หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย (๓๓)

Author by 2/08/13No Comments »

          บริเวณตอนกลางของถนนสิทธิวงศ์ใกล้สะพานจ้ามลำน้ำแม่ข่า มีบ้านของอดีตนายตำรวจมีคนเมืองเชียงใหม่รู้จักชื่นชม และต่อมาได้รับเลือกเป็น ส.ส.เชียงใหม่ คือ พ.ต.อ.ธานี  วีรเดชะ

หากถามชาวเมืองเชียงใหม่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไปมักรู้จัก “ผู้กองธานี” ซึ่งต่อมาเป็น “ผู้กำกับธานี”

“ผู้กองธานี” หรือ “ผู้กำกับธานี” ที่ว่า คือ พ.ต.อ.ธานี  วีรเดชะ อดีตผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

ประชาชนชาวเมืองเชียงใหม่นอกจากรู้จักกันทั่วไปแล้ว ยังมีความเชื่อถือศรัทธาในการทำงานอีกด้วย  ซึ่งความเชื่อถือศรัทธาเกิดจาก พ.ต.อ.ธานี  วีรเดชะ มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั่วไป

          ประการแรก เหตุที่เป็นที่รู้จักเพราะ พ.ต.อ.ธานี  รับราชการในจังหวัดเชียงใหม่หลายพื้นที่ คือ สภ.อ.สารภี(พ.ศ.๒๕๐๐) , สภ.ต.แม่ปิง ในเมืองเชียงใหม่(พ.ศ.๒๕๐๑) , สภ.อ.สันกำแพง(พ.ศ.๒๕๐๕) , สภ.อ.ฝาง(พ.ศ.๒๕๑๐) , เป็น รอง ผกก.และเกษียณในตำแหน่ง ผกก.เชียงใหม่(พ.ศ.๒๕๑๘)

          ประการที่สอง เหตุที่เป็นที่ยอมรับเชื่อถือศรัทธาของประชาชนเนื่องจากการทำงานที่ตั้งใจและมุ่งมั่น มีผลงานการปราบปรามกลุ่มคนร้ายที่เด็ดขาด ไม่หวั่นเกรง บางกรณีสร้างเรื่องเล่าขานในหมู่ชาวเมืองซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของ พ.ต.อ.ธานี โดดเด่นขึ้น เช่น ขณะรับตำแหน่งผู้บังคับกองหัวหน้า สภ.ต.แม่ปิง ได้ท้าชกต่อยกับสามล้อปั่นที่ขี่รถผิดกฎจราจร สามล้อปั่นรูปร่างสูงใหญ่กว่า แต่ชกต่อยสู้ พ.ต.อ.ธานี ไม่ได้ หลังชกต่อยก็ไม่ถือเป็นอารมณ์โกรธแค้นต่อสามล้อถีบ จึงสร้างศรัทธาได้อย่างมาก

ความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนเกิดจากผลงานเมื่ออยู่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอำเภอต่างๆ ดังเช่น การปราบปรามแก๊งอันธพาลในเมืองเชียงใหม่จนราบคาบขณะเป็นผู้บังคับกอง สภ.ต.แม่ปิง ในเมืองเชียงใหม่ , ปราบปรามแก๊งวัยรุ่นที่ขว้างปาและทำร้ายผู้คนในเวลากลางคืนที่ถนนสายเชียงใหม่-สารภี ขณะเป็นผู้บังคับกอง สภ.อ.สารภี , ปราบปรามกลุ่มคนร้ายที่ดักขึงเส้นลวดปล้นชิงทรัพย์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในเส้นทางเชียงใหม่-        สันกำแพง ขณะเป็นผู้บังคับกอง สภ.อ.สันกำแพง , ลดคดีฆ่าและคดีอุกฉกรรจ์เมื่อเป็นผู้บังคับกอง สภ.อ.ฝาง , ปราบปรามการทุจริตเรื่องเงินทะเบียนยานพาหนะขณะเป็นรองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่  เป็นต้น

หลังเกษียณอายุในปี พ.ศ.๒๕๑๘ แล้ว ต่อมาในปีถัดมา พ.ต.อ.ธานี  วีรเดชะ ได้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่) และเป็นตำรวจคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส.เชียงใหม่  อีกทั้งได้รับคะแนนมากที่สุดเหนือผู้สมัครคนอื่นๆ คือ ได้คะแนน ๗๑,๗๖๙ คะแนน สูงเป็นลำดับที่ ๓ ของประเทศไทยในขณะนั้น

ด้านประวัติของ พ.ต.อ.ธานี  วีรเดชะ เดิมเป็นชาวกรุงเทพฯ เป็นบุตรของ พ.ต.อ.พระยากำจัดโสณฑทุจริต(บุญมี  วีรเดชะ) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรและคุณหญิงกำจัดโสณฑทุจริต(ถนอม วีรเดชะ) เป็นบุตรคนที่ ๔ ในจำนวนพี่น้อง ๘ คน

ด้านครอบครัวสมรสกับนางจรุงศรี  วีรเดชะ บุตรธิดา ๓ คน ต่อมาสมรสกับนางสุวรรณี วีรเดชะ บุตรธิดา ๓ คน

พ.ต.อ.ธานี  วีรเดชะ เสียชีวิตเมื่อกลางปี พ.ศ.๒๕๓๒ ขณะอายุ ๗๓ ปีด้วยโรคหัวใจ

          ถนนสิทธิวงศ์ก่อนที่จะทะลุถึงถนนช้างม่อย มีร้านข้าวเหนียวรสชาติดีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือ ร้านข้าวเหนียวสายใจ

เจ้าของร้าน คือ คุณป้าสายใจ  จันทรโพธ์ อายุ ๗๘ ปี (เกิด พ.ศ.๒๔๗๗) ฝีมือการทำข้าวเหนียวมาจากแม่ซึ่งเป็นชาวกรุงเทพฯ ได้เล่าเกี่ยวกับครอบครัวและความเป็นมาของร้านข้าวเหนียวสายใจว่า

“เกิดที่ย่านวัดเกตการาม  สายทางพ่อ คือปู่เป็นคนพิษณุโลก มาได้กับย่าคนบ้านฮ่อม มาถึงรุ่นพ่อ ชื่อ สายบัว  จันทรโพธ์ ส่วนแม่ชื่อ แฉล้ม  รัตนวิชิต คนกรุงเทพฯ

“ระยะแรกพ่อแม่เช่าบ้านอยู่หน้าวัดเกตการาม ต่อมาย้ายมาอยู่บ้านฮ่อ ถนนเจริญประเทศ ลูกเยอะ มีรวม ๑๑ คน ป้าเป็นคนโต เข้าเรียนไม่นานก็ต้องออกมาช่วยเลี้ยงน้อง ตอนหลังจึงศึกษาเองจนอ่านหนังสือได้

“อาชีพของพ่อแม่ คือ ทำขนมขาย ขนมหลายอย่างโดยเฉพาะข้าวเหนียว แม่เก่งทางทำขนม

“พออายุ ๘ ขวบ พ่อแม่ย้ายมาเช่าบ้านอยู่ในซอยสิทธิวงศ์ ถนนช้างม่อย เช่าบ้านของยายม้วย ค่าเช่าเดือนละ ๓๐ บาท ลักษณะเป็นบ้านตูบน้อยๆ อยู่กลางสวน  ส่วนยายม้วยเจ้าของบ้าน มีบ้านอยู่ตรงคลีนิคหมอถาวร สามีชื่อนายสอน มีลูก ๒-๓ คน ต่อมาขายต่อให้คนอื่นเป็นทอดๆ จนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของหมอถาวร

“ที่บ้านทำขนมแล้วหาบไปวางขายที่ตลาดวโรรส(กาดหลวง) สมัยก่อนก่อดินกี่ขึ้นมาจากพื้นสำหรับใช้วางของ มีม้านั่งเตี้ยๆ นั่งขายของ ต้องไปช่วยแม่ขายขนม

“ถนนในซอยสิทธิวงศ์ สมัยป้าเด็กเป็นถนนแคบๆ รั้วบ้านป้าเคยอยู่เกือบกลางถนน  บ้านที่เช่าอยู่ต่อมานายสอนตาย พ่อแม่จึงซื้อจากยายม้วย ประมาณ ๑ หมื่นบาทเศษ ขณะนั้นยายอายุ ๑๐ กว่าขวบ(คาดว่าประมาณ พ.ศ.๒๔๘๙)

“ตรงกันข้ามบ้านเยื้องไปเล็กน้อยเป็นบ้านของแม่ขิ่น เชื้อสายพม่า ขายของเยอะ รวย มีรถขนดิน บ้านอยู่ติดถนนช้างม่อย ตรงข้ามบ้านเราเป็นหนองน้ำและมีบ้านหลังเล็กของแม่ขิ่น  บ้านของแม่ขิ่นเป็นบ้านไม้ใหญ่สองชั้น  ตรงข้ามบ้านเรามีบ่อน้ำของแม่ขิ่น  น้ำสะอาดมีที่สูบน้ำขึ้นและมีที่กรองด้วย เราต้องไปขอน้ำจากบ่อเขามาดื่มกิน บ่อน้ำบ้านเราน้ำฮากสีแดง

“แม่ขิ่นมีลูกชาย ๑ คน เป็นอาจารย์ ม.ช. เสียชีวิตแล้ว มีผู้หญิงอีก ๔ คน อายุมากกว่าป้า สมัยนั้นป้าเป็นเด็กอยู่ ต่อมารุ่นลูกทำตึกแถวให้เช่า จากมุมถนนเข้ามา ๕ ห้องตั้งแต่ร้านเจียรนัยมา

“สมัยเด็กไม่ได้เที่ยวไหน ขายของอย่างเดียว หาบขนมเร่ขาย เคยไปขายถึงสนามกอล์ฟยิมคานา สมัยที่เป็นสนามม้า ส่วนมากหาบไปขายตลาดสันป่าข่อย ออกจากบ้านตี ๔ ตี ๕ ลุกมาทำขนม ๗ โมงหาบไปขาย ส่วนแม่หาบไปขายกาดหลวง ประมาณ ๑๐ โมง  หลังจากที่ป้าหาบไปขายที่ตลาดสันป่าข่อยหมดแล้ว จึงไปช่วยแม่ที่กาดหลวง จน ๖ โมงเย็นยามไล่เพื่อปิดประตูตลาด จึงต้องเก็บของรีบกลับ สมัยก่อนรอบตลาดเป็นห้องแถว เป็นร้านแขกขายผ้า คราวหนึ่งเก็บของไม่ทัน เขาปิดประตูตลาด ต้องขอออกทางร้านแขกขายผ้า

“อายุ ๒๓ ปี แต่งงาน สามีเป็นช่างเย็บผ้ารับจ้างอยู่แถวไนท์บาซ่า แต่งงานแล้วสามีมาช่วยขายของ ชื่อ นายอินสอน  วิกะศิลป์

“สมัยก่อนมักไปขายขนมที่ตลาด ขายที่บ้านบ้าง ในตลาดขายดีกว่า ขนมหลักๆ คือ ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวสังคยา ข้าวเหนียวหน้าปลา ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวกลอย ส่วนขนมอื่นรับจากเจ้าอื่นมาวางขาย

“คนรวยย่านนี้ นอกจากป้าขิ่นแล้ว ยังมีเจ้าของตึกสิทธิวงศ์ ของนายเขียว ภรรยาชื่อ ป้าจันทร์เป็ง  สิทธิวงศ์  นายเขียวอายุยืน เสียชีวิตเมื่ออายุ ๑๐๑ ปี อาชีพขายหม้อน้ำต้น สมัยนั้นนิยมใช้ขันเงินคว่ำไว้  เขารับมาขายที่บ้าน น้ำต้นมักไปซื้อจากบ้านน้ำต้น อำเภอหางดง  เขาเอามาส่ง  สมัยป้าเป็นเด็กร้านอื่นไม่มีขายเพราะต้องใช้เงินทุน  จะมีอีกร้านหนึ่งเป็นห้องแถวอยู่ที่กาดหลวง  อย่างขันเงินราคาแพง  นอกจากนี้ร้านป้าจันทร์เป็งขายเครื่องเงินด้วย ติดบ้านป้าไปเป็นยุ้งข้าวของนายเขียว ตี ๔ ตี ๕ มีล้องัวเอาข้าวเปลือกมาส่ง เขามีไร่มีนาอยู่นอกเมือง

“ครอบครัวนายเขียวและป้าจันทร์เป็ง มีลูก ๑ คน ชื่อนางจินดา ปัจจุบันอายุ ๘๐ ปีเศษ ตึกนี้เก่าแก่มากในย่านนี้ ตอนนั้นอายุ ๘ ขวบก็เห็นตึกนี้แล้ว นางจินดาถือว่าสวยมากสมัยนั้น เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวฐานะดีด้วย แต่งงานกับคนลำพูน จัดงานแต่งงานที่บ้าน ป้าได้แอบดู แต่งตัวสวยมาก”

ปลายถนนสิทธิ์วงมาตัดกับถนนช้างม่อย ด้านทิศตะวันตกเป็นบ้านของคหบดีคนหนึ่ง ตระกูล ยุตบุตร นอกจากมีรถบรรทุกวิ่งรับส่งคนโดยสารและรับจ้างทั่วไปแล้ว ยังเป็นเจ้าของตลาดมิ่งเมืองอยู่ติดตลาดสมเพชรด้านทิศใต้

เจ้าของบ้านชื่อพ่อเลี้ยงอุ่นเรือน  ยุตบุตร ภรรยาชื่อ แม่ชิดขิ่น  ยุตบุตร พักอาศัยอยู่กับบุตรธิดารวม ๕ คน

บ้านของพ่อเลี้ยงอุ่นเรือนเป็นบ้านไม้สองชั้น มีบริเวณบ้านกว้าง ในบริเวณบ้านมียุ้งข้าว เป็นสวนปลูกไม้ผล สมัยนั้นหลังฤดูเก็บเกี่ยวช่วงเย็นถึงค่ำชาวบ้านที่เช่าทำนาจะนำข้าวเปลือกมาส่งที่บ้านของพ่อเลี้ยงอุ่นเรือน ภาพเกวียนแล่นตามถนนช้างม่อยสวนกับรถยนต์ที่เริ่มหนาตาแล้วเป็นภาพที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนละแวกนั้นได้เป็นอย่างดี

ส่วนพื้นที่ด้านหน้าบ้านติดถนนช้างม่อยและถนนสิทธิวงศ์พ่อเลี้ยงอุ่นเรือนสร้างเป็นห้องแถวสองชั้นรวม ๕ ห้อง ให้ผู้อื่นเช่า.

พ.ต.อ.อนุ เนินหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่