หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(๓๙)

Author by 2/08/13No Comments »

          ข้ามสะพานแม่ข่ามา ด้านเหนือเป็นคลินิกหมอถาวร

          ชื่อเสมือนเป็นชายแต่ความจริงเป็นหญิง และเป็นหญิงที่เก่งมีความรู้ความสามารถและมีภาวะผู้นำสูง

เป็นผู้เริ่มต้นก่อตั้งคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ชื่อเต็ม คือ ทันตแพทย์หญิงถาวร  อนุมานราชธน

เป็นบุตรหญิงคนหนึ่งของพระทวีประศาสน์(บุญทวี ประทุมอินทร์) อดีตนายอำเภอแม่ริม

บ้านของพระทวีประศาสน์ อยู่ซอย ๒ ท่าแพซึ่งมาทะลุถนนช้างม่อย

ต่อมาพระทวีประศาสน์และแม่บัวทิพย์ ภรรยา ได้มาซื้อที่อยู่ริมลำน้ำแม่ข่าอีกที่หนึ่ง สร้างตึกสองชั้นจำนวนสามห้องอยู่อาศัยและด้านหน้าเปิดเป็นร้านขายของพื้นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยว จำพวกเครื่องปั้นดินเผา เสื้อผ้าเครื่องประดับ ห้องหนึ่งพระทวีประศาสน์ให้หมอถาวร บุตรสาวเปิดคลินิกรับทำฟัน ในช่วงหลังเลิกงานราชการและเสาร์อาทิตย์ ขณะนั้นถือว่าเป็นคลิกนิกทำฟันที่ทันสมัย อีกคลินิกหนึ่งคือ คลินิกหมอสาคร  เลิศพฤกษ์ ใกล้ตลาดสมเพชร

พระทวีประศาสน์ได้เสียชีวิต ณ ตึกริมลำน้ำแม่ข่าแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๙  ต่อมาตึกหลังนี้ถูกรื้อและสร้างอาคารใหม่ที่ใหญ่โตขึ้นลึกเข้าไปด้านหลัง ด้านหน้าเป็นพื้นที่จอดรถ ตั้งเป็นคลินิกหมอถาวร

หมอถาวร มีพี่น้องรวม ๗ คน คือ

๑. นายถวิล   ทวีประศาสน์                   ๒.นางจินดา       สุขเกษม

๓.นางปราณี      นาควัชระ         ๔.นางประนอม    เจริญพงศ์

๕. ทพ.ถาวร      อนุมานราชธน    ๖.นายทวีบุญ      ทวีประศาสน์

๗.นพ.ทวีลาภ  ทวีประศาสน์

ด้านการศึกษาและการรับราชการ หมอถาวร หลังจากจบมัธยมต้นที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ไปจบมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เรียนหนังสือเก่ง เข้าศึกษาสำเร็จทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยทุน ก.พ. และผลการศึกษาระดับเหรียญทอง

หลังจากนั้นบรรจุเข้ารับราชการเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ ที่โรงพยาบาลนครเชียงใหม่ โดยเป็นทันตแพทย์คนแรก ต่อมาไม่นานได้รับทุนฟุลไบรท์ไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับมารับราชการที่เดิมโดยเป็นผู้ก่อตั้งคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่โรงพยาบาลนครเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ ต่อมามีผลงานมากมายจนได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการคนแรกของศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ ขององค์การอนามัยโลก

          หมอถาวร ได้บันทึกเกี่ยวกับครอบครัวและความยากลำบากสมัยที่ก่อตั้งคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไว้ส่วนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าเป็นเด็กภูธร เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่นี่แหละ มิหนำซ้ำยังไปโตและเข้าโรงเรียนที่โรงเรียนอนุบาล อำเภอแม่ริม เพราะพ่อไปรับราชการเป็นนายอำเภอแม่ริม สมัยโน้นก็เรียกว่าไกลสุดกู่ทีเดียวแหละ พอเรียนถึง ป.๔ พ่อย้ายไปเป็นปลัดจังหวัดเชียงราย ก็ย้ายตามไปเข้าโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดที่นั่น อยู่ได้ ๔ ปี พ่อย้ายกลับมาเชียงใหม่อีก จึงมาจบ ม.๖ ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ สมัยนั้นโรงเรียนในต่างจังหวัดก็มีสูงสุดแค่ ม.๖ ใครที่อยากจะเรียนต่อก็ต้องไปที่กรุงเทพฯ ข้าพเจ้าตามพี่สาว ๒ คน เข้าไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๓  ข้าพเจ้าตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าได้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพราะเกิดมายังไม่เคยเห็นกรุงเทพฯเลยว่าเป็นอย่างไร  จำได้ว่าพ่อแม่เป็นห่วงข้าพเจ้ามากเพราะเป็นลูกสาวคนเล็กและร่างกายก็แบบบาง เจ็บๆ ไข้ๆ บ่อยๆ แต่ก็ต้องตัดใจให้ไปไกลตาเพื่อการศึกษา ยังอุ่นใจที่มีพี่สาว ๒ คนเป็นผู้กำกับอยู่

“ชีวิตข้าพเจ้าเติบโตมาโดยลำดับ จากเด็กนักเรียนเตรียม ไปเป็นนิสิตฯ ทั้งหมดนี้สังกัดสำนักจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาทั้งสิ้น เรื่อยไปเป็นนักเรียนทันตแพทย์ จนกระทั่งจบเป็นทันตแพทย์ ได้รับทุนฟุลไบรต์ไปเรียนที่อเมริกา ๒ ปี กลับมาทำงานเป็นทันตแพทย์อยู่ ร.พ.สวนดอก ระหว่างนี้ก็แต่งงาน มีลูกมีเต้าไปตามวัฏสังขารของมนุษย์ เวลาล่วงเลยมาเกือบ ๒๐ ปี อายุข้าพเจ้ากำลังจะเข้าเลขสี่นำหน้าอยู่แล้ว ก็ต้องปรับตัวให้เป็นอาจารย์อีกเมื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าโครงการจัดตั้งคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชีวิตช่วงนี้ขอใช้ศัพท์ที่คนยุคใหม่ ไฮเทคใช้กันคือ มันส์ จริงๆ บอกกับตัวเองว่า เขาทำได้เราก็ต้องทำได้สินะ สู้หัวชนฝาเลย ชวนใครมาสู้ด้วยเขาก็ไม่เอา ไปชวนอาจารย์จากกรุงเทพฯหลายคน ส่วนใหญ่ได้รับความกรุณาอย่างดียิ่ง เช่น ศาสตราจารย์ พ.ท.ทพ.สี  สิริสิงห์ ผู้ที่ข้าพเจ้าเคารพเยี่ยงบุพการี , อ.จ.หมออุบล  โพธิทัต , ศ.จ. ทพ.พรรณี  สุ่มสวัสดิ์ และอีกหลายคนที่กรุณาสละเวลามาช่วยสอน แต่อาจารย์ของเรายังไม่พอกับวิชาที่นักศึกษาจะต้องเรียนอยู่ดีเพราะช่วงนั้นเป็นระยะที่ อ.จ.ที่เราเตรียมไว้สอนทางเชียงใหม่นี้กำลังไปศึกษาต่อต่างประเทศกันทั้งนั้น  เมื่อบางวิชาไม่มีคนสอนข้าพเจ้าก็สอนเอง ข้าพเจ้าเรียกตัวเองว่า อาจารย์อเนกประสงค์ อาจารย์ขาดวิชาไหน สอนแทนได้หมด สนุกตอนเตรียมการสอนนี่ซิ เพราะตัวเองก็เรื้อไปนานแล้วจะสอนตอนเช้าก็ดูหนังสือไว้ตอนกลางคืน ดึกแสนดึกไม่ว่า ถ่างตาอ่านให้จบให้เข้าใจ ยังคิดอยู่เลยว่าเราดูหนังสือไปสอนนักเรียนมากกว่าตอนเราดูหนังสือสมัยเป็นนักเรียนเยอะแยะเลย…”

ด้านครอบครัว ระหว่างที่ไปศึกษาที่กรุงเทพฯ ได้พักที่บ้านของพระยาอนุมานราชธนและคุณหญิงละไมซึ่งเปิดให้นักศึกษาต่างจังหวัดเข้าพัก ได้รู้จักกับบุตรชายของพระยาอนุมานราชธน คือ นายยรรยง  อนุมานราชธน ต่อมาได้แต่งงานกัน

บุตรธิดา ๓ คน คือ

๑.ดร.ทนัน  อนุมานราชธน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมรสกับ ดร.มยุรี สกุลเดิม ลิมตระการ

๒.นางธัญญา  จันทร์วิทัน สมรสกับนายพิษณุ  จันทร์วิทัน

๓.นางนลี  อินทรนันท์ เคยสมรสกับ พ.อ.ทวีป  เนตรนิยม ต่อมาสมรสกับนายอิทธินันท์  อินทรนันท์

หมอถาวร  อนุมานราชธน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่บ้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๔๐ ขณะอายุ ๗๐ ปีเศษ (หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ทันตแพทย์หญิงถาวร  อนุมานราชธน,๒๕๔๐)

          ติดคลินิกหมอถาวร  อนุมานราชธน คือ บ้านตึกของตระกูล วสุวัต

ปัจจุบันตึกนี้ยังคงอยู่ ยังบ่งบอกฐานะที่มั่นคงของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

เจ้าของบ้านตึกหลังนี้ คือ นายเลียบ  วสุวัต อาชีพทนายความ

บ้านตึกหลังเก่าแก่หลังนี้สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๕ อายุประมาณ ๙๐ ปี ว่ากันว่าบ้านตึกหลังนี้นายเลียบเป็นคนออกแบบเองและควบคุมการก่อสร้างเอง เป็นอาคารที่ไม่ใช้เหล็ก ใช้การก่อผนังโดยใช้ไม้คานวางบนอิฐ

ตระกูล วสุวัต เป็นตระกูลใหญ่ฐานะร่ำรวย พื้นเพเป็นคนภาคกลาง ครอบครัวนี้เดิมพักอาศัยอยู่ที่ถนนราชวงศ์ บริเวณที่เป็นโรงแรมนิวมิตรภาพในปัจจุบัน

เริ่มจาก นายจีน  วสุวัต เคยรับราชการบรรดาศักดิ์เป็นขุนราชสาลี มีหน้าที่เก็บอากรค่านาของหลวงอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  ต่อมานายจีน ย้ายเข้ารับราชการที่กรุงเทพฯระยะหนึ่ง ต่อมาจึงย้ายมาอยู่ที่เมืองเชียงใหม่  อาจกล่าวได้ว่าเป็นครอบครัวคน “บางกอก” ครอบครัวแรกๆ ที่อพยพมาอยู่เมืองเชียงใหม่ก็ว่าได้

เดิมนายจีนและครอบครัวซื้อที่ดินและสร้างบ้านที่ย่านวัดเกตการาม ต่อมาจึงโยกย้ายมาสร้างบ้านไม้สักหลังใหญ่อยู่ถนนราชวงศ์ ด้านหลังติดคุ้มหลวงของเจ้าแก้วนวรัฐ พื้นที่กว้างขวาง ด้านหน้าติดถนนราชวงศ์ได้สร้างห้องแถวสองชั้นประมาณ ๑๐ คูหาให้ผู้อื่นเช่าเก็บเงินมาใช้ในครอบครัว

การสร้างฐานะของนายจีน รุ่นหลานยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากความสามารถด้านการเสี่ยงพนันของนายจีน  วสุวัต ที่มักเล่นพนันกับลูกหลานเจ้านายเชียงใหม่ และได้ทรัพย์สินมาไม่น้อย

นายจีน  วสุวัต  เสียชีวิตที่บ้านถนนราชวงศ์เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๐  ที่ดินและบ้านบริเวณถนนราชวงศ์ รวมทั้งห้องแถวสองชั้นนับสิบคูหา ตกเป็นมรดกสู่ลูก คือ นางเชื้อ  วสุวัต

นางเชื้อ แต่งงานกับนายสมบูรณ์  มีบุตรธิดา ๒ คน คือ นางช่อชลูด  แย้มบูญชู(สมรสกับ พ.อ.ประพร  แย้มบุญชู) และนายชลอ  วสุวัต รับราชการสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

หลังจากนางเชื้อ เสียชีวิต ที่ดินและห้องแถวตกแก่นางช่อชลูด และปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์ของรุ่นลูกชื่อ นายณัฐพร แย้มบุญชู

ด้านนายชลอ วสุวัต บุตรอีกคนหนึ่งของนางช่อชะลูด แต่งงานกับนางสุธร อดีตอาจารย์วิทยาลัยครูเชียงใหม่ ชาวบ้านท้ายวัง.

พ.ต.อ.อนุ  เนิดหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม