หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(๕๔)

Author by 2/08/13No Comments »

ก่อนถึงตรอกข่วงเมรุ มีร้านขายกระจก ชื่อ ร้านกระจกถาวรกิจ

เจ้าของ คือ คุณป้าปรุง  จุลาสัย ปัจจุบันอายุ ๙๒ ปีให้ข้อมูลว่า

“มีเตี่ยบุญธรรมอยู่เชียงใหม่ ชื่อนายเล่งซัวขอป้ามาเลี้ยง เช่าห้องอยู่ที่ถนนวิชยานนท์ หน้านิยมพานิชเก่า ขายของใช้ต่างๆ

“ตอนเด็กเข้าเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์ สมัยนั้นถึงม.๒ ต่อโรงเรียนวัฒโนทัย สมัยนั้นอยู่หน้ายุพราช พ่อแม่ไม่อยากให้เรียนเพราะเป็นผู้หญิง ครอบครัวคนจีนแถวใกล้บ้านก็ไม่อยากให้เรียน อยากให้มาช่วยค้าขาย แต่เราอยากเรียน ขอเรียน เรียนโรงเรียนวัฒโนทัยจนจบ ม.๘ รุ่นสุดท้ายก่อนที่โรงเรียนจะย้ายไปอยู่ที่ถนนบุญเรืองฤทธิ์ หลังจากเรียนจบแล้วออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน ๑ ปี  ต่อมาไปเรียนวิชาครูที่กรุงเทพฯ

เพื่อนจากเชียงใหม่ที่ไปเรียนด้วยกันขณะนั้น คือ เกสร ชีวะเกตุ , นิลวรรณ อินทะเคหะ เรียนที่สวนสุนันทา จบมา นิลวรรณ ชวนไปเป็นครูที่โรงเรียนบริษัทบอเนียวฯ ลูกของผู้จัดการบริษัทบอเนียวฯตั้งโรงเรียนที่ใกล้วัดเกตการาม เงินดือน ๒๒ บาท ไม่นานนักได้บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนวัฒโนทัย จึงลาออกมาเป็นครูโรงเรียนวัฒโนทัย ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไม่นาน(สงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดปลายปี พ.ศ.๒๔๘๔)

“ขณะนั้นโรงเรียนวัฒโนทัยพัฒนาขึ้นมาก มีครูเก่งๆมาสอน เช่น ครูทองอยู่ เกษากาญจน์ , ครูประชุมพร  ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา เป็นครูใหญ่ จบมาจากเมืองนออกมา พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ป้าสอน ม.๕  ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ โรงเรียนวัฒโนทัยย้ายอยู่หนองผึ้ง กม.ที่ ๖ ต้องไปพักที่โน่น ขี่จักรยานไปสอน สถานที่เรียนอยู่วัดพระนอนหนองผึ้ง เรียนที่ศาลาวัด นักเรียนไม่มากนัก ครูเช่าบ้านอยู่ร่วมกัน นอนด้วยกัน สอนอยู่ ๒ ปี เตี่ยให้ออกมาค้าขาย ขณะนั้นเงินดือนเดือนละ ๕๐ บาท เงินช่วยเหลือเดือนละ ๕ บาท

“ป้าไม่ชอบค้าขาย ความจำเป็นบังคับให้ค้าขาย ออกมาอายุ ๒๖ ปีมาค้าขาย ต่อมาอายุ ๓๑ ปี แต่งงานกับนายสวัสดิ์(ชื่อเดิมคือเซ่งถ่าย แซ่แต่) แม่เขา ชื่อ บัวแก้ว จันทรปัญญา เตี่ยเป็นคนแนะนำให้แต่งงานกัน ลูก ๓ คนแต่งงานแล้วไปอยู่บ้านสามี สามีเสียชีวิตปี พ.ศ.๒๔๙๕ ลูก ๓ คน คนเล็กทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ คนโตช่วยที่ร้าน คนกลางเป็นพยาบาล ป้ามักสอนลูกว่า เห็นเขาขี่ช้าง ขี่ม้าอย่าไปเอาแบบเ ชื่นชมเขาก็พอ อย่าทำตาม ต้องรู้จักประมาณตน”

          การมาเริ่มต้นร้านกระจกถาวรกิจที่ถนนช้างม่อย คุณป้าปรุง  จุลาสัย เล่าว่า

“ร้านเก่าเคยเช่าอยู่ปากตรอกเล่าโจ๊วทำกรอบรูป มีโต๊ะแค่ ๑ ตัว ลูกนอนมีผ้าปูที่พื้น ที่พักเช่าอยู่ข้างบ้านทนายเลียบ เป็นห้องแถว ๓ ห้องชั้นเดียว ปัจุบันเป็นร้านแสงชัยพานิช ขายรถจักรยานยนต์ ที่เช่าอยู่ใกล้กันมีครอบครัวป้า , ร้านอาแมและร้านทำหวาย

“ปีพ.ศ.๒๕๐๑ มาเช่าห้องที่นี่ เดือนละ ๑๐๐ บาท ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ๕๐,๐๐๐ บาท จ่ายให้เถ้าแก่โอ๊ว ตึกละแวกนี้เป็นของคุณอ่อนศรี เถ้าแก่โอ๊วทำสัญญาเช่าสร้างตึกแถวระยะเวลา ๑๐ ปี หลังจากนั้นแล้วจึงจะเป็นของเจ้าเดิม เถ้าแก่โอ๊วมีหัวธุรกิจที่ยังไม่มีใครทำ เถ้าแก่โอ๊วทำคนแรก สร้างเป็นตึกแถวรวม ๑๘ ห้อง ป้าเช่าไว้ ๑ ห้อง ต่อมาซื้อเป็นกรรมสิทธิ์

“ตอนเริ่มทำร้านกระจก มีเด็กช่วย ๒ คน เขาเอารูปมาใส่กระจก มาซื้อกระจกเงาเหมือนปัจจุบัน กระจกาคสั่งมาจากกรุงเทพฯ ส่งมาทางรถไฟ ต่อมามีตัวแทนบริษัทมาเดินขายสินค้าและมาเก็บเงิน

“ร้านเตี่ยเคยอยู่แถวสะพานลอยถนนวิชยานนท์ ไปโรงเรียนใช้จักรยานยี่ห้อราเลย์ เตี่ยซื้อให้ที่ร้านใกล้ร้านจิบอังตึ้งซึ่งเป็นเอเย่นขายจักรยานยี่ห้อฮัมเบอร์และราเลย์  อยากได้อะไรเตี่ยมักซื้อของดีๆ ให้ อย่างจักรยานยี่ห้อราเลย์ ทั้งโรงเรียนวัฒโนทัยมีเพียง ๒ คน ของป้า ๑ คัน เวลาครูจะไปธุระนอกโรงเรียนมักมาขอยืมจากป้าเพราะเท่สมัยนั้น     นิยมกัน”

ถัดจากร้านกระจกถาวรกิจ คือ ร้านสุจริตพานิช ตระกูล สุจริตรักษ์

ร้านสุจริตพานิช เริ่มเปิดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๓ สมัยนั้นถนนช้างม่อยยังเป็นทูเวย์ให้รถวิ่งส่วนทางได้ แต่รถยนต์ยังคงมีน้อยมาก ส่วนมากใช้รถจักรยานเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรถจักรยานยนต์ยังราคาแพงใช้กันน้อย ดังนั้นช่วงค่ำจึงจะเห็นเจ้าของร้านค้าย่านช้างม่อยใกล้ตลาดวโรรส ออกมานั่งเล่นหน้าร้าน บ้างทักทายพูดคุยกัน ส่วนรุ่นเด็ก มักออกมาวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน บ้างทำการบ้าน

นายณัฏฐพร  สุจริตรักษ์ ปัจจุบันอายุ ๘๑ ปี เกิดปี พ.ศ.๒๔๗๔  เล่าว่า เดิมช่วยงานที่ร้านเหลี่ยวย่งง้วน ถนนท่าแพของพ่อ คือ นายเซี่ยงฮ้อ  แซ่เหลี่ยว ขณะนั้นพ่อและอาดูแลกิจการในร้าน ซึ่งเดิมขายผ้าฝ้าย ต่อมาเปลี่ยนเป็นขายรถจักรยานยนต์ , รถจักรยาน

ต้นตระกูลซึ่งเป็นเจ้าของร้านเหลี่ยวย่งง้วน คือ นายอุย  แซ่เหลี่ยว เป็นคหบดีฐานะร่ำรวยของเมืองเชียงใหม่ นอกจากมีร้านค้าใหญ่โตแล้วยังมีหุ้นส่วนทำตลาดต้นลำไยด้วย ชาวเมืองเชียงใหม่ทั่วไปมักเรียกว่า แป๊ะอุย

“แป๊ะอุย”  อพยพมาจากเมืองจีน มาตั้งรกรากอยู่ย่านวัดเกตการาม อาชีพค้าขายโดยล่องเรือค้าขายสินค้าระหว่างเชียงใหม่-กรุงเทพฯ  ต่อมาเมื่อการค้าย่านวัดเกตซบเซาลง ได้ย้ายมาตั้งร้านค้าที่ถนนท่าแพ ชื่อ ร้านเหลี่ยวหย่งง้วน

แปะอุย มีภรรยาหลายคนทำให้มีลูกหลานเยอะ  ภรรยาคนหนึ่ง คือ แม่คำดิบ  มีลูกสาวคนเดียว คือ นางไหล่ชุน  แซ่เหลี่ยว บุตรสาวของนางไหล่ชุน คือ นางปิยะนารถ  ภูวกุล เจ้าของร้านรัตนผล ถนนท่าแพ(เสียชีวิตแล้ว)

ภรรยาคนที่สองจากเมืองจีนชื่อาเนี้ย มีบุตรชาย ชื่อ นายจืออัง  แซ่เหลี่ยว (ต่อมาเปลี่ยนเป็นนายรักษ์   เลียววิริยะกิจ ธุรกิจในเครือ คือ ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเลียววิริยะ ถนนท่าแพ) แต่งงานกับนางชวดี  แซ่ตั้ง หรือ ตันตรานนท์ น้องสาวของนายธวัช  ตันตรานนท์ เจ้าของห้างสรรพสินค้าตันตราภัณฑ์ในอดีต  บุตรธิดา ๔ คน คือ นายสุทธิชัย  เลียววิริยะกิจ , นพ.สุทธิพงษ์  เลียววิริยะกิจ , ผศ.ภัทรา  โรจนไพบูลย์และนางภัทรี  จันทร์เพ็ง (นางชวดี  เลียววิริยะกิจ,สัมภาษณ์)

ภรรยาคนที่สามจากเมืองจีนชื่อนางไห มีบุตรชาย ๓ คน คือ

๑. นายจือหงาง  แซ่เหลี่ยว แต่งงานกับนางนาคา  สกุลเดิมแซ่เฮ็ง(ต่อมาเปลี่ยนเป็นเลียวสวัสดิพงษ์ ธุรกิจในเครือ คือ ร้านแกลลอรี่) บุตรธิดารวม ๕ คน คือ นายดนัย  เลียวสวัสดิพงษ์ , นายสุรชัย  เลียวสวัสดิพงษ์ ,นางดวงพร  ยวะกุล , นางมวลพร  จุลถาวรและนายภานุ  เลียวสวัสดิพงษ์

๒. นายกว้าง  แซ่เหลี่ยว แต่งงานกับนางบูรพา  (ต่อมาเปลี่ยนเป็นเลี่ยวเทียนชัย ธุรกิจในเครือ คือ บริษัทธาราจำกัด) มีธิดารวม ๖ คน โดยเฉพาะนางบูรพา ก่อนเสียชีวิตได้บริจาคทรัพย์สร้างกุฏเจ้าอาวาสวัดเกตการาม สิ้นเงินไปล้านบาทเศษ ได้บุญมากและเป็นอานิสงฆ์ถึงรุ่นลูกหลาน

๓. นายเซี่ยงฮ้อ  แซ่เหลี่ยว แต่งงานกับนางหง่วนชุน  แซ่โล้ว  บุตรธิดารวม ๘ คน (ต่อมาเปลี่ยนเป็นสุจริตรักษ์ ธุรกิจในเครือ คือ ร้านสุจริตพานิช) คือ

๓.๑ นายยรรยง  สุจริตรักษ์ เจ้าของกิจการร้านสุจริตพานิชภัณฑ์ ถนนราชวงศ์

๓.๒ นายณัฏฐพร   สุจริตรักษ์ เจ้าของกิจการร้านสุจริตพานิช ถนนช้างม่อย

๓.๓ นพ.สุชาติ  สุจริตรักษ์ แพทย์ประจำ รพ.กรุงเทพฯ

๓.๔ นายอนุชาติ  สุจริตรักษ์ ทำธุรกิจอยู่กรุงเทพฯ

๓.๕ นางมัทณีย์  อมรเทียน ทำธุรกิจโรงพิมพ์อยู่กรุงเทพฯ

๓.๖ นางลินดา  เบญจพัฒนมงคล ทำธุรกิจอยู่กรุงเทพฯ

๓.๗ ร.ต.อ.นพ.เฉลิมชาติ  สุจริตรักษ์ อาจารย์แพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่

๓.๘ นายอภิชาต  สุจริตรักษ์ ผู้จัดการตลาดต้นลำไย

นายณัฎฐพร  สุจริตรักษ์ บุตรชายคนที่สองเล่าว่า เกิดและเติบโตที่ร้านเหลี่ยวย่งง้วน ถนนท่าแพได้ช่วยค้าขายอยู่ที่ร้านเหลี่ยวย่งง้วนจนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๙  หลังจากแต่งงานแล้วได้ย้ายมาอยู่กับครอบครัวภรรยาที่ถนนช้างม่อย ซึ่งปัจจุบันคือร้านตนานุวัฒน์  หลังจากนั้นปี พ.ศ.๒๕๐๓ ได้แยกมาเช่าอยู่ห้องแถวอยู่ถนนช้างม่อยใกล้ตลาดวโรรส เป็นตึกสองชั้นเจ้าของคือ พ่อของอาจารย์อเนก  นิมมลรัตน์ ขณะนั้นผู้ที่เช่าอยู่เดิมย้ายออกพอดี ซึ่งตึกแถวแห่งนี้เป็นย่านค้าขายที่ดี นอกจากอยู่ใกล้ตลาดวโรรสแล้วยังอยู่ใกล้โรงหนังศรีนครพิงค์ ทำให้คนพลุกพล่านค้าขายดี

สินค้าในร้านระยะเริ่มต้น คือเครื่องไฟฟ้า วิทยุ จักรยาน สายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จักรยานยี่ห้อราเล่ย์และจักรยานตรามือ สินค้าเหล่านี้สั่งซื้อจากกรุงเทพฯ โดยได้รับความช่วยเหลือจากพ่อเรื่องทุนดำเนินการ

ปัจจุบันเปิดดำเนินการมา ๕๒ ปี

ด้านครอบครัวสมรสกับนางพิมพรรณ  สกุลเดิม ตนานุวัฒน์ ครอบครัวเดิมมีร้านอยู่ถนนวิชยานนท์ฝั่งตลาดวโรรส ชื่อ “ร้านตันร้อยกี่”.

พ.ต.อ.อนุ  เนิดหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม