หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(๔๕)

Author by 2/08/13No Comments »

ย่านถนนช้างม่อยใกล้ตลาดวโรรส หากถามว่าร้านไหนเจ้าของเป็นหญิงล้วนและเลี้ยงสุนัขหลายตัว

คำตอบ คือ ร้านเล่งกี่แอนซันส์ ขายอุปกรณ์ไฟฟ้า

ร้านนี้เริ่มต้นจาก สามีภรรยา คือ นายคุนบุ๊ง แซ่กิมและนางซิวเชง  แซ่แต้ รุ่นลูกมี ๕ คน ลูกชายคนหนึ่งคือ นายเชียงฮวด

ปัจจุบันมีนางแปะม่วย แซ่ตั้ง ผู้เป็นหลักในครอบครัว ปัจจุบันอายุ ๘๒ ปี เป็นสะใภ้ของร้านนี้  เล่าว่า อพยพมาจากประเทศจีน แต่งงานเมื่ออายุ ๑๗ ปีกับนายเชียงฮวดที่ประเทศจีนขณะนายเชียงฮวดไปเรียนและอยู่ที่ประเทศจีน ต่อมาได้กลับมาช่วยงานที่ร้านที่เมืองเชียงใหม่

“ย้ายจากถนนวิชายานนท์มาถนนช้างม่อย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ย้ายมาทั้งครอบครัว มาเช่าห้องซึ่งเป็นตึกสองชั้นดังเช่นปัจจุบัน เจ้าของคือ เจ้าราชบุตร

“สมัยนั้นมีร้านโกหลิ่ม มีชื่อเสียงอยู่ด้านหลังร้าน  มีโรงแรมเล็กๆ อยู่หลังร้าน เปิดหลังร้านไปเป็นข้างโรงหนังศรีนครพิงค์ มีร้านอาหารทิพย์รส , ร้านอาหารของคุณไฉน

“ค่าเช่าห้องเดือนละ ๒๐๐ บาท สมัยก่อนค่าเช่าโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ด้านข้างร้านเรา

“ประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๐ มีการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ และบอกขายราคาห้องละ ๑ ล้านบาท  จำเป็นต้องขายที่ดินที่ซอยหลิ่งกอกแถวช้างเผือกซึ่งเจ้าของบริษัทนิยมพานิช จัดสรร นำเงินมาดาวน์ค่าห้องและผ่อนส่ง จนได้เป็นกรรมสิทธิ์

“จากร้านเราไปทางตะวันตก เคยเป็นร้านสหพานิช ต่อมาย้ายไปใกล้สะพานแม่ข่า เปลี่ยนเป็นร้านพิงพานิช ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอื่นล้วนเปลี่ยนเจ้าของเป็นส่วนใหญ่ แต่ร้านเราเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ขายของเหมือนเดิม ไม่รวย ตึกเป็นตึกเดิมตั้งแต่ย้ายเข้ามา ไม่ได้เปลี่ยนแปลง

“สามี(นายเชียงฮวด)อาชีพซ่อมรถจักรยาน ซ่อมวิทยุ ศึกษาการซ่อมเองจากนายวัน คนภาคกลางที่มาขออาศัยใช้หน้าร้านรับซ่อมวิทยุ  สามีขอศึกษาและต่อมารับซ่อมเอง ขณะนั้นเงินทุนไม่มี ไม่ได้ขายวิทยุ จักรยานเพราะไม่มีเงินทุน รับซ่อมวิทยุเป็นหลัก นำเงินส่งลูกเรียน ๕ คน ส่วนป้า(นางแปะม่วย)รับสอยผ้าและขายลอตเตอรี่

“สามีเสียปี ๒๕๒๐ ก่อนซื้อห้องนี้ไม่นาน หลังสามีเสียแล้ว จึงเปลี่ยนแนวการค้าขาย เดิมไม่ได้ขายอะไร ต่อมาจึงขายเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า”

รุ่นลูกของนายเชียงฮวดและนางแปะม่วย มี ๕ คน  ๒ คน เรียนหนังสือเก่งและเป็นแพทย์ คือ

๑.นพ.วีระ  วัฒนเมธานนท์ จบมงฟอร์ต ศึกษาต่อแพทย์จุฬาฯ ปัจจุบันเปิดคลินิกส่วนตัวที่กรุงเทพฯ

๒.น.ส.นิทรา วัฒนเมธานนท์

๓.ดร.สุพรรณี สุ่มเล็ก อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

๔.น.ส.พัชรี  พัฒนเมธานนท์

๕.ทพ.ไตร  พัฒนเมธานนท์ เปิดคลินิกทันตแพทย์อยู่กรุงเทพฯ

ปัจจุบันร้านเล่งกี่แอนด์ซันส์เลี้ยงสุนัขถึง ๖ ตัว เจ้าของร้านเล่าว่าเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยเตี่ยแล้ว  เตี่ยชอบเลี้ยงหมา เลี้ยงเรื่อยมา แม้สถานที่จะคับแคบแต่ก็อบอุ่น เช้าพาออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน กลางวันอยู่รวมกันในร้านคอยต้อนรับลูกค้า

ร้านเล่งกี่แอนด์ซันส์ ที่แปลเป็นไทยว่า เล่งกี่และลูกชายหลายคน

ปัจจุบันในร้านไม่มีลูกชายอีกทั้งไม่มีผู้ชายในร้าน  ยังคงมีเพียงหญิงแม่ลูก ๓ คน และสุนัขอีกหลายตัว

ถัดไปเป็นร้านขายรองเท้า “อิมพีเรียล” ตระกูล “หิรัญไพศาล”

ร้านนี้เดิมเคยเป็นธนาคารกรุงเทพฯ ต่อมาธนาคารกรุงเทพฯ ซื้อที่ดินด้านถัดไปทางทิศตะวันออกซึ่งกว้างขวางกว่า จึงย้ายไป ส่วนที่ตั้งเดิมเถ้าแก่วิชัย  หิรัญไพศาล ซื้อไว้และเปิดร้านขายรองเท้า ใช้ชื่อว่า “อิมพีเรียล”

ประวัติเถ้าแก่วิชัย  หิรัญไพศาล เดิมชื่อ ย่งซุย  แซ่เตีย อพยพมาจากเมืองจีนเมื่ออายุเพียง ๑๑ ปี มาทำงานเป็นลูกจ้างที่กรุงเทพฯ ต่อมาวัยหนุ่มได้โยกย้ายมาอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ แต่งงานกับแม่วิไลวรรณ  แซ่โต๋ว  หลังจากนั้นได้เริ่มต้นสร้างฐานะโดยเช่าแผงค้าขายที่ตลาด วโรรส ส่วนที่อยู่อาศัยได้เช่าห้องแถวตรงข้ามศาลเจ้าปุงเถ่ากงอยู่อาศัย ต่อมาย้ายมาเช่าห้องอยู่ใกล้โรงแรมกำธร ซอยวัดแขก  ส่วนร้านค้าขยายกิจการมาเช่าห้องอยู่ถนนช้างม่อย เยื้องตรอกเล่าโจ๊ว ใช้ชื่อร้านว่า “ร้านรักชัย”

สินค้าในร้านเป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้า ส.ค.ส. ชุดของขวัญต่างๆ

ขณะนั้นบริเวณห้องแถวที่เช่าอยู่  เจ้าของ คือขุนสมานเวชกิจ มีทั้งหมด ๔ ห้อง แยกเป็นร้านรักชัย, ร้านทำผมบุษกรและคลินิกหมอสมาน(ขุนสมานเวชชกิจ) ถัดมาเป็นร้านพิงพานิช

รุ่นลูกของเถ้าแก่ย่งซุย  แซ่เตียและแม่วิไลวรรณ  แซ่โต๋ว มี ๕ คนคือ

๑.นางวิภาพรรณ  ถาวรรุ่งกิจ แต่งงานกับนายเดชา  ถาวรรุ่งกิจ    มีกิจการร้านขายยา เดชาเวชภัณฑ์ที่ตลาดสมเพชร

 

๒.นายวีรชัย  หิรัญไพศาล มีกิจการค้าขายที่ตลาดสมเพชร

๓.นายวีรพันธุ์  หิรัญไพศาล มีธุรกิจอยู่กรุงเทพฯ

๔.นายวีรพงษ์  หิรัญไพศาล มีกิจการดูแลร้านอิมพีเรียล ถนนช้างม่อย

๕.นางวิภาพร  หิรัญไพศาล เป็นแม่บ้าน

นายวีระพงษ์  หิรัญไพศาล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งร้านนี้ว่า

“ร้านอิมพีเรียล เดิมเป็นธนาคารกรุงเทพฯ ต่อมาเขาย้ายไปด้านข้างทิศตะวันออก ตรงนี้เลยว่าง พ่อผมมาซื้อไว้ เจ้าของเดิมคือ เจ้าราชบุตร ซื้อไว้ ๓๐ กว่าปีแล้ว หลังจากนั้นมาเปิดร้านขายรองเท้าอิมพีเรียล

“ส่วนร้านเดิม คือร้านรักชัย ก็ยังเปิดขายอยู่ ขณะนั้นอยู่ถัดไปทางทิศตะวันตก ต่อมาเลิกกิจการคงเหลือร้านอิมพีเรียลร้านเดียว”

ข้างร้านอิมพีเรียลเป็นซอยเข้าตลาดนวรัฐและตลาดเทศบาล ถัดไปเป็นธนาคารกรุงเทพ จำกัด

บริเวณธนาคารกรุงเทพ เดิมเป็นอาคารไม้สองชั้นมี ๓ ห้อง คือ ร้านฉั่วหลี่ฮวด ขายเครื่องก่อสร้าง , ร้านรักชัย ขายรองเท้า , ร้านดัดผมชื่อร้านบุษกร อีกห้องหนึ่งเป็นของหมอสมานเวชชกิจ ใช้เป็นบ้านพักอาศัย ด้านข้างเป็นซอยทางไปโรงหนังศรีพิงค์ สองด้านของซอยเคยมีต้นปาล์มปลูกเป็แนถว เลยไปเป็นโรงแรมเล็กๆ ทาสีชมพู เลยไปเป็นโรงหนัง เด็กละแวกนี้เคยหัดขี่จักรยานในซอยนี้

ทั้ง ๔ ห้องว่ากันว่าเป็นบ้านหมอสมาน ปิยะเกศิน ผอ.รพ.สวนดอกคนแรก เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ มีลูกสาวคนเดียว ปัจจุบันไปอยู่อเมริกา รวมทั้งภรรยา

ประวัติหมอสมาน  ปิยะเกศิน ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนสมานเวชชกิจ เดิมเป็นคนจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแผนกแพทยศาสตร์ จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๑ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๖ หลังจากนั้นเข้ารับราชการที่กรุงเทพฯ จนปี พ.ศ.๒๔๖๗ ย้ายมารับราชการเป็นแพทย์สุขาภิบาลเชียงใหม่ เป็นแพทย์แผนปัจจุบันคนที่สองรองจากพระพิจิตรโอสถที่มารับราชการที่เชียงใหม่ และต่อมาได้รับตำแหน่งนายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ โดยเป็นผู้บุกเบิกโรงพยาบาลนครเชียงใหม่เมื่อครั้งที่ยังเป็นโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่

ด้านครอบครัวสมรสครั้งแรกกับนางถวิล  สกุลเดิม สงวนพันธุ์ บุตรธิดา ๓ คน คือ นายแพทย์กำลูน ปิยะเกศิน , นางวิภา พูลสุข และนางสุภา  หอปราสาททอง ต่อมาสมรสครั้งที่สองกับ นางววิวรรณ ตันสุหัส บุตรหญิง ๑ คน คือ นางวชิรา  กิจวิเชียรชัย

ขุนสมานเวชชกิจ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐(หนังสืองานพระราชทานเพลิงศพรองอำมาตย์โทขุนสมานเวชชกิจ(สมาน ปิยะเกศิน),สุสานหายยา,๒๕๑๐)

ร้านอี้จุ้นหลี ตระกูล “วิศิษฎ์สุวรรณ”  เริ่มจากนายตังจุ่นและนางสมบูรณ์ วิศิษฎ์สุวรรณ ชาวปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ โยกย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒(สงครามโลกครั้งที่ ๒ เริ่มปี พ.ศ.๒๔๘๔) รุ่นลูก คือ นายเซี่ยวปุ่ย , นางซิ้วกี , น.ส.อนงค์ วิสิษฏ์สุวรรณ นางวิวรรณ ปรียานุรักษ์

ปัจจุบันค้าขายเครื่องสังฆภัณฑ์ รุ่นลูกดูแลกิจการ

ส่วนร้านเสริมสวย “บุษกร” ที่มาเช่าอยู่ระยะหนึ่ง เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในอดีต

เจ้าของชื่อ นางบุษกร   เทวาดิเทพ(แต่งงานกับนายเกษม เทวาดิเทพ).

   พ.ต.อ.อนุ  เนิดหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม