หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(19)

Author by 26/08/12No Comments »

ธนาคารทหารไทย สาขาถนนช้างม่อย เคยเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวช้างม่อยกาแฟ ตระกูล “ตุวพลางกูร”

เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของเมืองเชียงใหม่

น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่ใช้ชื่อว่า ช้างม่อยกาแฟ แทนที่จะใช้ช้างม่อยก๋วยเตี๋ยว หรือ ก๋วยเตี๋ยวช้างม่อย

เหตุเพราะสมัยเริ่มต้นร้านใหม่ๆ ขายกาแฟควบคู่ไปกับก๋วยเตี๋ยวด้วย และกาแฟได้รับความนิยมมากในขณะนั้น

ย้อนถึงประวัติ “ก๋วยเตี๋ยว”  เป็นภาษาจีน เป็นอาหารจีนที่ไม่ขายตามภัตตาคารจีน  แต่แพร่หลายทั่วไป ผู้ขายก๋วยเตี๋ยวยุคแรกๆ เป็นคนจีนล้วนๆ แม้รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีจะกำหนดนโยบายให้คนไทยหันมาขายก๋วยเตี๋ยวและรณรงค์ให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยว แต่อาจด้วยความยากลำบากในการเตรียมเครื่องปรุงและฝีมือการปรุง ทำให้คนไทยไม่นิยมขายก๋วยเตี๋ยวตามที่รัฐบาลในยุคนั้นมุ่งหวัง แต่การรณรงค์ให้กินก๋วยเตี๋ยวได้ผลมาจนถึงปัจจุบัน

ผู้ขายก๋วยเตี๋ยวเจ้าของรายใหญ่มักเป็นคนจีนหรือมีเชื้อสายจีนทั้งสิ้น ก๋วยเตี๋ยวมีการปรับรสชาติให้ถูกลิ้นคนเมือง(เชียงใหม่)ที่เรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวเมือง”

ร้านก๋วยเตี๋ยวเมือง ที่ได้รับความนิยม มีร้านเต็งรุ่งเรือง ถนนวัวลายหน้าบ้านกิ่งแก้ว  นอกจากนี้ร้าน ช้างม่อยกาแฟ ร้านนี้ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

ร้านช้างม่อยกาแฟ  เริ่มเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ ล่วงมา  ๕๐  ปีเศษแล้ว โดยคุณปรีชา  แซ่โต๋ว(เสียชีวิตเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๕) ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ตุวะพลางกูร”  เดิมครอบครัวมีอาชีพขายผ้าอยู่ที่ตรอกเล่าโจ้ว  ต่อมาแต่งงานกับแม่มานี  แซ่นิ้ม  ชาวบ้านช้างม่อย  หลังจากแต่งงานกันได้มาอยู่กับครอบครัวทางภรรยาและเริ่มขายก๋วยเตี๋ยว

โดยสร้างเป็นเพิงเล็กๆที่หน้าบ้านของภรรยาริมถนนช้างม่อยที่ถนนช้างม่อยขายก๋วยเตี๋ยวและกาแฟในเวลาเดียวกัน  ร้านเดิมดังกล่าวอยู่บริเวณธนาคารทหารไทย สาขาถนนช้างม่อยในปัจจุบัน

ยุคนั้นเป็นยุคที่นิยมทานกาแฟร้อนเป็นอาหารเช้า รวมกับขนมปังปิ้งและไข่ลวก  และเนื่องจากร้านตั้งอยู่ถนนช้างม่อย  คุณปรีชา จึงตั้งชื่อว่า “ร้านช้างม่อยกาแฟ”  ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๑ บาท ถึง ๑ บาท ๕๐ สตางค์

นางมานี  ตุวพลางกูร ภรรยาของนายปรีชา ตุวพลางกูร เล่าว่า

“เตี่ยและแม่เคยค้าขายผ้าอยู่ที่ตรอกเล่าโจ้ว เตี่ยชื่อ นายเอ่งเหยียง  แซ่นิ้ม แม่ชื่อนางก๋วน เตี่ยมาจากเมืองจีน  ต่อมาครอบครัวโยกย้ายไปอยู่อำเภอเมืองลำพูนระยะหนึ่ง หลังจากนั้นแม่(นางก๋วน)มาซื้อที่ตรงถนนช้างม่อยไว้ประมาณ ๒๐๐ ตารางวาและย้ายมาพักอาศัย ขณะนั้นเตี่ยและแม่อายุมากแล้ว  ป้า(นางมานี)อายุประมาณ ๑๘ ปี เหตุผลที่โยกย้ายมาเนื่องจากพี่สาวคนโตแต่งงานและย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ครอบครัวจึงย้ายกันมาทั้งหมด

“พื้นที่นี้ นอกจากที่ดินแล้ว มีเฮือนแปชั้นเดียวอยู่หลังหนึ่ง มุงด้วยดินขอ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่หลังบ้านมีห้องแถวอีก ๕ ห้อง ให้คนอื่นเช่า

“มาอยู่เชียงใหม่ เตี่ยแม่อายุมากแล้ว อยู่ที่บ้าน ส่วนลูกๆ ไปค้าขายที่ตลาววโรรส ขายผ้า ส่วนแม่(นางก๋วน)มีความสามารถทางทำขนมเข่ง ช่วงตรุษจีน สาทรจีนก็จะมีคนมาจ้างทำขนมเข่งไปส่งเพื่อไหว้เจ้า”

นายเอ่งเหยียง และนางก๋วน  แซ่นิ้ม มีบุตรธิดารวม ๙ คน คือ

๑.นางมยุรี  จันทรภัทร                      ๒.นายเซงซ้ง  แซ่นิ้ม

๓.นางมาลินี เล็กสวัสดิ์                     ๔.นายเชงเต็ก แซ่นิ้ม

๕.นายมนัส  พรหมวรรณ                ๖.นางวิไล พรหมโยพาณิช

๗.นางมานี   ตุวพลางกูร (แต่งงานกับนายปรีชา ตุวพลางกูร)

๘.นายมานิตย์  พรหมวรรณ            ๙.นางนุช  จิระนิติกุล

นางมานี  แซ่นิ้ม ต่อมาสมรสกับนายปรีชา  สุวพลางกูร หลังจากนั้นส่วนหนึ่งแต่งงานแยกย้ายครอบครัวไปคงเหลือพี่น้อง ๔ คน ดูแลเตี่ยและแม่ที่บ้าน

“ขณะย้ายจากลำพูนมาอยู่บ้านที่ช้างม่อย ครอบครัวเพิ่งเริ่มสร้างฐานะ ไม่ค่อยได้เที่ยวเตร่หรือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เช่น ดูหนังก็ไม่ค่อยได้ไปเพราะสิ้นเปลือง เช้าไปขายผ้าที่ตลาดวโรรส มีแผงขาย เตี่ยกับแม่เช่าไว้ พี่สาวไปขายด้วย ชื่อ มยุรี ต่อมาแต่งงานกับประยูร คนย่านวัเกตุ ปัจจุบันมีร้านชื่อประยูรการค้า ที่ตลาดวโรรส ของที่ขายคือ เสื้อผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้าสำเร็จรูป

“อายุ ๒๓ ปี พบสามีที่มีร้านขายของอยู่ตรอกเล่าโจ้ว ชื่อร้านโต่วบ่วนเส็ง  จึงแต่งงาน  หลังแต่งงานแยกไปอยู่ที่ตลาดสมเพชรระยะหนึ่ง ต่อมากลับมาอยู่ที่บ้านเตี่ยกับแม่อีกครั้งหนึ่ง สามีชอบทำอาหาร จึงเริ่มต้นทำก๋วยเตี๋ยวขาย และทำกาแฟขายที่บ้าน โดยใช้พื้นที่ข้างบ้านทำเป็นเพิงขาย

“ตอนนั้นเหตุที่ใช้ชื่อ ช้างม่อยกาแฟเนื่องจากร้านอยู่ถนนช้างม่อยและสมัยนั้นกาแฟขายดีกว่าก๋วยเตี๋ยว  ขนมปังที่ทานเป็นอาหารเช้ากับกาแฟ  นำมาส่งจากร้านสวีทรูม เจ้าของเป็นคนลำปาง อยู่ที่ถนนราชวิถี ใกล้ตลาดบุญอยู่   สมัยนั้นมีชื่อเสียงมากและทำขนมปังอร่อย ต่อมาเลิกกิจการไป

“สมัยก่อนลูกชิ้นวัว ต้องทำเองกันทั้งนั้น  ที่ร้านก็ทำเอง เลือกเนื้อวัวมาหั่นและนำมาทุบจนแหลกเข้ากัน  โรยเกลือขณะทุบ และใส่เครื่องปรุงให้เหนียว   ใช้มือทำเป็นก้อนกลมๆ ใส่ในหม้อต้มน้ำ  สมัยก่อนถุงพลาสติกไม่มี  ใครซื้อไปกินที่บ้านใช้ห่อใบตองและห่อหนังสือพิมพ์อีกชั้นหนึ่ง จึงได้เฉพาะก๋วยเตี๋ยวแห้งเท่านั้น หากจะซื้อก๋วยเตี๋ยวน้ำไปกินที่บ้าน ต้องนำปิ่นโตมาใส่น้ำด้วย  ตอนหลังก๋วยเตี๋ยวขายดีกว่ากาแฟจึงเลิกขายกาแฟ ขายเฉพาะก๋วยเตี๋ยว  แต่ก็ยังขายกาแฟเย็น ขายมาจนทุกวันนี้

“จนปี พ.ศ.๒๕๑๐ หลังจากเตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้ว จึงย้ายมาอยู่ด้านหน้าโรงเรียนยุพราช ส่วนที่เดิมซึ่งเป็นทรัพย์สินของครอบครัว มีกรรมสิทธิ์กันหลายคน ได้ขายให้ธนาคารกรุงไทยเพื่อแบ่งประโยชน์กรรมสิทธิ์ให้พี่น้อง เนื้อที่  ๒  งาน ขณะนั้นขาย  ๒ ล้าน ๕ แสนบาท  พี่น้อง  ๙  คนแบ่งกันได้คนละ  ๒ แสนบาทเศษ  นำมาซื้อที่ดินใหม่ที่หน้าโรงเรียนยุพราช เนื้อที่  ๑ งาน พร้อมบ้านไม้สัก ๒ ชั้น ๑ หลัง ราคา ๒ แสน ๑ หมื่นบาท  สมัยนั้นหน้าโรงเรียนยุพราชไม่เจริญ ไม่ใช่ย่านการค้า แต่เห็นว่ามีส่วนราชการหลายส่วน คือ ศาลากลาง  ศาล และที่ดิน อยู่ละแวกนี้ทั้งหมด  เมื่อเปิดร้านใหม่ ก๋วยเตี๋ยวขายดี ภายหลังส่วนราชการย้ายกันทั้งหมด ยอดขายลดลงแต่ก็ยังพอขายได้

“สมัยที่อยู่ถนนช้างม่อยนอกจากขายกาแฟ ก๋วยเตี๋ยวแล้ว ครอบครัวยังให้เช่ารถตุ๊กๆ สมัยก่อนเป็นยี่ห้อแลมเบตต้า ค่อยๆ ซื้อผ่อนส่งมาทีละคัน จนมีมากที่สุดถึง ๒๕ คัน สมัยนั้นร้านคุณลักษณ์ ชื่อร้านอุดมผล เป็นตัวแทนจำหน่าย ร้านแห่งหนึ่งที่ทำตุ๊กๆให้เช่า คือ ร้านทวีพานิช อยู่ต้นถนนช้างม่อย เจ้าของชื่อ ทวี  ชัยอนันต์ ฐานะการเงินดี ซื้อรถตุ๊กๆด้วยเงินสดมาให้คนเช่า เราก็ทำรถตุ๊กๆ ให้เช่าด้วย สมัยนั้นค่าเช่าวันละ ๓๐ บาท  ต่อมามีปัญหาเรื่องคนที่เช่าไม่จ่ายค่าผ่อนรถ บางครั้งไปเฉี่ยวชนแล้วทิ้งรถไว้ มีปัญหาต้องไปโรงพักบ่อย จนเบื่อ ทำให้เลิก ทยอยขายต่อไปจนหมด”

ปี พ.ศ.๒๕๓๒  นายเจตน์    ตุวะพลางกูร บุตรชาย แยกมาเปิดร้านใหม่ โดยเช่าที่ดินของอัยการเนียน  อิสระเศรนีย์  ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ที่เป็นร้านฟองเบียร์เก่า  ทำร้านก๋วยเตี๋ยวช้างม่อยกาแฟ  ต่อมาจึงมาซื้อตึกแถวที่ฝั่งตรงข้ามคนละฝั่งคูเมือง ในปี พ.ศ.๒๕๓๗  เปิดขายมาจนถึงปัจจุบัน

ร้านก๋วยเตี๋ยวเมืองต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวภาคกลางอย่างน้อย ๒  อย่าง คือ ก๋วยเตี๋ยวเมืองมีผักบริการฟรีไม่อั้น และมีน้ำพริกข่าปรุงรสที่ทำจากพริกแห้ง ไม่ใช่พริกสดเหมือนภาคกลาง

นายเจตน์  ตุวะพลางกูร เล่าชีวิตวัยเด็กที่ย่านช้างม่อยว่า  ”ตรงกันข้ามร้านช้างม่อยกาแฟบ้านผม เป็นบ้าน เสธ.ยอด ถัดไปทางตะวันออกตรงกันข้ามปากซอย ๒ เป็นเรือนไม้ของร้านบุญชัยพานิช มีโรงรับจำนำ ถัดไปเป็นบ้านเสี่ยกาย หมอชม กรอบบุญมา ไฟฟ้า เลยไปเป็นวัดหนองคำ

“หน้าวัดหนองคำเคยมีร้านหมอวงศ์ เช่าที่วัดหนองคำเปิดคลินิก ภรรยาของหมอวงศ์ต้อนรับดีมากโดยเฉพาะเด็กมักได้รับแจกวิตามินซี เด็กละแวกนั้นมักเวียนไปรับอยู่บ่อย  สมัยเด็กมักกลัวผีป้าเอียดซึ่งเสียชีวิต ขณะนั้นถนนช้างม่อยกำลังสร้างทางเท้า ปรากฎว่าคนงานทำท่อประปาแตก ตกใจกันหมดทั้งละแวกนั้นบอกว่าเพราะผีป้าเอียดเฮี้ยน

“ตอนเย็น แขกจะต้อนแพะผ่านถนนช้างม่อยไปที่หน้าโรงแรมสุริวงศ์ บริเวณนั้นเป็นลานมีต้นพุทรา แขกจะปล่อยแพะนอนแถวนั้น ขี้แพะอยู่บนถนนช้างม่อย นอกจากนี้มีเกวียนเทียมด้วยวัว แล่นไปมา ขี้วัวเรี่ยราด ขี้วัวก้อนใหญ่ ขี้แพะก้อนเล็ก”.

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม