หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(26)

Author by 11/10/12No Comments »

เยื้องวัดหนองคำ ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ร้านหนึ่ง คือ “ร้านราชวงศ์เฟอร์นิเจอร์” ตระกูล “แสงรัตน์วัชรา”

เริ่มจาก นายเม้ง  แซ่อึ้ง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อสกุลเป็น ม่ง  แสงรัตน์วัชรา) ชาวกรุงเทพฯ มีความสามารถทางช่างเฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีที่รู้จักในนามของ “หมินเฉินเฟอร์นิเจอร์” ส่วนภรรยาชื่อ นางอัมพา ชาวจังหวัดราชบุรี ครอบครัวโยกย้ายมาเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๒ โดยนายม่ง มาทำงานด้านก่อสร้างให้นายแพทย์บุญสม  มาร์ติน สมัยเป็นคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะนั้นอยู่ระหว่างก่อสร้างปรับปรุงโรงพยาบาลมหาราช โดยนายม่งรับงานด้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ ระยะแรกครอบครัวนายม่ง เช่าบ้านพักอาศัยอยู่ถนนศิริมังคลาจารย์ ด้านหลังโรงพยาบาลมหาราช

ระหว่างนั้นนางอัมพา ภรรยาของนายม่ง ได้ช่วยเหลือครอบครัวอีกส่วนหนึ่งโดยเปิดร้านจำหน่ายเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ ครั้งแรกเปิดที่ถนนราชวงศ์ ต่อมาได้มาซื้อที่ที่ถนนช้างม่อย ก่อสร้างตึกและย้ายร้านมาอยู่ถนนช้างม่อยจนถึงปัจจุบัน

ด้านครอบครัวนางม่งและนางอัมพา มีบุตรธิดารวม ๖ คน คือ

๑.นายสุชาติ  แสงรัตน์วัชรา             ๒.นางมัณฑนา  หวงสุวรรณกร

๓.นางนัยนา  โฆษะวรรธนะ           ๔.นายสุทธิชัย แสงรัตน์วัชรา

๕.นางกรรณิการ์  ตุวินันทน์             ๖.นายสุพรชัย  แสงรัตน์วัชรา

คุณมัณฑนา  หวงสุวรรณกร(สมรสกับ พล.อ.ทนงศักดิ์  หวงสุวรรณกร) บุตรหญิงของนายม่งและนางอัมพา เล่าว่า บริเวณร้านเดิมเป็นของนายวสันต์ กิตติกุล เป็นตึกแถวสองชั้น ก่อตั้งมาประมาณ ๒๐ ปีล่วงมา(ประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๕) เดิมก่อนหน้านี้เป็นร้านทำผมชื่อร้านดวงใจ และจิเรศ เมื่อซื้อแล้ว ต่อมาได้รื้ออาคารเดิมและสร้างขึ้นใหม่

ปัจจุบันครอบครัวของพ่อแม่ได้ซื้อที่ดินของคุณนายอุณณ์ ชุติมา ที่ถนนศิริมังคลาจารย์ เยื้องกับโรงแรมกรีนพาเลซในปัจจุบัน  นอกจากอยู่อาศัยแล้วในบริเวณบ้านสร้างเป็นโรงผลิตเฟอร์นิเจอร์ในชื่อ หมินเฉินเฟอร์นิเจอร์ รับทำตามแบบตามที่มีคนมาจ้างผลิต ปัจจุบันโรงงานยังรับงานอยู่

ถัดจากร้านราชวงศ์เฟอร์นิเจอร์ไปทางทิศตะวันออกเป็นร้านบ้านอุดมสุข จำหน่ายของแต่งบ้าน เดิมเป็นห้องแถวไม้ชั้นเดียว ๔ ห้อง ต่อมานายธานินทร์  อัตตาภิบาล ชาวกรุงเทพฯ มาซื้อเป็นกรรมสิทธิ์และปี พ.ศ.๒๕๕๔ เปิดเป็นร้านจำหน่ายของตกแต่งบ้าน โดยบุตรหญิงชื่อ วิจิตพร  อัตตาภิบาล ดูแล

ถัดไปเป็นบ้านของ ป้าขาว อาชีพค้าขายอยู่ตลาดวโรรส ต่อมาขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ให้กับนายศิริชัยและนางทองอินทร์  ออประยูร อาชีพขายเสื้อผ้าอยู่ตลาดวโรรส ปัจจุบันกรรมสิทธิ์ตกสู่รุ่นลูก

ถัดไปบริเวณทางโค้งเคยเป็นร้านค้าที่ชื่อเป็นมงคลอย่างยิ่ง คือ “ร้านกอบบุญมา”

เจ้าของร้าน คือ แม่จันทา กอบบุญมา เป็นพี่สาวของพ่อเลี้ยงอุ่นเรือน  ยุตบุตร บ้านพ่อเลี้ยงอุ่นเรือนอยู่ถัดจากวัดหนองคำไปเล็กน้อย

รุ่นลูกหลานรับฟังมาว่า ครอบครัวของแม่จันทา เดิมอยู่บริเวณธนาคารกรุงเทพ สาขาช้างม่อย ใกล้ตลาดวโรรส ต่อมาขายและย้ายมาอยู่ที่นี่  บ้านพักอาศัยเป็นบ้านไม้ ด้านหน้าบ้านติดถนนสร้างเป็นห้องแถวชั้นเดียวที่เรียกว่า เฮือนแป รวม ๔ ห้อง เปิดร้านขายของ ใช้ชื่อว่า “ร้านกอบบุญมา”

เด็กละแวกช้างม่อยเมื่อถึงฤดูเล่นว่าว ต้องมาซื้อกระดาษว่าว เชือกเล่นว่าวที่ร้านแม่จันทา แห่งนี้

นอกจากนี้ยังขายชัน น้ำเมี่ยง ปวกหาด ขี้ย้า น้ำมันยาง ดอกไม้ไฟ เป็นต้น

รู้กันทั่วไปว่าแม่จันทา สร้างฐานะจนร่ำรวย เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะเป็นคนประหยัด จนชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า อุ๊ยทาแบ็งค์บูด คือ เก็บเงินรวมกันไว้จนบูดมีกลิ่นเหม็น ไม่ใช้จ่าย

น้ำเมี่ยงที่ร้านแม่จันทาขายเป็นที่นิยมกันมากในสมัยก่อน คือ เป็นกับข้าวสมัยโบราณ มีน้ำขลุกขลิก ใช้ปั้นข้าวเหนียวจิ้มกิน ลักษณะเป็นน้ำที่สกัดจากเมี่ยงดอง รสชาติขมอร่อยนำมาเคี่ยวให้แห้ง สำหรับเป็นกับข้าวอย่างหนึ่ง ใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ เวลาจะปรุงก็นำมาใส่น้ำร้อนให้ละลาย ใส่เครื่องปรุง อาจเป็นปลาย่างโขลก หมูสับก็ได้

แม่จันทาแต่งงานกับนายทา  กอบบุญมา ไม่มีบุตรธิดา จึงรับหลาน คือ แม่บัวชุม บุตรหญิงของพ่อเลี้ยงอุ่นเรือนมาเลี้ยงดู

คุณมลหฤทัย เหลือโกศล บุตรหญิงของแม่บัวชุม ยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่จันทา เล่าว่า

“อุ๊ยจันทาและอุ๊ยทา  กอบบุญมา ไม่มีลูกจึงขอแม่มาเลี้ยง แม่เรียนจบม.๖ ร.ร.วัฒโนทัย มาช่วยค้าขายอยู่บ้าน  สมัยเด็กบริเวณมานะพานิช เป็นกำแพงวัด สูงอยู่ติดถนน ที่กำแพงวัดทำเป็นรูปสิงห์ตั้งบนกำแพงสวย ด้านในเป็นโรงเก็บของเป็นไม้ ๒ ชั้น คนจีนมักมาเช่าเก็บของกัน

“ข้างบ้านทางตะวันออกเคยเป็นร้านวิทยาศัย ขายเครื่องมือแพทย์ ต่อมาบอกขายประมาณ ๕ แสน เราไม่ซื้อเพราะตายายบอกว่าเมื่อก่อนเป็นหนองน้ำ  ต่อมาถมสร้างบ้าน คนโบราณถือว่าขึด ไม่ซื้อ ต่อมาการไฟฟ้าซื้อเป็นห้อง ๓ ห้อง และตั้งเป็นสำนักงานไฟฟ้ารับชำระค่าไฟฟ้าระยะหนึ่ง ต่อมาสำนักงานไฟฟ้าย้ายไปอยู่บ้านเด่น บริเวณนี้ให้เช่า”

ร้านที่เช่าที่ของสำนักงานไฟฟ้า คือ ร้านพ.เรืองรอง

 ร้าน พ.เรืองรอง เปิดปี พ.ศ.๒๕๓๕ เช่าตึกแถวของสำนักงานไฟฟ้าเชียงใหม่ เจ้าของ คือ นายเสกสม  พรรณเรืองรอง

อีกร้านหนึ่ง คือ ร้านเชียงใหม่ธีระพานิช เจ้าของร้านเดิมเป็นชาวจังหวัดราชบุรี ชื่อ นายธีระ  ลิ้มเล็งเลิศ มาเชียงใหม่ครั้งแรกเพื่อมาเยี่ยมพี่ชาย คือนายศุภฤกษ์  ลิ้มเล็งเลิศ ซึ่งเป็นลูกเขยของเจ้าของบริษัทนิยมพานิช เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๗ อายุ ๒๑ ปี ระหว่างนั้นได้ช่วยพี่ชายทำงานที่บริษัทนิยมพานิช สาขาถนนวิชยานนท์  เมื่อเห็นลู่ทางการค้าประกอบกับประทับใจวิถีชีวิตของคนเมืองจึงตัดสินใจอยู่เชียงใหม่ เมืองเชียงใหม่ขณะนั้นกำลังเริ่มเป็นเมืองท่องเที่ยว มีร้านค้าขายของที่ระลึกรองรับนักท่องเที่ยว ร้านหนึ่งคือ ร้าน ช.เลิศลอย อยู่ปากทางตรอกข่วงเมรุด้านถนนท่าแพ ตรงข้ามห้างตันตราภัณฑ์ จำหน่ายของพื้นเมือง เจ้าของร้าน ช.เลิศลอยมักคัดเลือกหญิงสาวมาขายของต้อนรับลูกค้า คนหนึ่ง คือ ศิริพร ภายหลังทางร้านได้ส่งเข้าประกวดและได้รับตำแหน่งรองนางสาวถิ่นไทยงาม นอกจากนี้ร้านขายของพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง คือ ร้านชินวัตร ร้านพรหมชนะ มักมีชายหนุ่มแวะไปเที่ยวพูดคุยทักทายกับสาวหน้าร้าน

ต่อมานายธีระ ลิ้มเล็งเลิศ ได้แยกออกมาเปิดกิจการเปิดกิจการค้าขายที่ถนนท่าแพ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔ ได้ย้ายมาที่ถนนช้างม่อย ตรงข้ามวัดหนองคำแห่งนี้ โดยซื้อตึกไว้จำนวน ๒ ห้องเปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายชนิด

ด้านครอบครัว สมรสกับนางวรวรรณ  สกุลเดิม อันทิวงศ์ บุตรธิดา ๒ คน ปัจจุบันบุตรชายดูแลกิจการ ถัดไป คือ ซอย ๒ ถนนท่าแพ เข้าซอยนี้ไปทะลุถึงถนนท่าแพ

ในซอยนี้เคยมีบ้านของข้าราชการผู้ใหญ่ ชื่อ “คุณพระทวี” รับราชการเป็นอดีตนายอำเภอหลายอำเภอ

คุณพระทวี คือ อำมาตย์ตรี พระทวีประศาสน์(บุญทวี  ประทุมอินทร์)

บ้านของพระทวีประศาสน์ เมื่อเข้าซอยไปอยู่ด้านขวามือ เป็นบ้านไม้สักใหญ่ มีใต้ถุนสูง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีบันไดขึ้นทางหน้าบ้าน ขึ้นไปเป็นชานบ้าน มีเติ๋นยกระดับและแยกซ้ายขวาเป็นห้องรวมกว้าง ด้านหลังมีห้องครัว ห้องน้ำและบันไดหลังบ้าน นอกจากนี้มีชานเชื่อมกับห้องเด็กรับใช้ที่อยู่ด้านหลัง  ต่อมาได้สร้างบ้านไม้หลังเล็กบริเวณด้านหลังบ้านให้ลูกชายคนเล็กและครอบครัวพักอาศัย

ประวัติของพระทวีประศาสน์ ชื่อเดิม คือ นายบุญทวี  ประทุมอินทร์ เป็นบุตรชายคนที่สองของพระราชนายกเสนี(อิ่นคำ ประทุมอินทร์) กับคุณบัวแก้ว  ราชนายกเสนี  รุ่นย่า คือ เจ้าหญิงจอมภา ปู่เป็นเจ้าในราชวงศ์ฝ่ายเหนืออยู่นครลำปาง

นายบุญทวี เกิดที่ย่านวัดเกตการาม ปัจจุบัน คือโรงพยาบาลหมอจินดา สิงหเนตร

บิดา คือ พระราชนายกเสนี คุ้นเคยกับพระยามหาอำมาตย์(เส็ง  วิริยศิริ) ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย และได้แนะนำให้นายบุญทวีไปศึกษาที่กรุงเทพฯ ขณะอายุเพียง ๘ ปี เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๒

ศึกษาที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ต่อมาย้ายไปโรงเรียนเทพศิรินทร์ , โรงเรียนเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม หลังจากนั้นเข้ารับราชการในกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งเสมียนห้องเลขามณฑลพายัพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๐  ตำแหน่งหน้าที่เจริญก้าวหน้าเรื่อยมา เคยรับตำแหน่งปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นนายอำเภอหางดง , ผู้ช่วยปลัดมณฑลพายัพ , เคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอแม่ริมนานถึง ๑๐ ปี , ปลัดจังหวัดเชียงราย และนายอำเภอฝาง.

.ต.อ.อนุ  เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม