หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านกาดหลวง (๘)

Author by 2/08/13No Comments »

ร้านแฟชั่นสโตร์ เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๕ กรรมสิทธิ์เป็นของนายณรงค์  โพธิพูนสวัสดิ์หรือเสี่ยปุ๊ย สร้างอาคารพาณิชย์ขาย

ต่อมามีผู้ซื้อไว้และเปิดเป็นร้านสรรพสินค้าชื่อ “ร้าน ส.ช้อปปิ้งมอลล์” เจ้าของ คือตระกูล “ศรีสุขวัฒนานันท์”

สมัยนั้นร้านส.ช้อปปิ้งมอลล์ ถือว่าเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ สินค้ามีให้เลือกมากมายและขายดี

ร้าน ส.ช้อปปิ้งมอลล์ เริ่มจากนายฮะเสีย แซ่จิง อพยพมาจากเมืองซัวเถา ประเทศจีนมาอยู่เมืองเชียงใหม่ ต่อมาสมรสกับนางบัวจิ๋น แซ่โซ เริ่มสร้างฐานะโดยเช่าห้องแถวและเช่าแผงค้าขายเสื้อผ้าอยู่ตลาดวโรรสรวม ๒ แผง แผงของนางบัวจิ๋น ขายผ้าซิ่น ผ้าไหมทอมือจากสันกำแพง มีหลากหลายสี นอกจากนี้มีผ้าไหมจากพม่า โสร่งพม่า

เมื่อพอมีเงินสะสม นายฮะเสีย ไปซื้อตึกแถวด้านหลังตลาดต้นลำไย ติดศาลเจ้าปุงเถ่ากงใช้เป็นที่เก็บสินค้า ด้านการค้าขายยังค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่ตลาดวโรรส โดยมีบุตรชายคนโต คือนายสมศักดิ์  ศรีสุขวัฒนานันท์มาช่วยเหลือ ซึ่งนอกเหนือจากขายที่ตลาดวโรรสแล้ว นายฮะเสียมอบหมายให้รุ่นลูก คือนายชนิต ตระเวนต่างอำเภอเพื่อหาลูกค้าเพิ่มเติม ทำให้สินค้าขายดียิ่งขึ้น ต่อมาจึงใช้ตึกแถวข้างศาลเจ้าปุงเถ่ากงตั้งเป็นร้านขายส่งให้ลูกค้าต่างอำเภอ ใช้ชื่อว่า ร้าน ส.เซ็นเตอร์

ชื่อร้าน ส.ช้อปปิ้งมอลล์, ส.เซ็นเตอร์และ ส.การค้า มาจากชื่อของนายฮะเสีย ภาษาจีนหมายถึง สมใจที่หวังไว้ จึงใช้ชื่อ ตัว ส.จากคำว่า สมใจ มาเป็นชื่อร้าน

นายฮะเสีย เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ ผู้เป็นหลักในการดำเนินกิจการแทนคือ นายสมศักดิ์ บุตรชายคนโต

กิจการค้าดีขึ้นตามลำดับ ปี พ.ศ.๒๕๑๘  นายสมศักดิ์ เปิดร้านค้าเพิ่มเติมโดยเช่าตึกแถวของนายแสง บุตรของเถ้าแก่โหงว รวม ๓ ห้อง เซ้ง ๒๐ ปี  ด้านหลังร้านใกล้ตลาดวโรรส เปิดร้านขายกางเกงยีนส์เป็นหลัก ขณะนั้นกางเกงยีนส์ได้รับความนิยมมาก

เมื่อกิจการดีขึ้น ปี พ.ศ.๒๕๒๕ เปิดร้านเพิ่มเติมที่ถนนวิชยานนท์ ใช้ชื่อ ส.ชอปปิ้งมอลล์ ตรงข้ามห้างวรวัฒน์ในปัจจุบัน โดยซื้อตึกแถวของเสี่ยปุ๊ย เสี่ยปุ๊ยสร้างตึกแถวไว้รวม ๑๓ ห้อง ด้านหน้าติดถนนวิชยานนท์ ๓ ห้องและด้านข้าง ๑๐ ห้อง ร้าน ส.ชอปปิ้งมอลล์เปิดร้านขายเสื้อผ้าแบบทันสมัย

ต่อมาขยายร้านไปถนนช้างคลานย่านไนท์บาซ่า โดยไปซื้อโรงแรมศรีโตเกียวเดิมมาดัดแปลงทำเป็นห้างสรรพสินค้า ใช้ชื่อ “ส.การค้า สาขา ๓” นอกจากนี้นายชนิต บุตรชายคนหนึ่งไปลงทุนทำโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าส่งต่างประเทศ

รุ่นลูกมี ๗ คน คือ นายสมศักดิ์ ศรีสุขวัฒนานันท์, นายสมพงษ์, นายน้อย, น.ส.วนิดา,นายชนิต ศรีสุขวัฒนานันท์, นางกรรณิการ์ กุลศรีสุวรรณ และนายจำนง  ศรีสุขวัฒนานันท์

ต่อมาร้าน ส.ช้อปปิ้งมอลล์เลิกกิจการไป เปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันเป็นร้านแฟชั่นซิตี้

เจ้าของคือ นายห้างราชกุมาร สัจเทพ เล่าว่าซื้อเป็นกรรมสิทธิ์เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๕๐ โดยประมูลจากบสก. เป็นอาคาร ๔ ชั้นรวม ๓ ห้อง ราคา ๓๐ ล้านบาทเศษ

ถัดจากร้านแฟชั่นซิตี้มาเป็น ร้านโจ

บริเวณนี้เดิมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ของนายหยิกกวง แซ่เตีย ภรรยาชื่อ นางมอย ชลัย เปิดหน้าบ้านเป็นร้านค้า ชื่อ ร้านกวางเซ้ง ขายผ้า ต่อมารุ่นลูกเปลี่ยนเป็นร้านบริบูรณ์ ขายกระดาษ

ต่อมากรรมสิทธิ์บ้านตกสู่รุ่นลูก คือ นางเง็กลั้ง แซ่เตีย แต่งงานกับนายซูเฮียง เฉลิมสุภากุล รุ่นลูกมี ๓ คน ร้านนี้ตกสู่นายบริบูรณ์  เฉลิมสุภากุล เปลี่ยนชื่อร้านเป็น “บริบูรณ์บรรณาคาร” ขายกระดาษนานาชนิด เมื่อนายบริบูรณ์ เสียชีวิตประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๒ ร้านนี้หยุดกิจการไป(น.ส.ซู่เฮียง  เฉลิมสุภากุล,เคยให้สัมภาษณ์)

ภายหลังเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์เป็น “ร้านโจ” ขายผ้านานาชนิด

ถัดไปทางทิศเหนือเป็นร้านเชียงใหม่ฟ้าใสเซ็นเตอร์ หรือเชียงใหม่พลาสติก ว่ากันว่าร้านนี้เคยเป็นร้านไทยเจริญ ขายผ้า ต่อมาเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นของร้านแฟชั่นสโตร์ เปิดขายผ้าและต่อมากรรมสิทธิ์เป็นของร้านเชียงใหม่พลาสติก

ร้านเชียงใหม่พลาสติกด้านหนึ่งเปิดรับลูกค้าจากถนนวิชยานนท์ อีกด้านหนึ่งเปิดรับลูกค้าจากตรอกเล่าโจ๊ว พื้นที่เชื่อมถึงกัน สินค้าในร้านเกี่ยวข้องกับเครื่องใช้ทุกชนิดที่เป็นพลาสติก

เจ้าของร้านเชียงใหม่พลาสติก คือ นายประยูร  ตันตาคมและภรรยาชื่อ นางจิตรา ตันตาคม(สกุลเดิม เลิศลอย)

นายประยูร ตันตาคม เป็นบุตรของนายยง ตันตาคมและนางพูนศุข สกุลเดิม ชวนไชยสิทธิ์  เจ้าของกิจการร้านตันย่งฮง ซึ่งอยู่ถัดไปไม่กี่ห้อง นายประยูร มีพี่น้องรวม ๗ คน คือ

๑.นางวศิน ศิริพันธ์ แต่งงานกับนายเซฟ ศิริพันธ์

๒.นายประยูร ตันตาคม แต่งงานกับนางจิตรา ตันตาคม

๓.นางปิยะนาถ ภูวกุล แต่งงานกับนายศุภวัตร ภูวกุล

๔.น.ส.กัลยาณี ตันตาคม

๕.นายประเสริฐ ตันตาคม

๖.นายประสิทธิ์ ตันตาคม

๗.นายกมล ตันตาคม แต่งงานกับนางเกษวดี ตันตาคม

นายประยูร เป็นพี่ชายคนโตซึ่งคนจีนเรียก ตั่วเฮีย แต่หากนับผู้หญิงด้วย ถือว่าเป็นลูกคนที่สอง สมัยเด็กพ่อส่งไปเรียนเมืองจีน ต่อมากลับมาอยู่เชียงใหม่และสับเปลี่ยนให้น้อง ๒ คนไปเรียน นายประยูร กลับมาช่วยเหลือการค้าขายที่ร้านตันย่งฮง  หลังจากที่นายประยูร แต่งงานกับนางจิตรา ไม่นานนักนายยง บิดา ยกห้องด้านทิศใต้ให้นายประยูร แยกครอบครัวไปอยู่ และก่อตั้ง “ร้านเชียงใหม่พลาสติก” โดยบ้านที่ยกให้พื้นที่ติดกับร้านตันย่งฮง เดิมเป็นตึกแถวมีคนสร้างขาย ด้านหน้าติดถนนข่วงเมรุ

ส่วนภรรยาคือ นางจิตรา สกุลเดิม เลิศลอย เป็นบุตรหญิงของนายยิ่งเกี๊ยก แซ่โค้ว ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น นายเกียรติ  เลิศลอย และนางเรือนแก้ว ปั้นทอง(แซ่เฮ้ง) ประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

มีพี่น้องรวม ๘ คน คือ

๑.น.ส.รังษี  เลิศลอย แต่งงานกับนายบุญช่วย  ต.เจริญ

๒.น.ส.เพ็ญจันทร์  เลิศลอย แต่งงานกับ ร.ต.อ.บรรยงค์  สุทธปรีดา

๓.น.ส.จิตรา  เลิศลอย แต่งงานกับนายประยูร  ตันตาคม

๔.นายโชค  เลิศลอย แต่งงานกับคุณอาทร  นิมานันท์

๕.น.ส.พัชรี  เลิศลอย แต่งงานกับนายสนิท  เกียรติไพศาล

๖.น.ส.ภาวินี เลิศลอย รับราชการ อดีต ผอ.กองคลัง กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม

๗.น.ส.พงษ์สุดา เลิศลอย

๘.น.ส.พรรณทิพา  เลิศลอย รับราชการ ผศ.มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทร์เกษม

นายเกียรติ อพยพมาจากเมืองจีน อพยพมามาอยู่ที่เมืองลำพูนเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๔ ขณะอายุ ๑๕ ปี มาอยู่กับอา เมื่ออายุ ๑๘ ปี แต่งงานกับนางเรือนแก้ว  ปั้นทอง เริ่มค้าขายอยู่ที่บ้านทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่ ต่อมาย้ายมาเปิดร้านค้าอยู่อำเภอบ้านโฮ่ง ลำพูน ภายหลังย้ายมาอยู่กับลูกๆ ที่เมืองเชียงใหม่

วัยหนุ่ม มีหุ้นเปิดร้านค้าที่เมืองเชียงใหม่ชื่อ “ร้านย่งฮั๊ว” อยู่ปากตรอกเล่าโจ๊ว ปัจจุบันคือ บริเวณร้านจักรวาลคัลเลอร์แลป โดยทำหน้าที่เป็นหลงจู๊ กลับบ้านที่บ้านโฮ่งเดือนละครั้ง ต่อมาเมื่อลูกโตกันหมดแล้ว นายเกียรติ และภรรยาได้ย้ายมาเปิดร้านขายของอยู่ตลาดนวรัฐ ก่อนที่จะเสียชีวิต

หลังจากนายประยูร  ตันตาคม เสียชีวิต ภรรยาคือ นางจิตรา  ตันตาคม ดูแลกิจการร้านเชียงใหม่พลาสติก เล่าว่า

“เกิดที่อำเภอบ้านโฮ่ง บ้านอยู่หน้าโรงพักบ้านโฮ่ง ข้างโรงพักเป็นอำเภอ เห็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก ฝึกอาวุธ แบกอาวุธ

“สมัยเด็กที่อำเภอบ้านโฮ่งยังไม่มีตลาด ที่บ้านแม่เปิดร้านค้าของชำ ขายของเครื่องใช้หลายอย่าง ส่วนพ่อมาค้าผ้าที่ปากตรอกข่วงเมรุ ที่เป็นร้านจักรวาลในปัจจุบัน

“การค้าขายที่บ้าน(ที่อำเภอบ้านโฮ่ง)สินค้าพวกผักก็หาบเร่ขาย ส่วนชาวบ้านที่ต้องการซื้อรถจักรยานหรือสร้อยคอทองคำ ก็มาติดต่อที่บ้านได้  เรารับซื้อที่เชียงใหม่ไปขายให้”.

พ.ต.อ.อนุ  เนิดหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม