หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย (๓๔)

Author by 2/08/13No Comments »

          ปลายถนนสิทธิ์วงมาตัดกับถนนช้างม่อย ด้านทิศตะวันตกเป็นบ้านของคหบดีคนหนึ่ง ตระกูล ยุตบุตร นอกจากมีรถบรรทุกวิ่งรับส่งคนโดยสารและรับจ้างทั่วไปแล้ว ยังเป็นเจ้าของตลาดมิ่งเมืองอยู่ติดตลาดสมเพชรด้านทิศใต้

เจ้าของบ้านชื่อพ่อเลี้ยงอุ่นเรือน  ยุตบุตร ภรรยาชื่อ แม่ชิดขิ่น  ยุตบุตร พักอาศัยอยู่กับบุตรธิดารวม ๕ คน

พ่อเลี้ยงอุ่นเรือน เป็นบุตรของพ่ออุ๊ยเหมย และแม่อุ๊ยเขียว บ้านเดิมอยู่ย่านวัดล่ามช้าง วัยเด็กบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระที่วัดล่ามช้าง ได้ศึกษาเล่าเรียนที่วัดล่ามช้าง ภายหลังสึกออกมาและแต่งงานกับแม่ชิดขิ่น เชื้อสายพม่าซึ่งพ่อแม่รับจ้างทำไม้กับบริษัททำไม้ของฝรั่ง หลังแต่งงานได้มาซื้อที่และสร้างบ้านอยู่ข้างวัดหนองคำ ถนนช้างม่อยเรื่อยมา

พ่อเลี้ยงอุ่นเรือน ฐานะมั่นคงมีทุนซื้อรถยนต์บรรทุกไว้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารและรับจ้างบรรทุกหินดินทรายซึ่งมีไม่กี่ตระกูลที่สามารถประกอบกิจการนี้ได้

พื้นที่บริเวณบ้านจึงจัดเป็นที่จอดรถบรรทุกประมาณ ๕ คัน จอดเต็มลานบ้าน ยามเช้าก็จะเห็นพ่อเลี้ยงอุ่นเรือนสั่งการลูกจ้างมอบหมายนำรถแต่ละคันไปขนหินทรายตามที่มีผู้จ้างไว้ นอกจากนี้พ่อเลี้ยงอุ่นเรือนยังเป็นหุ้นส่วนของบริษัท ส.ร.ช.ที่ย่อมาจากคำว่า สหายรถยนต์เชียงใหม่ ร่วมนำรถบรรทุกมาวิ่งบรรทุกคนโดยสารระหว่างเชียงใหม่กับอำเภอรอบนอก ที่ทำการบริษัทอยู่ที่บริเวณตลาดบุญอยู่ ข้างโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ตรงข้ามบ้านพักศึกษาธิการ บริเวณดังกล่าวสร้างเป็นตึกชั้นเดียว หันหน้ามาทางถนนราชวิถี มีรั้วไม้สีขาวกั้นบริเวณโดยรอบ เป็นสำนักงานและร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์อีกด้วย บริเวณข้างสำนักงานเป็นพื้นที่จอดรถบรรทุกโดยสาร

ทรัพย์อีกส่วนหนึ่ง พ่อเลี้ยงอุ่นเรือนมีที่ดินอยู่ที่ในกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก ใช้เป็นที่จอดรถบรรทุกโดยสารและเป็นที่ซ่อมรถ ต่อมาสร้างเป็นตลาดตั้งชื่อว่า “ตลาดมิ่งเมือง” มีป้ายเล็กๆ ที่ทางเข้า ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าตลาดสมเพชร เพราะอยู่ใกล้ปั๊มน้ำมันของนายสมเพชร สุกัณศีล

ด้านหน้าตลาดสร้างตึกแถวสองชั้น ๑๐ ห้องเศษให้เช่า

ตอนเปิดตลาดมิ่งเมืองพ่อเลี้ยงอุ่นเรือนนำลิเก ดนตรี มาแสดงให้ดูฟรีเป็นเดือนเพื่อดึงคนเข้าตลาด นอกจากนี้พ่อเลี้ยงอุ่นเรือนได้ซื้อที่ไว้สายคันคลองชลประทาน ติดวัดประทานพร ต่อมาถนนคันคลองตัดผ่าน

รุ่นลูกของพ่อเลี้ยงอุ่นเรือน  ยุตบุตรและแม่ชิดขิ่น  ยุตบุตร รวม ๕ คน คือ

๑.นางทองศรี  มีสุวรรณ แต่งงานกับ ร.ต.ท.อัมพร มีสุวรรณ

๒.นางบัวชุม  เหลือโกศล ไปอาศัยอยู่กับป้า คือแม่จันทา กอบบุญมา ต่อมาแต่งงานกับนายพิชิต เหลือโกศล

๓.นางบุญทอง  วาฤทธิ์ แต่งงานกับนายชูเทียม  วาฤทธิ์ ชาวจังหวัดน่าน

๔.นายสุธรรม  ยุตบุตร จบจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ก่อตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์(เสียชีวิต) แต่งงานกับนางยุพดี บุตรธิดา ๓ คน

๕.นางชลิฎา  นิพารักษ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๐ พ่อเลี้ยงอุ่นเรือนและครอบครัวโยกย้ายไปสร้างบ้านอยู่ที่บริเวณตลาดมิ่งเมือง(เรียกกันว่าตลาดสมเพชร) ส่วนพื้นที่ข้างวัดแสนฝางได้รื้อบ้านไม้และสร้างเป็นตึกแถวรวม ๑๖ ห้องให้เช่าเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

บุตรหญิงคนหนึ่ง คือ คุณบัวชุม  เหลือโกศล ปัจจุบันอายุ ๘๑ ปี แต่งงานกับคุณพิชิต เหลือโกศล หลังแต่งงานได้มาช่วยกิจการของครอบครัวภรรยาและทำธุรกิจหลายอย่าง เคยทำปั๊มน้ำมันตรงข้ามศูนย์วัฒธรรม ย่านประตูหายยา รุ่นลูก ๒ คน คือ

๑.นางมลหฤทัย เหลือโกศล สมรสกับพ.ต.ท.รุ่งโรจน์ เรียมดี(เสียชีวิต)

๒.นายพิษณุ  เหลือโกศล ทำโรงแรมเดอะซิม ย่านประตูหายยา

คุณพิชิต  เหลือโกศล มีประสบการณ์ด้านการใช้รถโดยสารที่ใช้พลังงานความร้อนจากถ่านและเคยเดินทางเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง สมัยที่ถนนยังไม่สมบูรณ์

ประวัติคุณพิชิต  เหลือโกศล เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดปี พ.ศ.๒๔๖๖ ปัจจุบันอายุ ๘๙ ปี ขณะอายุ ๑๖ ปีมาอยู่กับลุงชื่อเจ้าคุณวิทยาศรัยที่เชียงใหม่และเข้าเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย หลังจากจบ ม.๖ แล้วเข้าทำงานยาสูบที่จังหวัดเชียงรายระยะหนึ่ง ต่อมามาทำงานที่บริษัท ส.ร.ช. ทำหน้าที่ควบคุมคนขับรถบรรทุกโดยสารและดูแลรถยนต์โดยสาร  ได้เล่าเกี่ยวกับรถยนต์บรรทุกโดยสารสมัยก่อน พ.ศ.๒๕๐๐ ว่า

“สำนักงานอยู่ที่ตลาดบุญอยู่ เป็นสำนักงานใหญ่ มีตึกแถวด้านหน้า ด้านหลังเป็นอู่รถ บริเวณกว้าง ที่ดินเป็นของบริษัท ส.ร.ช. กรรมการมีนายอุ่นเรือน ยุตบุตร , นายบุญปั๋น ชนะนนท์ ลูกขุนกันขนะนนท์ และมีนายบุญยง วิทยาศรัย ลูกเจ้าคุณวิทยาศรัย ทำหน้าที่สมุห์บัญชี

“พ่อเลี้ยงอุ่นเรือน พ่อภรรยาของผม มีรถบรรทุกคอกหมู ตัวถังทำเองมีประมาณ ๒๐ คัน วิ่งสายฝาง แม่ริม แม่แตง เชียงดาว วิ่งรวดก็มี เช้าวิ่งฝาง ๑ คืน ๒ คืน แล้วแต่ผู้โดยสาร ถึงแม่ริม แม่แตง เชียงดาว มีรถ มักไปนอน เช้าก็ขนคนเข้ามาเชียงใหม่ สมัยนั้นถนนไม่ดี สมัยก่อนไม่มีรถมาวิ่งแย่งแข่งกัน เพราะคนโดยสายน้อย มาวิ่งก็ไม่คุ้ม เคยมีรถมาวิ่งต่อมาก็ต้องเลิก

“สมัยนั้นนายเลิศ ชินวัตร วิ่งสายสันกำแพงไปฝาง แวะในเมือง  นายเลิศใช้รถดอชสหะ ซึ่งเป็นรถเหลือใช้หลังสงครามโลก  ส่วนของพ่ออุ่นเรือนใช้รถเชฟโรเลท

“การก่อตั้งบริษัท ส.ร.ช. เริ่มเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒(๒๔๘๘) มีการรวมตัวกันของผู้ที่มีรถบรรทุก ตั้งเป็นบริษัท มีครอบครัวรุ่นลูกของขุนกันชนะนนท์และพ่ออุ่นเรือน เป็นหลัก ของครอบครัวขุนกันฯขณะนั้นเขามีรถลากไม้ นำมาทำเป็นรถโดยสารคอกหมู

“ระยะนั้นใช้รถถ่าน คือ ใช้ความร้อนจากถ่าน สร้างที่บรรจุถ่านเป็นถังยาวๆ สูงๆ ติดข้างรถ ใช้ไอความร้อน  เวลาจะออกรถต้องให้คนใช้มือหมุนพัดลมให้ลมเป่าเข้าในชั้นถ่าน ให้ถ่ายลุกระอุในเตา จนถ่านเผาไหม้แดงจนทั่ว หมดควันแล้ว เราก็ปิดฝาครอบ ความร้อนเป็นไอระเหยผ่านหม้อกรอง กรองฝุ่นไม่ให้เข้าคาบุเรเตอร์ ตอนติดเครื่องยนต์ใช้ก้านเหล็กหมุนแทนไดสตาร์ท ตอนติดเครื่องใช้น้ำมันเบนซินก่อน เมื่อเครื่องติดแล้ว ปรับมาใช้ความร้อนจากถ่าน ระบายแก๊ซร้อนจากเตาเข้าแทน  ระยะหนึ่งเมื่อถ่านเผาไหม้ความร้อนน้อยลงก็ต้องแวะเติมถ่านระหว่างทาง เส้นทางไปฝาง แวะบ้านปางกว้าง เขตอำเภอแม่แตง แถวนั้นเป็นดงถ่าน คนเผาถ่านวางขายที่ป่าข้างทาง เราต้องแวะซื้อถ่านใส่รถสำรองไว้ ถ่านใส่เป็นก๋วยนำไว้ที่หลังคา เตรียมไว้ ๒๐-๓๐ ก๋วย

“หยุดรถ เติมถ่าน ปิดฝาถังถ่านแล้วไปต่อ ถึงบ้านตีนตกจะขึ้นดอยเขตฝาง เป็นที่พักเติมถ่านอีกครั้งหนึ่ง ต้องเพิ่มถ่านให้เต็มที่เพราะจะขึ้นดอย จากนี้ไปรถคลานเป็นเต่า คนเดินตามได้ เป็นประตูเข้าอำเภอฝาง

“ออกจากเชียงใหม่ ๗ โมงเช้าไปค่ำที่ปากทางบ่อน้ำมันฝาง ก่อนถึงฝางประมาณ ๓-๔ กิโล ถึงฝาง ประมาณ ๓ ทุ่ม ผมไปกับรถสายฝางเพื่อคุมการเก็บเงิน คุมของที่บรรทุกไป

“พ่อเลี้ยงทิม โชตนา ลูกน้องเยอะ จิตใจกว้างขวาง สนิทกับจอมพลประภาส จารุเสถียร บ้านพ่อเลี้ยงทิมอยู่หน้าโรงพยาบาลสวนดอก บริเวณนั้นเป็นที่ของพ่อเลี้ยงทิม เขาคงจับจองเอาตั้งแต่แรก เดิมเป็นป่าเหียงป่าตึง ส่วนโรงพยาบาลสวนดอกเป็นที่ของเจ้าคุณพิทักษ์ ตระกูลโทณวณิก ผู้การตำรวจมณฑลพายัพ ทำสวนมะม่วงอยู่ มีบ้านหลังเดียว  ต่อมาพ่อเลี้ยงทิม โชตนายกที่ดินหน้าโรงพยาบาลสวนดอกให้คุณประพาส จารุเสถียร ปัจจุบันคือ ที่ทำการแขวงทางหลวง

“ถนนสายเชียงใหม่-ฝาง พ่อเลี้ยงทิมแกบูรณะเกือบตลอดสายเพราะเป็นนายช่าง คนนับถือกันมาก เคยสมัคร ส.ส.ลูกน้องไม่เลือก ไม่อยากให้เป็นผู้แทน กลัวไม่มีใครดูแล ลูกน้องรัก จึงไม่ได้เป็นผู้แทน ปีใหม่เมือง(สงกรานต์)ผมเคยไปร่วมงาน จัดที่บ้าน เลี้ยงลูกน้องเต็มบ้าน บ้านอยู่หน้าโรงพยาบาลสวนดอก เป็นตึกสองชั้น ภายหลังย้ายมาอยู่บ้านภรรยาที่ข้างโรงเรียนการช่าง ลูกน้องฝ่ายการทางทุกแขวงแห่กันมาดำหัว ของกินเยอะ มีเหล้าขาววางใส่ขันใบใหญ่ มีจอกลอยสำหรับให้ตักเหล้าดื่ม วางไว้หน้าบ้าน สนุกสนานกัน พ่อเลี้ยงทิมไปที่ไหนรู้จักกันหมด

“ถนนสายฝาง ถนนลำบากจากปากทางบ่อน้ำมันถึงฝาง ระยะ ๕ ก.ม.ถนนเป็นบ่อเป็นหลุม เรื่องฝิ่นมีการลักลอบขนเข้าเมืองเหมือนกัน มีสรรพสามิตตรวจคนเดียว บ้านอยู่หลังวัดผาบ่อง มีด่านตรวจตรงมัสยิดช้างเผือก ปัจจุบันคือ หน้าตลาดประตูช้างเผือก รถมาถึงต้องจอด จะมีคนโดยสารมารอขึ้นที่บริเวณนี้ สมัยก่อนมีต้นฉำฉาใหญ่ แก(สรรพสามิต)ยืนอยู่แถวนั้น เดินตรวจก่อน สงสัยก็ใช้เหล็กเสียบ แทงตรวจเข่ง ถูกยาฝิ่นก็จะรู้ แต่ไม่กล้าแทงเมี่ยงที่บรรจุในทอ เพราะเมี่ยงจะเสีย ลมเข้าก็เสีย กลัวเขาจะเรียกค่าเสียหาย ฝิ่นจึงมักซ่อนในเมี่ยง พ่อเลี้ยงต่างอำเภอสมัยนั้นที่เป็นพ่อค้าเมี่ยงบางรายก็เอาฝิ่นซ่อนมาด้วย สรรพสามิตไม่กล้าตรวจ”.

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.แม่แจ่ม