หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(๔๑)

Author by 2/08/13No Comments »

ที่ถนนช้างม่อย ก่อนถึงแยกถนนราชวงศ์ มีตึกสองชั้นเก่า ปัจจุบันเป็นร้านตั้งล่งฮวด ในอดีตเป็นบ้านของนายเลียบ  วสุวัต อาชีพทนายความ

นายเลียบ  วสุวัต เสียชีวิตเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๑๗ อายุ ๘๖ ปี ส่วนนางเวก ภรรยาเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ การสร้างบุญกุศลส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ คือการสร้างเมรุให้วัดป่าแพ่งแทนเชิงตะกอนเก่าเพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์เสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ อุทิศให้นางเวก  วสุวัต

บ้านตึกของนายเลียบ  วสุวัต ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรุ่นลูก ช่วงเวลาหนึ่งให้เช่าเป็นร้านอาหาร ต่อมาร้านใหม่ทำหมวกเช่าเปิดร้านอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมารุ่นลูกโยกย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงเทพฯ ขาดคนดูแลบ้านตึกจึงขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์

ผู้ครอบครอง คือนายสมชาย  แซ่ตั้ง เดิมเป็นคนจังหวัดอุดรธานี ต่อมาประมาณ พ.ศ.๒๕๒๐ ได้โยกย้ายมาประกอบการค้าที่เมืองเชียงใหม่ เปิดร้านขายเครื่องเหล็กที่ต้นถนนช้างม่อย ต่อมาประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๔ ได้ซื้อบ้านตึกของนายเลียบ และเปิดเป็นร้านขายวัสดุ         อุปกรณ์อะไหล่เครื่องจักร ชื่อ ร้านตั้งล่งฮวด

ถัดไปทางตะวันออกเป็นบริษัทแสงชัยธุรกิจยานยนต์จำกัด จำหน่ายรถจักรยานยนต์ตระกูล โตแสงชัย

คุณนิพันธ์  โตแสงชัย เจ้าของกิจการบริษัทแสงชัยฯ เล่าความเป็นมาว่า

“เดิมที่นี่เป็นบ้านไม้เก่ากั้นเป็นห้องแถวให้เช่า เรามาซื้อ เจ้าของชื่อซ้อจุรี ขายผ้าอยู่ตลาดวโรรส ด้านข้างทิศตะวันออกเป็นโรงแรมราชวงศ์ เป็นโรงแรมไม้  เมื่อซื้อแล้วรื้อบ้านและสร้างตึกแถว ๒ ห้อง

“ตอนที่เป็นห้องแถวไม้มี ๔ ห้อง เจ้าของเดิมให้เช่า คนเช่าคือ เจ้าของร้านกระจกถาวรกิจ , อาแม แม่ของเจ้าของบริษัทมัทนาพานิช เราซื้อต่อมาเนื้อที่ ๔๓ ตารางวา ได้รื้อห้องแถวเก่า และเนื่องจากเป็นที่ลุ่ม ต้องใช้ดินถมให้สูงขึ้นก่อนสร้างเป็นอาคารตึก ขายรถจักรยานยนต์”

ตระกูลโตแสงชัย เริ่มจากนายเปงเข่ง  แซ่โต๋ว อพยพมาจากเมืองจีนมาตั้งรกรากอยู่เมืองเชียงใหม่ ภรรยาชื่อนางเชงเฮียง เริ่มตั้งร้านค้าอยู่ตรอกข่วงเมรุ ชื่อ “ร้านโต๋วฮกเส็ง” ขายเสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าฝ้าย นอกจากนี้มีแผงลอยที่ตลาดวโรรสอีกส่วนหนึ่ง  ต่อมาเมื่อมีสะสมเงินเป็นทุนมากขึ้นเปลี่ยนสินค้าในร้านเป็นขายอุปกรณ์ไฟฟ้าและเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “ร้านแสงชัยพานิช”

รุ่นลูกมี ๘ คน คือ

๑.นายอุดม  โตแสงชัย แต่งงานกับนางเพชรเรียง เจ้าของกิจการบริษัทเชียงใหม่แสงชัยมอเตอร์ จำกัด ถนนราชดำเนิน

๒.นางอำพร แต่งงานกับนายตง  เชาวุฒิมา เจ้าของกิจการร้านฮกเชียงล้ง ถนนศรีดอนชัย

๓.นางหัทยา แต่งงานกับนายชวน  ตันไพเราะ เจ้าของกิจการร้านสินเสรี ถนน ราชวงศ์

๔.นายสมชาย  โตแสงชัย แต่งงานกับนางศิริพร เจ้าของกิจการร้านโต่วฮกเส็ง ตรอกข่วงเมรุ

๕.นางจรรยา แต่งงานกับอภิสิทธิ์   ตนานุวัฒน์  เจ้าของกิจการร้านตนานุวัฒน์เฟอร์นิเจอร์

๖.นายนิพันธ์  โตแสงชัย แต่งงานกับนางสุชาดา  สุพรรณบรรจง เจ้าของกิจการบริษัทแสงชัยธุรกิจยานยนต์ จำกัด ถนนช้างม่อย

๗.นางพัทยา แต่งงานกับนายประภัท  เชาวิทยางกูร เจ้าของกิจการร้านเกียรติทวีภัณฑ์ ถนนช้างม่อย

๘.พญ.กัญญา แต่งงานกับ นพ.วิชิต  วนดุรงค์วรรณ ครอบครัวอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ถัดไปก่อนถึงสี่แยกศรีนครพิงค์ คือร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์ จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องกีฬา

เจ้าของ คือ นายกวี  รีวีรกุล

เดิมบริเวณนี้เป็นโรงแรม ชื่อ “โรงแรมราชวงศ์” เป็นอาคารไม้สองชั้น เจ้าของโรงแรมราชวงศ์ คือ นายบุญรัตน์ ภรรยาชื่อ นางบัวจันทร์  สุจนิล  นายบุญรัตน์ เคยทำงานกับญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ต่อมามาซื้อบ้านและเปิดเป็นโรงแรมบริหารเอง ส่วนนางบัวจันทร์ ประกอบอาชีพทำสวนและค้าขายพืชไร่ ต่อมาได้ขายโรงแรมเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ไป

ระยะต่อมาเจ้าของร้านมิตรประสานได้กรรมสิทธิ์ได้รื้อตัวอาคารโรงแรมราชวงศ์และสร้างเป็นตึกแถว ๕ ห้องเปิดร้านค้าขาย จนถึงปี พ.ศ.๒๕๒๘ ขายต่อให้นายวิชัย  รีวีรกุล ทำร้านขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ชื่อ ร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์

ร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์ เริ่มจากนายบั้กเฮง  แซ่โง้ว ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วิชัย  รีวีรกุล อพยพมาจากประเทศจีนพร้อมกับพี่น้องรวม ๓ คน มาอยู่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ระยะหนึ่ง ต่อมาพี่สาวของนายบั้กเฮงโยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ค้าขายผ้าที่ตลาดวโรรสเห็นว่ากิจการดี  นายบั้กเฮง จึงพาครอบครัวย้ายตามมา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๓

เริ่มมาเช่าห้องแถวอยู่หน้าวัดเกตการาม จากตลาดต้นลำไยข้ามสะพานจันทร์สมไปเลี้ยวขวา ต่อมาย้ายมาอยู่ริมน้ำปิงที่ตลาดต้นลำไย ด้านหลังติดแม่น้ำปิง ด้านหน้าเป็นตลาดต้นลำไย  ห้องแถวแห่งนี้ทั้งอยู่อาศัยและเปิดเป็นร้านค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป มุ้ง เป็นต้น

รุ่นลูกของนายวิชัย  และนางกิมเตียง (สุนีย์)  รีวีรกุล มี ๔ คน คือ

๑.นายกวี  รีวีรกุล ดูแลกิจการร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์

๒.นายทวี  รีวีรกุล  ทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์

๓.นายกิตติชาต  รีวีรกุล ทำธุรกิจส่วนตัว   ๔.นายเศรษฐสิทธิ์  รีวีรกุล ทำด้านอสังหาริมทรัพย์

๕.นายวรพงษ์  รีวีรกุล ทำธุรกิจส่วนตัว

นายกวี    รีวีรกุล เล่าเรื่องการสร้างฐานะของรุ่นพ่อและการพัฒนาด้านธุรกิจเสื้อผ้าว่า

“ร้านแรกของเตี่ยสมัยอยู่ริมน้ำปิงหันหน้าไปทางตลาดต้นลำไย ขณะนั้นมีห้องให้เช่าประมาณ ๑๐ ห้องเศษ บริเวณกลางๆของห้องแถวที่เช่าอยู่มักจะเป็นร้านอาหาร เช่น ร้านศรีฤทัย ขายอาหารตามสั่ง ชากาแฟ ขายดีมาก เคยออกงานฤดูหนาว มีชื่อเสียง ร้านข้างมันไก่ ร้านตือฮวนก็ดัง

“ที่ร้านสมัยนั้นขายผ้าทอแบบพื้นเมืองและผ้าจากโรงงานควบคู่กัน ผ้าจากโรงงานเริ่มมีแล้ว  ผ้าจากโรงงานได้เปรียบด้านลวดลายจะสวยกว่า ที่ร้านจะขายผ้าถุง ผ้าขาวม้า มุ้ง เสื้อม่อฮ่อม  เสื้อผ้าสมัยก่อนร้านค้าที่ขายมักตัดเย็บเอง แม่ก็ตัดผ้าเอง อีกส่วนหนึ่งจ้างคนอื่นเย็บ ดูแบบและตัดเองศึกษาเอง กางเกงแบบง่ายๆ เช่น กางเกงสะดอ กางเกงนักเรียน เสื้อกุยเฮง มุ้งก็ทำเอง ต่อมาสั่งซื้อจากกรุงเทพฯมาขาย สะดวกกว่า

“ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๑ เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย ต้องโยกย้ายหาที่อยู่ใหม่ ครอบครัวเราโยกย้ายมาอยู่ที่โกดังถนนราชวงศ์ที่เซ้งไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนที่อยู่ได้ซื้อที่ดินไว้ที่ใกล้ตลาดสมเพชร จึงไปสร้างบ้านอยู่อาศัย ต่อมาเมื่อตลาดต้นลำไยสร้างเสร็จ ขายตึกแถวห้องละประมาณ ๖ แสนบาท เตี่ยซื้อไว้และเปิดร้านขายเสื้อผ้าเช่นเดิม ใช้ชื่อว่า ร้านเลี่ยงจินเฮง

“ส่วนบริเวณนี้(ร้านศรีนครพิงค์เซ็นเตอร์) เคยเป็นโรงแรมราชวงศ์ เป็นโรงแรมไม้สองชั้น ต่อมาเจ้าของรื้อ และมีการสร้างตึกแถวรวม ๕ ห้องแทน ผู้ที่มาซื้อไว้ทั้งหมดชื่อ          เหม่งยิ้ว ซื้อแล้วปรับร้านเป็นห้องเดียวเปิดร้านขายปุ๋ย เมล็ดพันธ์พืชผักทางเกษตร แต่กิจการขายไม่ดี จึงอยากขายต่อ เขาคุ้นเคยกับเตี่ยจึงมาบอกขายให้เตี่ย เตี่ยซื้อไว้และเปิดร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์รวมเสื้อผ้า ยีนส์ บูติก

“นอกจากขายเสื้อผ้าที่ร้านแล้ว เตี่ยจะใช้รถตระเวนขายส่งตามอำเภอต่างๆ หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ตลาดแล้วเตี่ยเริ่มจะหยุด อายุมากขึ้น มักให้ผมไปแทนต่อมายกให้ผมคุมกิจการแทน  หลังไฟไหม้ร้านค้าในตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไยทุกร้านกระจายไป  เหมือนเป็นการเริ่มต้นกันใหม่ทุกร้าน ใครมีทำเลดีได้เปรียบ ต้องหาจุดที่ตั้งร้านให้ได้ก่อน ส่วนฐานลูกค้ามีอยู่แล้ว เตี่ยผมเสียชีวิตปี พ.ศ.๒๕๕๓

“เหตุที่โยกย้ายจากอำเภอเด่นชัยมาเชียงใหม่เพราะพี่สาวเตี่ยย้ายมาค้าขายก่อน ร้านของพี่สาวเตี่ยเช่าห้องแถวอยู่ที่ตลาดวโรรส ถนนช้างม่อยปากทางเข้าตลาด ชื่อร้าน เอี่ยงี่ฮั้ว ชื่อไทยคือ อริยาภรณ์ ปัจจุบันเปลี่ยนเจ้าของเป็นร้านทอง

“เรื่องร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าร้านใหญ่จะเรียกว่าเซ็นเตอร์ เป็นศูนย์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย สมัยก่อนเซ็นเตอร์มีไม่มาก  ต่อมามีห้างใหญ่เกิดขึ้น ร้านแบบเซ็นเตอร์เริ่มตาย

“สมัยก่อนยุคเดียวกับร้านเรา คือ ร้านหลีโตว อยู่ในโรงหนังศรีวิศาล ขายเสื้อผ้า ขายยีนส์ , ร้านชัยนิยม ตลาดเทศบาล , ร้านส.การค้าเซ็นเตอร์อยู่ที่ถนนวิชยานนท์ เจ้าของคือ เฮียบุ้ง , ร้านมิตรอารีอยู่หน้าตลาดฝั่งต้นลำไย ต่อมาย้ายไปอยู่ช้างเผือกและเลิกกิจการไป นอกจากนี้ห้างใหญ่คือ ตันตราภัณฑ์

“สมัยนั้นโรงหนังศรีนครพิงค์ยังเปิดบริการอยู่ ร้านนี้จึงขายดีมาก ลูกค้าเข้าออกตลอดวัน”

          ถัดจากร้านศรีนครพิงค์เซ็นเตอร์เป็นถนนราชวงศ์.

พ.ต.อ.อนุ  เนิดหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม