หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๒๘)

Author by 24/01/14No Comments »

ข้างร้านวรวัฒน์ หน้าตลาดต้นลำไย เคยเป็นร้านขายปุ๋ย ชื่อ ร้านปุ๋ยวัฒนา

ผู้ที่เคยพักอาศัยอยู่ร้านปุ๋ยวัฒนา คือ คุณบุญเสริม  สาตราภัย อดีตนักหนังสือพิมพ์และนักถ่ายภาพประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่

คุณบุญเสริม  สาตราภัย เล่าว่าเกี่ยวกับร้านปุ๋ยวัฒนาว่า

เจ้าของคือพี่สาวและพี่เขยของผม ชื่อ นางพูนทรัพย์  สนธินันทน์ สามีคือ นายแพทย์อุทัย  สนธินันทน์

“นายแพทย์อุทัย เป็นชาวกรุงเทพฯ จบแพทย์และมารับราชการประจำที่สุขศาลา ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่  ระหว่างนั้นได้พบรักและแต่งงานกับนางสาวพูนทรัพย์  สาตราภัย ทำงานเป็นพยาบาล พี่สาวของผม  หลังแต่งงานได้ซื้อบ้านพักอาศัยอยู่ที่ย่านป่าแพ่ง ถนนเมืองสมุทร ปัจจุบันก็คือ บริเวณตลาดเมืองใหม่

“นายแพทย์อุทัย  สนธินันทน์ ต่อมารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายควบคุมไข้มาลาเรีย  ระหว่างนั้นได้สั่งปุ๋ยเคมีจากบริษัทยิบอินซอยมาขายที่เชียงใหม่เป็นเจ้าแรก โดยได้เซ้งตึกแถวที่หน้าตลาดต้นลำไยต่อจากครอบครัวนายเยื้อน  โอชเจริญ ที่เคยเปิดร้านขายเครื่องเขียนแบบเรียน

“ร้านของนายแพทย์อุทัยและนางพูนทรัพย์  สนธินันทน์เปิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒  ระหว่างนั้นได้ให้ผมมาช่วยงานในร้าน  ขณะนั้นกำลังว่างงานอยู่พอดี  จึงมาช่วยพี่สาวขายปุ๋ย  นอกจากนี้ได้ศึกษาการถ่ายภาพจากนายแพทย์อุทัย ซึ่งชื่นชอบการถ่ายภาพมาก เมื่อนายแพทย์อุทัยต้องไปตรวจราชการต่างจังหวัดก็จะให้ผมตามไปถ่ายภาพให้  เมื่อถ่ายมาแล้วนำมาล้างและอัดภาพที่ห้องมืดสำหรับล้างและอัดภาพที่สร้างขึ้นที่ด้านหลังของตึกแถวร้านปุ๋ยวัฒนาแห่งนี้

“ร้านปุ๋ยวัฒนา เปิดขายปุ๋ยได้ประมาณ ๑๐ ปี ประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๒ ก็เลิกกิจการ ให้คนอื่นเซ้งต่อเนื่องจากเริ่มมีร้านปุ๋ยมากขึ้น อีกทั้งนายแพทย์อุทัย ย้ายไปรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองมาลาเรียที่กรุงเทพฯ ส่วนผมเข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์คนเมือง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเชียงใหม่”

ขณะทำงานและพักอาศัยอยู่ที่ร้านปุ๋ยวัฒนา คุณบุญเสริม ได้บันทึกภาพตลาดวโรรส ตลาดต้นลำไย สภาพถนนวิชยานนท์ไว้ส่วนหนึ่งโดยถ่ายภาพจากหลังคาตึกแถวของร้าน  ซึ่งมีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างมากในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองเชียงใหม่

ร้านที่มาเซ้งต่อร้านปุ๋ยวัฒนา คือ ร้านโค้วเคียมเต็ก

ถัดไปทางตะวันออกมีร้านขายของเด็กเล่นชื่อ ร้านตั้งเจริญเริ่มมาตั้งแต่ก่อนไฟไหม้ตลาด

ร้านนี้เริ่มก่อนไฟไหม้ตลาดต้นลำไย เริ่มจากนายไคเซง  แซ่ตั้ง อพยพมาจากประเทศจีนมาทำงานรับจ้างที่จังหวัดราชบุรี ต่อมาย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯระยะหนึ่ง ภายหลังได้โยกย้ายมาทำงานที่เมืองเชียงใหม่ประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๙  ทำงานเป็นเสมียนที่ร้านประชัน ต่อมาแต่งงานกับนางอรพันธุ์  พิสัชกร(เดิมแซ่โต๋ว) ครอบครัวนางอรพันธุ์ขายข้าวสารและต้นถนนช้างม่อย

หลังแต่งงานแล้วทั้งสองแยกจากครอบครัวเดิมมาค้าขายที่ตลาดต้นลำไย โดยเช่าแผงขายถุงพลาสติก ขนมสำหรับเด็ก ของเล่น ทอฟฟี่ หวี แหดักปลา รองเท้า รองเท้าฟองน้ำ เป็นต้น ตั้งชื่อร้านว่า ร้านแซฮวด ลูกค้าส่วนใหญ่มักมาจากอำเภอรอบนอก  นอกจากนี้นายไคเซงและภรรยา เช่าห้องแถวอยู่ที่ตรอกเล่าโจ๊วใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นโกดังเก็บสินค้า ใช้ชื่อร้านที่ตรอกเล่าโจ๊วว่า ร้านอรพันธุ์

ช่วงที่เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ ร้านของนายไคเซง ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ต้องพาครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่บ้านของญาติ คือ นางเง็กเน้ย  นิมานันท์ ด้านหลังกงสุลอเมริกัน

หลังไฟไหม้แล้ว มีการสร้างตึกแถวหน้าตลาดต้นลำไยขาย  นางไซเรียง เจ้าของร้านอุดมผลได้ซื้อไว้รวม ๒ ห้องและให้ผู้อื่นเช่าค้าขาย  นายไคเซง ตัดสินใจเช่าจากนางไซเรียง ๑ ห้อง ซึ่งภายหลังได้ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์  เปิดร้านขายเสื้อผ้าและต่อมาเปลี่ยนเป็นขายของเล่นเด็ก ใช้ชื่อว่า ร้านตั้งเจริญ

รุ่นลูกรวม ๘ คน ใช้นามสกุล รักอริยะธรรมคือ

๑.ดร.พงษ์อินทร์  รักอริยะธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเดอะเนชั่นลำปาง

๒.นายภิญโญ  รักอริยะธรรม                    ๓.นางเบญจมาศ  เอกเจริญสุข

๔.นายชาติสินธุ์  รักอริยะธรรม                  ๕.นายปิ่นยุทธ  รักอริยะธรรม

๖.นายชูศักดิ์  รักอริยะธรรม                                              ๗.นางเถาวัลย์  รักอริยะธรรม

๘.นายธีระ  รักอริยะธรรม

ถัดจากร้านตั้งเจริญไปเคยเป็นร้านมิตรอารี ต่อมาเลิกกิจการ เปลี่ยนเป็นร้านพัฒพันธ์ ปัจจุบันให้ร้านยีนส์เช่าค้าขาย

ถัดไปเป็นร้านรองเท้าชื่อ ร้านสหภัณฑ์

ร้านนี้เริ่มต้นจากนายตั้งคุ้ย  แซ่ฉั่วและนางฮุ่ยฮวง  แซ่โค้ว ทั้งสองอพยพมาจากประเทศจีนมาตั้งรกรากที่เมืองเชียงใหม่ ต่อมาโยกย้ายไปเช่าห้องแถวด้านเหนือของตลาดต้นลำไย  อยู่ด้านหลังร้านสุทธิพร  เป็นตึกแถวติดแม่น้ำปิง จำหน่ายรองเท้า ถุงเท้า  รุ่นลูกรวม ๔ คน คือ

๑.นายณรงค์ศักดิ์  จิตมั่นชัยธรรม             ๒.นางกมลทิพย์  จิตมั่นชัยธรรม

๓.นายอนันต์  จิตมั่นชัยธรรม                    ๔.นางถนอม  จิตมั่นชัยธรรม

ผู้สืบทอดกิจการค้าขายของร้านสหภัณฑ์ปัจจุบัน คือ คุณอนันต์  จิตมั่นชัยธรรม เล่าเกี่ยวกับร้านว่า

“ผมเกิดปี พ.ศ.๒๔๙๖  สมัยเด็กวิ่งเล่นอยู่ที่ตลาดต้นลำไย เข้าเรียนโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย รุ่น ๑๓ และจบคณะวิศวกรรมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำงานราชการระยะหนึ่ง ต่อมาออกมาช่วยครอบครัวค้าขาย

“ต่อมาเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ ครอบครัวผมย้ายไปเช่าตึกแถวด้านหน้าโรงหนังศรีนครพิงค์ ถนนราชวงศ์ เปิดร้านค้าขายรองเท้า ใช้ชื่อว่า ร้านชัวเกี่ยงเสง  ต่อมาเมื่อตึกแถวหน้าตลาดต้นลำไยสร้างเสร็จ  เป็นตึก ๓ ชั้น พ่อผมมาซื้อ ๑ ห้องและเปิดร้านขายรองเท้า โดยเฉพาะรองเท้ายี่ห้อนันยางขายดีมาก  ร้านใหญ่สมัยนั้นที่เป็นเอเย่นคือร้านซิงกวง  ร้านผมเป็นเอเย่นด้วยเช่นกันแต่เป็นร้านที่เล็กกว่า

“ข้างๆ ร้านผม เคยเป็นร้านอึ้งฮงฮวด ต่อมาเป็นร้านเจริญกิจ ขายวัสดุก่อสร้าง ต่อมาเจ้าของให้เช่า”

ถัดไป คือ ร้านเฮงเฮงเจ้าของร้าน คือ นายสุชัย  งามเลิศรัตน์ ปัจจุบันอายุ ๗๕ ปี เกิดปี พ.ศ.๒๔๘๑ เล่าความเป็นมาของร้านเฮงเฮงว่า เริ่มจากรุ่นปู่ย่าที่อพยพมาจากประเทศจีนมาค้าขายอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ปู่ คือ นายเต้กเฮง  แซ่โง้วประกอบอาชีพเช่าแผงค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่ตลาดวโรรส

นายเต้กเฮง มีภรรยาจากเมืองจีนชื่อนางเหง บุตรชาย ๑ คน คือ นายห่าง  แซ่โง้ว ส่วนภรรยาเมืองไทย มีบุตรหญิง ๑ คน ชื่อ นางสุ่อิมแซ่โง้ว(เสียชีวิตแล้ว)

ส่วนพ่อ คือ นายห่าง  แซ่โง้ว เติบโตที่ประเทศจีน ต่อมาโยกย้ายมาอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ต่อมาแต่งงานกับนางเซาะฮุ้ง

“พ่อผมเสียชีวิตตั้งแต่ผมยังเล็ก ได้แม่เลี้ยงและสร้างฐานะมา สมัยนั้นอากงอาม่า(ตายาย) เช่าบ้านอยู่ถนนไปรษณีย์ หน้าศาลเจ้าปุงเถ่ากง เจ้าของบ้านเช่าชื่อ แม่ทองอินทร์ บ้านอยู่แถววัดเกตการาม สร้างบ้านให้เช่าประมาณ ๖ ห้อง วัยเด็กผมเรียนไม่มาก เริ่มเรียนที่โรงเรียนชิงหัวที่ไนท์บาซาร์ ต่อมาโรงเรียนนี้ถูกสั่งปิด ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนซินเซิง ใกล้สถานีดับเพลิงเทศบาลนครเชียงใหม่ เรียนอยู่ไม่กี่ปีต้องออกมาช่วยครอบครัวค้าขาย  ค้าขายเสื้อผ้าอยู่กับอากงอาม่า(ปู่ย่า) และแม่ ที่ตลาดวโรรสผมมาเรียนได้ปริญญาตรีเมื่ออายุ ๗๐ ปี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ เรียนภาคพิเศษที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ คณะนิติศาสตร์”

“ผมแต่งงานปลายปี พ.ศ.๒๕๑๑ หลังไฟไหม้ตลาดแล้ว  ต่อมาเมื่อตึกแถวหน้าตลาดต้นลำไยสร้างเสร็จ ผมมาซื้อ ๑ ห้องราคา ๖ แสนบาท สมัยนั้นต้องผ่อนชำระ เดิมตรงนี้เคยเป็นร้านโค้วจินหมง  ต่อมาเมื่อไฟไหม้เขาย้ายไปเปิดร้านอยู่ในตรอกเล่าโจ๊วใช้ชื่อว่า ร้านคุณากิจ ส่วนใหญ่ร้านที่เคยอยู่เดิมมักไม่มาซื้อเพราะราคาตึกแถวค่อนข้างสูงและส่วนใหญ่โยกย้ายไปได้ทำเลค้าขายใหม่ที่ดีอยู่แล้ว  สมัยนั้นอาม่า(ย่า)รู้จักกับแม่กิมฮ้อ จึงติดต่อซื้อและผ่อนชำระ  หลังจากซื้อแล้วได้มาเปิดร้านค้าขายเรื่อยมา ใช้ชื่อว่า ร้านเฮงเฮง สินค้าช่วงแรกมักเป็นของชำ เสื้อผ้า ฝ้าย ตอนหลังสินค้าที่ขายไม่ดีก็เลิกไป ปัจจุบันคงเหลือฝ้ายเป็นหลัก”

นายสุชัย  งามเลิศรัตน์ แต่งงานกับนางสุภา สกุลเดิม จิตสัมพันธ์สุข พ่อแม่เป็นเจ้าของร้านหลีเฮงที่ย่านสันป่าข่อย ขายวัสดุก่อสร้าง หลังแต่งงานจึงได้มาซื้อตึกแถวที่หน้าตลาดต้นลำไยแห่งนี้.

***ภาพ ร้านตั้งเจริญ ขายของเด็กเล่น ที่ตลาดต้นลำไย 

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม