หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๒๗)

Author by 24/01/14No Comments »

ในอดีตร้านใหญ่ปากตรอกอุดมผล ริมถนนวิชยานนท์ คือร้านอุดมผล

ร้านนี้เปิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ เจ้าของคือ นางไซเรียง สกุลเดิม คุณารักษ์ แต่งงานกับนายล้าน  สุวรรณยืน

เดิมเป็นบ้านไม้สองชั้น เจ้าของคือ นายเย็น  คุณารักษ์ คหบดีย่านวัดเกตการาม เมื่อบุตรสาวคือนางไซเรียง แต่งงานแยกครอบครัวจึงยกที่ดินแปลงนี้ให้และสร้างบ้านให้อยู่อาศัยและเปิดร้านค้าขาย

เดิมใช้ชื่อว่า “ร้านแต่โฮงกี่” ขายพวกถ้วยชาม เหล็ก น็อต สกรู

รุ่นลูก ๒ คน คือ นายแพทย์วิเชียร  คุณารักษ์และนางวิวรรณ  จ่างตระกูล

ต่อมานายล้าน  สุวรรณยืน เสียชีวิตลง นางไซเรียง มีครอบครัวกับนายบุญชื่น  รัติวนิช เปลี่ยนชื่อร้านเป็น ร้านอุดมผล

ร้านอุดมผล ถือว่าเป็นร้านขายเครื่องเขียนแบบเรียนที่ใหญ่ที่สุดเมื่อประมาณ ๖๐ ปีก่อน ก่อนเปิดเทอมของทุกปี ด้านหน้าร้านจะคลาคล่ำไปด้วยเด็กนักเรียนและพ่อแม่ที่ถือใบรายการสมุดหนังสือ ดินสอ ยางลบเพื่อรอต่อแถวเพื่อซื้อจากร้านอุดมผล  รองจากร้านอุดมผล คือ ร้านลีง่วนฮง

ร้านอุดมผล ต่อมาเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ของนายห้างเจ้าของร้านเชียงใหม่ใจดี ให้ธนาคารธนชาตเช่าดำเนินกิจการ

บุตรหญิงคนหนึ่งของนางไซเรียง คือคุณวิวรรณ  จ่างตระกูล(สมรสกับคุณลักษณ์  จ่างตระกูล)

          คุณวิวรรณ  จ่างตระกูลปัจจุบันมีกิจการร้านจำหน่ายเครื่องเขียนแบบเรียนชื่อ ร้านอุดมผล ที่ถนนราชวิถี เล่าเกี่ยวกับร้านอุดมผลสมัยรุ่นพ่อแม่ว่า

“ร้านขายเครื่องเขียนแบบเรียนที่มีมาก่อนร้านอุดมผลของแม่ คือ ร้านลีง่วนฮง เคยเปิดอยู่ตรงร้านทำแว่นตา ใกล้ร้านไพบูลย์

“ร้านอุดมผล ตั้งขึ้นในรุ่นพ่อแม่ คือ นายล้าน  สุวรรณยืนและแม่ไซเรียง  คุณารักษ์ เปิดเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๗ ขณะนั้นอาวิวรรณ(คุณวิวรรณ จ่างตระกูล) อายุประมาณ ๗ ขวบ เดิมเป็นบ้านไม้สองชั้น เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของก๋ง(คุณตา) คือ พ่อของแม่ไซเรียง ชื่อ นายเย็น  คุณารักษ์ บ้านอยู่ย่านวัดเกตการาม ใกล้เชิงสะพานนครพิงค์ตะวันออก ปัจจุบันคือ ร้านอาหารคำดาราแม่ไซเรียงเป็นลูกกับภรรยาคนแรก ชื่อ นางกิมเฮียะ ซึ่งมีรุ่นลูก ๓ คน คนโตเสียชีวิตตอนเป็นสาว คงเหลือแม่ไซเรียงและนางไซทอง  ต่อมาแม่กิมเฮียะเสียชีวิต นายเย็น แต่งงานใหม่ มีรุ่นลูกหลายคน

“หลังจากพ่อแม่แต่งงานกันได้ประมาณ ๘ เดือนก็แยกมาสร้างครอบครัวที่บ้านหลังนี้  เปิดเป็นร้านขายของ เดิมขายพวกถ้วยชาม เหล็ก น็อต สกรู ใช้ชื่อร้านว่า ร้านแต่โฮงกี่  ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายเครื่องเขียนแบบเรียน เปลี่ยนเป็น ร้านพิทยาคม

“อาวิวรรณ โตที่บ้านหลังนี้ มีพี่ชาย ชื่อนายแพทย์วิเชียร  คุณารักษ์คุณตา(นายเย็น คุณารักษ์) เอาไปอยู่ด้วยตั้งแต่เด็กเพราะอ้วน น่ารัก เขาเรียนที่โรงเรียนปรินส์ฯ แล้วไปต่อโรงเรียนสวนกุหลาบ เข้าเรียนแพทย์ที่ศิริราช จบมารับราชการระยะหนึ่ง ต่อมาออกมาเปิดคลินิกส่วนตัวที่ถนนท่าแพ

“เตี่ย (นายล้าน สุวรรณยืน) เสียชีวิตเร็ว อายุเพียง ๓๘ ปี ส่วนแม่อายุ ๓๒ ปีเท่านั้น แม่ไซเรียงเป็นผู้หญิงที่ต่อสู้ชีวิต ทำงานด้วยเลี้ยงลูกด้วย

“ต่อมาแม่ไซเรียง แต่งงานใหม่กับลุงบุญชื่น  รัติวนิช คนสันป่าข่อย และเปลี่ยนชื่อร้านเป็น ร้านอุดมผล ลุงบุญชื่นมีลูกติดมา ๒ คน คือ นายประเสริฐ  รัติวนิชและนายบุญมาก รัติวนิช

“แม่กับลุงบุญชื่น ทำยาสูบ ลงทุนซื้อไร่ยาสูบต่อจากเจ้าทิพวรรณที่หนองหาร เขตอำเภอสันทราย พื้นที่ ๗๐๐ ไร่ ตอนหลังขายต่อให้ครูอ่ำ  อุ่นใจ ซึ่งมีอาชีพทำยาสูบอยู่ก่อนแล้ว ภายหลังแม่กับลุงชื่น แยกกันอยู่

“ส่วนที่ร้านอุดมผล ยังคงขายเครื่องเขียนแบบเรียนมาตลอด สมัยนั้นต้องเดินทางไปติดต่อซื้อสินค้าที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีตัวแทนมานำเสนอสินค้า สินค้าส่งมาทาง รสพ. ต่อมาต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ แม่ไซเรียง รื้อบ้านไม้และสร้างเป็นอาคารตึกสามชั้น สร้างเสร็จใหม่ๆ ก็เกิดไฟไหม้ตลาดครั้งใหญ่ โชคดีที่ลุกลามมาไม่ถึงร้านเรา มาสุดที่ติดร้านขายยาเสรีวัฒน์ ซึ่งอยู่ถัดจากร้านเราไปทางทิศเหนือ ร้านเสรีวัฒน์ก็รอดจากถูกไฟไหม้

“ตอนนั้นอาวิวรรณ เรียนจบมาแล้ว แต่งงานแล้ว มาทำงานที่ร้านโดยแม่มอบให้รับผิดชอบงานในร้าน”

คุณวิวรรณ  จ่างตระกูล วัยเด็กเรียนหนังสือที่โรงเรียนคำเที่ยงอนุสสรณ์ ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน โดยแม่ไซเรียงเป็นห่วงหากต้องไปเรียนไกล  มื้อเที่ยงจะให้พี่เลี้ยงนำนมแพะใส่แก้วไปให้ลูกสาวดื่มที่โรงเรียนทุกวัน หลังจากนั้นเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เมื่อจบมัธยมปลายแล้วสอบเข้าศึกษาต่อจบปริญญาตรีคณะบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แม่ไซเรียง เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙  ขณะอายุ ๗๑ ปี

เนื่องจากริมถนนวิชยานนท์เริ่มมีปัญหาด้านมลภาวะ ทำให้คุณวิวรรณ และคุณลักษณ์  จ่างตระกูล มาซื้อที่ดินและบ้านของคุณแสงดาว ภรรยาของเจ้าแก้วมงคล  ณ เชียงใหม่ ที่ถนนราชวิถี และเปิดร้านอุดมผล ขายเครื่องเขียนแบบเรียนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๑ เรื่อยมา ส่วนร้านอุดมผลเดิมที่ถนนวิชยานนท์ขายต่อเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไป

ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ คือ นายห้างจรัล  ชวาลา เจ้าของร้านเชียงใหม่ใจดีปัจจุบันให้ธนาคารธนชาตเช่าดำเนินกิจการ

ด้านครอบครัวคุณวิวรรณ แต่งงานกับคุณลักษณ์  จ่างตระกูล บุตร ๒ คน คือ นายภานุวัฒน์  จ่างตระกูล ดูแลกิจการร้านอุดมผล และนายอาณัติ  จ่างตระกูล ทำงานเป็นผู้บริหารบริษัทซัมซุงที่กรุงเทพฯ

ถัดไปทางเหนือเป็นร้านเสรีวัฒน์  ขายยา เจ้าของคือ นายไค้เจียว แซ่ลี้ มีสูตรยาต้นตำรับ คือยาผงแดงพม่าตราหมาป่าและยาอีกหลายประเภท สมัยนั้นเป็นยาผงแดงพม่าตราหมาป่าเป็นยาที่ชาวบ้านนิยมจึงขายดีมาก ต่อมานายอดิศร กิติบุตร ได้ดำเนินกิจการร้านเสรีวัฒน์สืบต่อมา ภายหลังได้ยกร้านให้น้องชาย คือนายอารี กิติบุตร ดูแลกิจการและเปลี่ยนชื่อร้านเป็น ร้านจารุวัฒน์  ต่อมาให้ผู้อื่นเช่ากิจการ

ส่วนนายอารี ยังคงผลิตยาผงแดงตราหมาป่าส่งตามร้านค้าทั่วไป บุตรหญิงคนหนึ่งของนายไค้เจียว คือ นางแจ่มจันทร์ กิติบุตร ประกอบธุรกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ถัดไปเป็นทางเข้าตลาดต้นลำไยด้านทิศใต้

ถัดจากประตูเข้าตลาดด้านทิศใต้ เป็นร้านวรวัฒน์

ร้านวรวัฒน์ เริ่มจากรุ่นพ่อ คือ นายฮ่งเซี้ยงแซ่โค้วและภรรยา คือ นางลั้ง  แซ่ชื้อ อพยพจากประเทศจีนมาอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ต่อมาโยกย้ายมาอยู่ที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์  เมื่อพอที่จะมีทุนบ้างแล้วย้ายมาค้าขายอยู่ที่ตลาดอำเภอแม่ริม เชียงใหม่

รุ่นลูกรวม ๒ คน คือ นายชาตรี อิสรชีววัฒน์และนายวรศักดิ์  อิสรชีววัฒน์

นายวรศักดิ์  อิสรชีววัฒน์ปัจจุบันอายุ ๖๐ ปี  ให้ข้อมูลการค้าขายที่อำเภอแม่ริมว่า  แม่ลั้งเปิดร้านขายของชำและเสื้อผ้า เป็นร้านเล็กๆ ส่วนพ่อรับซื้อพืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ครั่ง เมี่ยง รับซื้อไว้จากชาวบ้านและขายให้พ่อค้าชาวเชียงใหม่ที่ไปรับซื้อ

“ตอนอยู่แม่ริมพ่อแม่ผมมีที่จะมีทุนบ้างแล้วและเห็นว่าอนาคตของรุ่นลูกน่าจะเข้าโรงเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่จึงโยกย้ายไปอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่  เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๖ ผมอายุได้เพียง ๑ เดือน พ่อเล่าว่าขณะนั้นรวบรวมเงินได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท นำมาเซ้งห้องแถวที่หน้าตลาดต้นลำไย ขณะนั้นเจ้าของเดิมให้เซ้งต่อจ่ายค่าเช่ากับอาจารย์ไกรศรี  นิมมานเหมินท์ ตั้งชื่อร้านว่า ร้านโค้วเซี่ยงฮวด ขายของใช้เช่น ถ่ายไฟฉาย กระบอกไฟฉาย จอบ เสียม กาละมัง ต่อมาเปลี่ยนไปขายเสื้อผ้า โดยซื้อจากตลาดโบ๊เบ๊ที่กรุงเทพฯ

“ขณะที่กำลังค้าขายดีก็เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนมงฟอร์ตฯ วิ่งกลับมาที่ร้านแต่เจ้าหน้าที่กั้นเชือกตรงสุขศาลา(โรงพยาบาลเทศบาลฯ) เข้าไม่ได้  ปรากฎว่าร้านของเราอยู่ใกล้ร้านต้นเพลิงห่างเพียง ๕ คูหา ทำให้ขนของไม่ทันเลย ถูกไฟไหม้หมด  โชคดีที่พ่อทำประกันภัยไว้ ได้รับเงินช่วยเหลือ ๓ แสนบาทมาเป็นทุนค้าขายใหม่

“ครอบครัวผมย้ายไปเช่าห้องแถวที่อยู่ตรอกเล่าโจ๊ว ตรงข้ามร้านเพียวซุปเปอร์ ขายเสื้อผ้าเหมือนเดิม อยู่ที่นั่น ๒ ปีเศษ เมื่อตลาดต้นลำไยสร้างอาคารพาณิชย์เสร็จเขาให้สิทธิคนที่เคยอยู่เดิมมีสิทธิซื้อได้ก่อน  พ่อผมซื้อตรงจุดเดิมที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้าตลาด ราคา ๖ แสน ๕ หมื่นบาท อาจารย์ไกรศรี ให้ผ่อนส่ง ๒ ปี(๒๔ เดือน)โดยไม่คิดดอกเบี้ย ตอนหลังพ่อซื้อเพิ่มเติมอีก ๑ ห้อง ราคา ๖ แสนบาท ซื้อแล้วเปิดร้านขายเสื้อผ้าใช้ชื่อว่า ร้านวรวัฒน์พานิช  เป็นที่ชื่อร้านพ่อขอให้พระสงฆ์ตั้งชื่อให้”.

 ***ภาพ ร้านอุดมผลในอดีต ปัจจุบันเป็นธนาคารธนชาต

พ.ต.อ.อนุ   เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม