หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(22)

Author by 15/09/12No Comments »

ย่านถนนช้างม่อย(22)

ร้านเฟอร์นิเจอร์ร้านแรกๆ ของย่านช้างม่อยร้านหนึ่ง คือ ร้านตนานุวัฒน์ ตระกูล “นตานุวัฒน์)

ตระกูลนี้เริ่มต้นจากนายเปงเซง  แซ่ตั้ง อพยพมาจากประเทศจีน รุ่นลูกคนหนึ่ง คือ นายสกใจ๋  แซ่ตั้ง แต่งงานกับนางบัวผัน  ธนันชัย ลูกสาวของพ่อหนานแปง ชาวบ้านย่านวัดเชียงใหม่ รับราชการเป็นเสมียนตราจังหวัดเชียงใหม่

นายสกใจ๋ และแม่บัวผัน มีกิจการร้านขายอุปกรณ์เหล็กและสีที่ตลาดวโรรส ถนนวิชยานนท์ ใช้ชื่อว่า “ร้านตันร้อยกี่” ทั้งสองมีบุตรธิดารวม ๗ คน คือ

๑.นายชุนจั๊ว ๒.นายอภิสิทธิ์ ๓.นางสุดาพร ๔.นางพิมพรรณ ๕.นายอภิชาต ๖.นายสุรศักดิ์ ๗.นางภัทรมณี

บุตรชายคนที่สอง คือ นายอภิสิทธิ์  แซ่ตั้ง ต่อมาเปลี่ยนเป็น ตนานุวัฒน์ เป็นผู้เริ่มเปลี่ยนจากการค้าอุปกรณ์เครื่องเหล็กมาเป็นค้าเฟอร์นิเจอร์ โดยเริ่มต้นที่ถนนช้างม่อย บริเวณบ้านที่นายสกใจ๋และแม่บัวผัน ซื้อไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘

นายอภิสิทธิ์หันมาค้าเฟอร์นิเจอร์เนื่องจากเห็นว่ามีผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์เพียง ๒-๓ รายเท่านั้น เริ่มด้วยการเดินทางด้วยรถไฟไปสั่งเฟอร์นิเจอร์จากกรุงเทพฯ เป็นพวกเตียง ตู้เสื้อผ้า ชุดรับแขก มาขายที่ร้านที่ถนนช้างม่อย หลังจากนั้นเห็นว่าเชียงใหม่มีช่างผีมือดีอยู่ตามอำเภอรอบนอก ปี พ.ศ.๒๕๐๓ จึงไปสั่งให้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มาขายที่ร้านแทนการสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ โดยนายอภิสิทธิ์เป็นผู้ออกแบบเอง เมื่อเห็นการการค้าเจริญก้าวหน้าขึ้นจึงได้เริ่มตั้งโรงงานโดยซื้อที่ดินสายเชียงใหม่-หางดงและเปิดเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์

ด้านครอบครัวนายอภิสิทธิ์สมรสกับนางจรรยา  สกุลเดิม โตแสงชัย บุตรหญิงของนายเปงเข่งและนางชุนเฮียง  แซ่โต๋ว ร้านโต๋วฮงเส็ง ในตรอกเล่าโจ๊ว บุตรธิดารวม ๔ คนคือ

๑.นพ.รักษ์  ตนานุวัฒน์ แต่งงานกับ พญ.นภาพร  สกุลเดิม พัฒนานุภาพ มีกิจการคลินิกหูคอจมูกที่ย่านช้างเผือก

๒.นายณรงค์  ตนานุวัฒน์  แต่งงานกับนางรัตนา สกุลเดิม โอวสุกุล ครอบครัวทำร้านทองโอ้วจินหลี  นายณรงค์ได้สืบทอดงานเฟอร์นิเจอร์ต่อจากรุ่นพ่อ นอกจากขายหน้าร้านแล้วยังเข้าประมูลส่งให้หน่วยราชการและขายให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูนด้วย ต่อมาได้พัฒนาเฟอร์นิเจอร์เป็นยี่ห้ออินเด็กซ์ นอกจากนี้มีธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์คือ ลงทุนพัฒนาที่ดิน ๑๘ ไร่สายเชียงใหม่-แม่โจ้ สร้างเป็นศูนย์การค้าชื่อ “มีโชคพลาซ่า”

๓.นางจงกลรัตน์  เสริมพานิช แต่งงานกับนายนภดล  เสริมพาณิช มีกิจการ ร้านอลูมิเนียม

๔.นายพัฒนพงศ์  ตนานุวัฒน์ ช่วยกิจการร้านตนานุวัฒน์เฟอร์นิเจอร์

(เรียบเรียงจากหนังสือทุนเชียงใหม่,เวียงรัฐ  เนติโพธิ์,๒๕๕๒)

ถัดไปเป็นบริษัทมัณฑนาพาณิชย์

บริเวณนี้ย้อนไปประมาณ ๕๐ ปี เคยเป็นที่ว่างสำหรับเด็กย่านช้างม่อยใช้เล่นว่าว

ต่อมานางมัณฑนา  ลี้ตระกูล ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์และตั้งเป็นบริษัทมัณฑนาพาณิชย์ จำกัด

นางมัณฑนา  ลี้ตระกูล ได้ชื่อว่าเป็นหญิงเก่งคนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ สร้างฐานะไว้มั่นคงด้วยการทำธุรกิจหลายอย่าง

คุณป้าปรุง  จุลาศัย อายุ ๙๒ ปี เจ้าของร้านกระจกถาวรกิจ ทันได้เช่าห้องแถวอยู่ข้างบ้านของครอบครัวร้านมัณฑนา ห้องแถวอยู่ถนนช้างม่อยก่อนถึงแยกศรีนครพิงค์ สมัยนั้นอยู่ข้างบ้านของทนายเลียบ วสุวัต

“รุ่นแม่ของร้านมัณฑนาพาณิชย์เรียกกันทั่วกันว่า อาแม เชื้อสายจีนแคะ มีร้านขายอาหารพื้นเมืองอยู่มุมตรงข้ามโรงหนังศรีนครพิงค์ หน้าวัดแขก ร้านเป็นเรือนไม้ค่อนข้างกว้างชั้นเดียว รสชาติอร่อยเป็นที่นิยมกันมาก จ้างคนมาช่วยทำอาหารพื้นเมืองขาย คนนี้เก่งด้านทำลาบชื่อ นายมี  อาแมเป็นผู้หญิงเก่งและเป็นคนดีมาก เช่าห้องแถวติดกับป้าอยู่ข้างบ้านทนายเลียบ ถนนช้างม่อย ป้านับถือเขาเหมือนแม่ ขณะนั้นสามีอาแมเสียชีวิตแล้ว สามีเป็นคนจีนเช่นเดียวกันเป็น อาแมชอบนุ่งกางเกง เกล้าผมน้อยๆ สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีบังคับให้ผู้หญิงต้องนุ่งผ้าถุง อาแมเปลี่ยนจากนุ่งกางเกงมานุ่งผ้าซิ่นแทน

“อาแมพักอาศัยอยู่ที่ห้องแถวกับลูก ๔ คน คือ เจ๊หนั่น , หม่วยมี(มัทนะ) และเจ๊เมา จิราพร จบโรงเรียนดาราวิทยาลัย และลูกชาย ชื่อ ประโยชน์ จบโรงเรียนปรินซ์ฯ

“เจ๊เมา ได้สามีคนลำพูน และไปค้าขายอยู่ลำพูน คนนี้เก่งค้าขาย  ส่วนประโยชน์มีร้านค้าอยู่ลำปาง ส่วนหม่วยมีไปเรียนตัดเสื้อผ้าที่กรุงเทพฯ กลับมาตั้งร้านขายเครื่องเหล็กอยู่ถนนช้างม่อยใกล้แยกศรีนครพิงค์ แต่งงานกับสามีตระกูล เอื้อวิทยา ตอนหลังแยกกับสามี ไม่มีลูก เคยลงทุนทำเหมืองแร่ระยะหนึ่ง

“อาแมน่ายกย่องมาก เป็นผู้หญิงเก่ง เช้าไปจ่ายตลาดเอง มาทำร้านอาหารพื้นเมืองขาย คนทำขายชื่อ บุญช่วย เป็นผู้หญิงทำกับข้าวพื้นเมืองเก่ง แต่ถ้าหน้า บุญช่วย แล้วอาจจะไม่อยากกิน หน้าตาไม่สวย นิ้วพิการ คือ งอ แต่ทำลาบเก่ง ตำน้ำพริกเก่ง ทำลาบแต่ละครั้งใส่กาละมังใหญ่ ผักล้างสะอาด บ่าย ๓ โมง ก็เริ่มขายแล้ว คนมาซื้อกินเยอะ พี่สาวคนใหญ่ เป็นคนตักเสิร์ฟตามโต๊ะ อาแมทำหน้าที่เก็บเงิน ขายเฉพาะเย็น  ที่ขึ้นชื่อคือ ลาบดิบ มีโต๊ะให้นั่งกินที่ร้านหรือจะซื้อไปกินบ้านก็ได้ ในร้านมีเหล้าขายด้วย นอกจากนี้อาแมยังทอดไก่ขายที่หน้าร้านด้วย คนมักแวะซื้อไปกินบ้าน”

สอบถามคนจีนในกาดหลวง บอกว่า “อาแม” เป็นภาษาจีนแคะ แปลว่าแม่          อาแม รูปร่างผอม

หลังจากเลิกขายอาหารพื้นเมืองแล้ว อาแมมาช่วยลูกสาวขายวัสดุก่อสร้าง ที่ใกล้แยกโรงหนังศรีนครพิงค์ โดยลูกสาวเปิดร้านขายเครื่องก่อสร้างวัสดุ ร้านเป็นตึกครึ่งไม้สองชั้น อาแมอยู่ช่วยลูก ขายปูน ตะปู เหล็ก สังกะสี  สมัยนั้นถนนข้างวัดแสนฝางยังไม่ได้ตัด ยังมีโรงแรมกำธรอยู่ใกล้สวนหย่อม

ชาวกาดหลวงมักรู้จัก “เจ๊มี” ลูกสาวอาแม ที่เป็นผู้หญิงทั้งสวยทั้งเก่ง ค้าขายเก่ง มีหัวด้านธุรกิจ ธุรกิจส่วนหนึ่งคือ เช่าที่ดินของราชการสร้างเป็นตึกแถวบริเวณฝั่งขวาของถนนช้างม่อยก่อนถึงแยกศรีนครพิงค์ สร้างแล้วให้เช่า ปัจจุบันคือที่ธนาคารออมสินเช่าเปิดสำนักงานย่อย

ต่อมานางมัณฑนา  ลี้ตระกูล ได้ก่อตั้งบริษัทมัณฑนาพาณิชย์ จำกัด ธุรกิจที่ดิน เหมืองแร่ ตลาดสด น้ำผลไม้ และสมุนไพร  โดยเฉพาะเป็นผู้เริ่มต้นธุรกิจน้ำผลไม้มะเกี๋ยง ผลไม้พื้นเมืองที่มีทั้งวิตามินซี ธาตุเหล็ก และแคลเซียมสูง เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันน้ำผลไม้มะเกี๋ยงเป็นที่รู้จักทั่วไปและเป็นของฝากของเมืองเชียงใหม่  ต่อมาได้พัฒนาสมุนไพรกวาวเครือ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๑ โดยได้จดทะเบียนสิทธิบัตร ปัจจุบันสินค้าดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

นางมัณฑนา  ลี้ตระกูล พักอาศัยอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว บริเวณแยกฟ้าธานี ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง จัดบริเวณสวยงาม เป็นเสมือนปอดและที่พักสายตาของเมืองเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี

ย่านกลางของถนนช้างม่อยเป็นบ้านของนายทหารที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ

รู้จักในนามของ “เสธ.ม่อย” หรือ “เสธ.ยอด” คือ พลตรีอินทรัตน์  ยอดบางเตย

ครอบครัวของพลตรีอินทรัตน์  เริ่มต้นที่บ้านช้างม่อยแห่งนี้

พลตรีอินทรัตน์  ยอดบางเตย เล่าเกี่ยวกับประสบการณ์วัยเด็กย่านช้างม่อยว่า   

“พี่เกิดที่ช้างม่อย ปีพ.ศ.๒๔๘๘  ตอนเด็กเรียนอนุบาลที่โรงเรียนเรยีนาเชลี รุ่นเดียวกับ พี่ช่อแก้ว พี่ของเจ้าหนุ่ย(ธวัชวงศ์  ณ เชียงใหม่) มาเรียนประถมที่ โรงเรียนศรีวิทยา แล้วไปต่อที่โรงเรียนบูรณศักดิ์ เรียนบูรณศักดิ์ได้ประมาณ ๒๐ วัน มาสเซอร์ประยูร วีรคุป เป็นเพื่อนของพ่อ ฝากเข้ามงฟอร์ตได้ เรียนม.๑ ถึง ม.๖ หลังจากนั้นสอบเข้าเตรียทมหารได้

“บ้านอยู่ตรงข้ามธนาคารทหารไทยในปัจจุบัน สมัยก่อนเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวช้างม่อยกาแฟ อาชีพของครอบครัวคือ ขายแหนม แม่ชื่อ แม่จันทร์เที่ยง คนช้างม่อย ส่วนพ่อเป็นคนจังหวัดนคปฐม พี่น้องมี ๒ คน คือ พี่(พล.ต.อินทรัตน์  ยอดบางเตย) และนายพยุงศักดิ์  ยอดบางเตย

“สมัยเด็กบ้านพี่เป็นบ้านไม้สองชั้น บ้านติดกันคือบ้านสล่ามอง ถัดไปเป็นร้านมัทนพาณิช สมัยก่อนเป็นที่ว่าง เลยไปเป็นกำแพงวัดหนองคำ ต่อมามีการรื้อกำแพงและสร้างเป็นห้องแถวให้ชาวบ้านเช่าค้าขาย มีร้านมานะพานิชไปเช่าเปิดร้าน

“ตอนเด็กสนุกมาก เคยวิ่งขายหนังสือพิมพ์หาเงินใช้เอง ไม่ต้องขอพ่อแม่ รุ่นเดียวกัน แรกๆ ขายหนังสือพิมพ์คนเมือง สำนักงานอยู่ข้างโรงแรมเชียงใหม่พลาซ่า ต่อมาพี่ไกรสร(ตันติพงศ์)ออกหนังสือพิมพ์แผ่นดินไทย เลยไปช่วยขาย ตอนนั้นอยู่ ป.๔ ป.๕ ป.๖  อายุ ๑๒ ปี ได้กำไรฉบับละ ๓๐ สตางค์”.

พ.ต.อ.อนุ   เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม