย(แต่งงานกับนายสิทธิชัย  อธิกชัย เจ้าของร้านสิทธิชัย)

“บุตรหญิงคนที่ ๒ คือ นางเตือนจิต ได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้าน ปัจจุบันคือ ร้านรัตนชัย แห่งนี้  นางเตือนจิต แต่งงานกับนายเซี่ยมเซีย  แซ่เตีย มีร้านอยู่หน้าตลาดต้นลำไยสมัยก่อนไฟไหม้ ชื่อร้านเอียะเซ่งฮวด ขายผ้า รุ่นลูกรวม ๗ คน หลังไฟไหม้ตลาดต้นลำไยครอบครัวโยกย้ายมาอยู่ที่ร้านรัตนชัย

“ส่วนครอบครัวของนางเรืองรอง มาอยู่ที่ร้านสินธุ์อุดม ไม่มีบุตรธิดา ปัจจุบันนางเรืองรอง อายุ ๙๙ ปี

“ร้านรัตนชัย จำหน่ายผ้าฝ้าย ด้าย โดยซื้อจากกรุงเทพฯ มาขายที่บ้านทั้งขายปลีกและขายส่ง มีลูกค้าจากร้านในย่านกาดหลวงและร้านจากต่างอำเภอมาซื้อมาขายต่อ”

ร้านรัตนชัยและร้านสินธุ์อุดม อยู่ด้านหลังตลาดต้นลำไย คุณวิไลวรรณ  ตันยายน เล่าเกี่ยวกับตลาดต้นลำไย สมัยก่อนว่า

“เดิมรอบตลาดด้านติดแม่น้ำปิงเป็นเรือนแถวไม้ชั้นเดียวของแม่ขะ ให้เช่า อีกด้านหนึ่งติดถนนวิชยานนท์ด้านหน้าตลาดต้นลำไยสร้างเป็นห้องแถวไม้สองชั้นให้เช่า คนเช่ามักเป็นคนเชื้อสายจีนที่เริ่มสร้างฐานะให้มั่นคงขึ้น  ส่วนบริเวณด้านหลังห้องแถวไม้เป็นที่ว่าง เป็นลานกว้าง ไม่มีหลังคา เรียกว่าตลาดต้นลำไย  ชาวบ้านมักนำสินค้าซึ่งส่วนใหญ่มาจากนอกเมืองเชียงใหม่มาวางขาย พื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นที่จอดรถยนต์โดยสารแบบคอกหมูที่มาส่งคนโดยสารจากอำเภอรอบนอก และจอดรถรับทั้งสินค้าและคนกลับต่างอำเภอ

“เดิมสมัยก่อน ตรงกันข้ามที่เป็นส่วนของตลาดต้นลำไย เคยเป็นห้องแถวไม้สองชั้นมีประมาณ ๑๐ ร้านเศษ เริ่มจากด้านหลังร้านอุดมผลเป็นร้านซิ้นเชียงหลี มีประมาณ ๓-๔ ห้อง ใกล้กันเป็นร้านตั้งซ่งเฮง ของรุ่นพ่อแม่นายประเสริฐ  สรณถาวรกุล เจ้าของประเสริฐแลนด์ ถนนสายคันคลองชลประทาน ใกล้กันเป็นร้านประชันพานิช และร้านชนิดา ต่อมาร้านเหล่านี้ถูกเพลิงไหม้เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ ร้านเราอยู่ตรงกันข้าม โชคดีไฟลามมาไม่ถึง”

ถัดไปทางตะวันออก เป็นร้านขายเสื้อผ้า  ใช้นามสกุล “ชัยพงศ์พันธุ์”

อาคารตึกของร้านสร้างปี พ.ศ.๒๔๙๗

ในอดีตเคยเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ไม่มีใต้ถุน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวนายงัดกิม  แซ่แต้และภรรยา คือนางวิภา  สกุลเดิม โตวิจิตร

นายงัดกิม  แซ่แต้ อพยพมาจากประเทศจีนมาประกอบอาชีพรับจ้างอยู่เชียงใหม่ขณะอายุ ๑๖ ปี มาทำงานแบกข้าวสารที่ร้านของพี่ชายที่อพยพมาอยู่ก่อนแล้ว คือ นายเทียนหยก  แซ่แต้ เจ้าของร้านประชัน ก่อนหน้านี้นายเทียนหยก เคยค้าขายอยู่ที่บ้านท่าเสา อำเภออุตรดิตถ์ ต่อมาเห็นว่าการค้าไม่ก้าวหน้าจึงโยกย้ายมาค้าขายที่เชียงใหม่

พี่ชายของนายงัดกิม อีกคนหนึ่งที่โยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่ก่อน คือ นายเทียนงัด  แซ่แต้ เจ้าของร้านสหมิตร ลูกหลานใช้นามสกุล ทิพากรกานต์

นายงัดกิม  แซ่แต้ แต่งงานกับนางวิภา  โตวิจิตร ร้านโชคชัยพานิชและมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านฝ่ายภรรยาแต่คงทำงานที่ร้านของพี่ชาย

นางวิภา  โตวิจิตร เป็นบุตรหญิงของนายชอย้ง และนางอู๊ด  แซ่โต๋ว เดิมอยู่จังหวัดอุทัยธานี เกิดรักชอบกันจึงพากันมาสร้างฐานะที่เชียงใหม่ มาได้ซื้อที่ดินบริเวณหลังตลาดต้นลำไยเพื่อใช้อยู่อาศัยในราคา ๕,๐๐๐ รูปี  อาชีพของนายชอย้งและนางอู๊ด  แซ่โต๋ว คือค้าขายเสื้อผ้าโดยบรรทุกเกวียนไปขายทางต่างอำเภอ เคยไปขายถึงอำเภอเชียงดาวซึ่งสมัยก่อนนั้นทางรถยนต์ไปได้เพียงอำเภอแม่แตง  นอกจากนี้ยังนำสินค้าไปขายตามงานวัดที่มีเทศกาล คราวที่ยังไม่มีการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ นายชอย้งและนางอู๊ด นำสินค้าว่าจ้างช้างบรรทุกไปขายบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพ รุ่นลูกเคยนั่งช้างไปค้าขายด้วยเคยเล่าไว้

รุ่นลูกมี ๔ คน คือ

๑.นายลิบเชง  โตวิจิตร มีกิจการผลิตซอสตราหัวกวางที่กรุงเทพฯ

๒.นายลิบไล้  โตวิจิตร  เจ้าของร้านโตวิจิตร ที่ตลาดวโรรส

๓.นายลิบซ้ง  โตวิจิตร เคยเป็นเจ้าของร้านโต๋วย่งเซ็ง ขายเครื่องเหล็กที่ประตูทางเข้าตลาดวโรรสด้านทิศเหนือ (ปัจจุบันเป็นธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์) มีบุตรธิดา ๓ คน คือ นายกำธร โตวิจิตร มีกิจการร้านอาหารอยู่ประเทศออสเตรเลีย, นายนิกร  โตวิจิตรและนางมยุรี  โตวิจิตร ทำงานธนาคารกสิกรไทย

๔.นางวิภา  โตวิจิตร แต่งงานกับนายงัดกิม  แซ่แต้

นายงัดกิม และนางวิภา  มีบุตรธิดารวม ๓ คน คือ

๑.นายชนะชัย  ชัยพงศ์พันธุ์ เจ้าของร้านโชคชัยทวี ตลาดต้นลำไย

๒.นายชำนาญ  ชัยพงศ์พันธุ์

๓.น.ส.รัชนีวรรณ  ชัยพงศ์พันธุ์

๔.น.ส.เกษิณี  ชัยพงศ์พันธุ์

คนหนึ่งคือ นายชำนาญ  ชัยพงศ์พันธุ์ ปัจจุบันอายุ ๖๒ ปี เล่าความทรงจำเกี่ยวกับหลังตลาดต้นลำไยว่า

“สมัยก่อนหน้าบ้านผม หลังตลาดต้นลำไย  คึกคักเพราะรถบรรทุกคอกหมูที่วิ่งจากอำเภอรอบนอกมาส่งคนโดยสารและส่งสินค้าที่ตลาดต้นลำไย  ผ่านหน้าศาลเจ้าปุงเถ่ากงมาจะตรงไปออกถนนวิชยานนท์  บางส่วนวิ่งมาหน้าบ้านผมออกตรอกอุดมผล บางส่วนก็จอดหน้าบ้าน ทำให้การค้าคึกคัก แม่ผมมีแผงค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่ตลาดต้นลำไย เช้าก็นำเสื้อผ้าใส่เปี้ยดหาบไปร้าน แต่งงานแล้วพ่อผมยังช่วยพี่ชายอยู่ที่ร้าน  ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๒ พ่อจึงกลับมาช่วยแม่ค้าขายเสื้อผ้า

“สมัยผมเด็ก ร้านค้าเดิมที่ฐานะดี คือร้านประชัน ที่อยู่เยื้องกับบ้านผม, ร้านรัตนชัย อยู่ด้านข้างบ้าน, ร้านบุญยวงพานิชและร้านตั้งซ่งเฮง เป็นร้านทำฟัน ลูกชายคนหนึ่งของร้านนี้ คือ คุณประเสริฐ เจ้าของประเสริฐแลนด์ ถนนสายคันคลองชลประทาน ส่วนบ้านผมฐานะไม่ดี  แต่คนสมัยก่อนกินอยู่ง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย

“ต่อมาสร้างตึกสองชั้น รวม ๓ ห้อง ให้ลุงคือเจ้าของร้านประชันมาลงทุนให้ โดยมีสัญญาว่าให้เขาอยู่อาศัย ๒ ห้องรวม ๑๐ ปี หลังจากนั้นกรรมสิทธิ์ตกเป็นของครอบครัวเรา สร้างเสร็จปี พ.ศ.๒๔๙๗ ส่วนตึกร้านรัตนชัยสร้างก่อนเราประมาณ ๒ ปี สมัยนั้นค่าก่อสร้างประมาณ ๑ แสนบาท คนที่เป็นวิศวกรควบคุมก่อสร้าง คือนายสุเจตน์  ชินวัตร

“ต่อมาตลาดต้นลำไยเริ่มซบเซาลงเนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัด อีกทั้งเมื่อมีการสร้างตลาดเมืองใหม่ ทำให้การขายส่งผักผลไม้ย้ายไปอยู่ตลาดเมืองใหม่แทน”.

***ภาพ อาคารร้านรัตนชัยและร้านสินธุ์อุดม

พ.ต.อ.อนุ   เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม