หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(27)

Author by 18/10/12No Comments »

ย่านถนนช้างม่อย(27ในซอย ๒ ของถนนท่าแพที่มาทะลุถนนช้างม่อย  เคยมีบ้านของข้าราชการผู้ใหญ่ ชื่อ “คุณพระทวี” รับราชการเป็นอดีตนายอำเภอหลายอำเภอ

คุณพระทวี คือ อำมาตย์ตรี พระทวีประศาสน์(บุญทวี  ประทุมอินทร์) เคยรับราชการเป็นนายอำเภอหลายแห่ง

บรรดาศักดิ์ เป็นหลวง , ต่อมาปี พ.ศ.๒๔๗๓ ได้รับโปรดเกล้าฯเลื่อนเป็นพระทวีประศาสน์

เคยเป็นเทศมนตรีนครเชียงใหม่หลายสมัย สมัยที่หลวงศรีประกาศ(ฉันท์  วิชยาภัย) เป็นนายกเทศมนตรี

ด้านครอบครัว สมรสกับคุณบัวทิพย์  จันทรปัญญา ธิดาของหลวงขจัดจันฑนิกร(ใหม่แก้ว  จันทรปัญญา) อดีตนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ถัดไปทางทิศใต้ ตรงข้ามวัดบุพพาราม บุตรธิดา รวม ๗ คน ล้วนเสียชีวิตหมดแล้ว คือ

๑.นายถวิล   ทวีประศาสน์ รับราชการเป็นสัตวแพทย์จังหวัดลำพูน แต่งงานกับคุณศรีบุตร รุ่นลูก ๔ คน คือ น.ส.สุวัฒนา  ทวีประศาสตร์ , พ.อ.(ญ.)อุบลวรรณ  ปัทมานนท์ , นางพรรณวดี  สรรพกิจ(แต่งงานกับ พล.อ.ต.ศุภฤกษ์  สรรพกิจ) และนางแสงโสมวดี(แต่งงานกับ พล.ต.ต.สิทธิพร  ศรีจันทร์ทับ ต่อมาแยกทางกัน)

๒.นางจินดา สุขเกษม แต่งงานกับอาจารย์โสภิต สุขเกษม อดีตครูใหญ่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย แยกไปสร้างบ้านอยู่ข้างอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ บุตรธิดา คือ พญ.กรรณิการ์ (แต่งงานกับ นพ.ชาลี  พรพัฒน์กุล) , พญ.มัลลิกา  สุขเกษม

๓.นางปราณี นาควัชระ รับราชการกระทรวงศึกษาธิการ แต่งงานกับนายวัฒนา  นาควัชระ โยกย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯ

๔.นางประนอม เจริญพงศ์ แต่งงานกับนายเชาว์  เจริญพงศ์ อดีตผู้อำนวยการเรือนจำเชียงใหม่

๕.ทพ.ถาวร อนุมานราชธน เรียนหนังสือเก่งและเป็นผู้ก่อตั้งคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่งงานกับนายยรรยง  อนุมานราชธน บุตรธิดา ๒ คน คือ ดร.ทนัน  อนุมานราชธน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  , ธัญญา  จันทร์วิทัน และนรี  อินทรนันท์

๖.นายทวีบุญ ทวีประศาสน์ อาชีพทำเหมืองแร่ ทำทัวร์ แต่งงานกับนางวนิดา นันทขว้าง

๗.นพ.ทวีลาภ  ทวีประศาสน์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ต่อมาย้ายเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาครและเสียชีวิต แต่งงานกับนางวิลาวัณย์  ทวีประศาสน์

(จากหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ อำมาตย์ตรี พระทวีประศาสน์,๒๕๐๙)

พระทวีประศาสน์ รับราชการอยู่หลายอำเภอ หลังจากไปรับราชการเป็นปลัดจังหวัดเชียงรายได้ลาออกจากราชการ กลับบ้านมาอยู่บ้านที่ช้างม่อย ต่อมาพระทวีประศาสน์ ไปสร้างตึกสองชั้นอยู่ริมคลองแม่ข่าอีกหลังหนึ่ง(บริเวณคลินิกหมอถาวรในปัจจุบัน) คนละฝั่งคลองแม่ข่ากับบ้านของแม่จันทร์เป็ง  หลังจากนั้นได้เข้ามาอยู่อาศัย ภรรยา คือแม่บัวทิพย์ เปิดร้านขายของพื้นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวร่วมกับบุตรสาว อีกห้องหนึ่งบุตรสาว คือ ทันตแพทย์ถาวร เปิดคลินิกทำฟัน ภายหลังได้รื้อและสร้างอาคารใหม่ลึกเข้าไปด้านหลัง ปัจจุบันคือ คลินิกทันตแพทย์ถาวร  อนุมานราชธน

พระทวีประศาสน์ เสียชีวิตที่ตึกริมน้ำแม่ข่าหลังนี้ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๙

หลังจากพระทวีประศาสน์และแม่บัวทิพย์  เสียชีวิตแล้ว ประกอบกับรุ่นลูกต่างแยกย้ายมีครอบครัวกัน บ้านของพระทวีประศาสน์จึงขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไป

ผู้ซื้อไว้คือ นายวัลลภ  แซ่เตี๋ยว เจ้าของร้านทองตั๊กเซ่งฮง สร้างเป็นคอนโดมีเนียมชื่อ “ซิตี้วิวทาวเวอร์ คอนโดมีเนียม” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐

นายวัลลภ  แซ่เตี๋ยว ประวัติเป็นบุตรชายของนายยินปั๊ก  แซ่เตี๋ยว และแม่อุษา  แซ่เตียว ซึ่งเคยได้รับเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔  นายวัลลภ จบการศึกษาจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ต่อมาไปศึกษาต่อที่ประเทศไต้หวัน และกลับมาทำธุรกิจในเมืองเชียงใหม่ มีพี่น้องรวม ๘ คน คือ

๑. นายวัลลภ       แซ่เตี๋ยว(แต่งงานกับนางอี่จิน บุตร ๑ คน คือ น.ส.นงนภัส  แซ่เตี๋ยว)

๒. นางนพรัตน์                  แซ่เตี๋ยว กิจการร้านทองตั้กเซ่งล้ง

๓. นางมัทนา       แซ่เตี๋ยว

๔. นายศราวุฒิ     แซ่เตี๋ยว กิจการหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์

๕. นายยุทธนา     แซ่เตี๋ยว  กิจการร้านทองตั้กเซ่งฮง

๖. นายกฤษดา      แซ่เตี๋ยว ทำกิจการร้านทองตั้กเซ่งล้ง

๗. นางวรารัตน์   แซ่เตี๋ยว  ทำกิจการร้านทองที่กรุงเทพฯ

๘.นายเทิดศักดิ์    แซ่เตี๋ยว กิจการโรงแรมแฟมิลี่ ถนนมหิดล

รุ่นพ่อแม่ คือ นายยินปั๊กและภรรยามาเปิดร้านทองที่ตลาดวโรรสเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ ใช้ชื่อว่าร้านทองตั้กเซ่งฮง  แต่ก่อนหน้านี้นายยินปั๊ก อพยพมาอยู่เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๖ ทำหน้าที่ผู้จัดการร้านทองให้ร้านอื่น  ต่อมาเคยไปเป็นเปิดสาขาที่เมืองเชียงตุง ประเทศพม่า โดยซื้อทองจากเจ้าเชียงตุงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้เดินทางกลับประเทศจีนระยะหนึ่ง ต่อมาจึงเดินทางกลับมาเปิดร้านทองเป็นของตนเองที่ตลาดวโรรส ถนนวิชยานนท์

ปี พ.ศ.๒๕๑๑  คราวเกิดเพลิงไหม้ตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย ทำให้ต้องย้ายร้านมาที่ตลาดนวรัฐระยะหนึ่ง เมื่อมีการสร้างตลาดวโรรสใหม่จึงย้ายกลับมาซื้อตึกแถวอยู่บริเวณเดิม

นายวัลลภ  แซ่เตี๋ยว เล่าว่า ขณะอายุ ๑๓ ปี นายยินปั๊ก ได้เสียชีวิตลง ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๔ นายวัลลภ ได้ซื้อตึกด้านข้างขยายร้านทอง โดยซื้อตึกที่เคยเป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ในราคา ๖.๕ ล้านบาท

“ส่วนบ้านเดิมของคุณพระทวี ที่ถนนช้างม่อย ซื้อเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐ โดยเป็นบ้านเพื่อน คือ วงศ์ทวี  ทวีประศาสน์ เนื้อที่ ๓ งาน ๗๘ ตารางวา ในบริเวณมีบ้านไม้สักหลังใหญ่มีชานเชื่อมต่อกับเรือนคนใช้ด้านหลัง ราคาในขณะนั้น ๓ ล้านบาท เงินที่ซื้อเป็นเงินของครอบครัวถือเป็นการลงทุน ขณะนั้นอายุ ๓๐ ปี ต่อมาจึงลงทุนสร้างคอนโดมีเนียม จุดเด่นของคอนโดฯ แห่งนี้คือ อยู่ใกล้ตลาดวโรรส ลงทุน ๓๐ ล้านบาทเศษ โดยกู้จากธนาคารมาก่อสร้าง สร้างจำนวน ๑๖๗ ห้อง ใช้เวลาก่อสร้าง ๒ ปีเศษ คอนโดฯ แห่งนี้ขายหมดภายในเวลาเพียง ๑ เดือน  เป็นคอนโดฯ แรกที่ตั้งอยู่ย่านช้างม่อย ใช้ชื่อว่าซิตี้วิวทาวเวอร์คอนโดมีเนียม”

การลงทุนของนายวัลลภ ต่อมา คือ ทำบ้านจัดสรรแกรนด์วิว ใกล้สนามบิน จำนวน ๖๐๐ กว่าหลังคาเรือน ต่อมาทำหมู่บ้านอุษาฟ้าฮ่าม ย่านฟ้าฮ่าม ซื้อที่ดิน ๘๙ ไร่ของตระกูลนิมมานเหมินท์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๓ เฉพาะค่าที่ดินราคา ๑๐๐ ล้านบาทเศษ , ซื้อกิจการรถเมล์จากพ่อเลี้ยงเลิศ ชินวัตร มาบริหาร เป็นการเริ่มต้นของมรถเมล์ติดแอร์โดยมีบริษัทโกดัคร่วมประชาสัมพันธ์  หลังจากนั้นไปลงทุนโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจประเทศลาวเชื่อมต่อกับประเทศจีน  ธุรกิจหลังสุดคือโรงแรมแฟมมิลี่ ถนนมหิดล ซึ่งที่ดินเป็นที่เดิมของคุณมังกร

ตรงกันข้ามกับซิตี้วิวคอนโดมีเนียมเป็นพื้นที่มีบ้านไม้ให้เช่า เจ้าของคือ คุณพิศาล กันทะวิวร อยู่ฟ้าฮ่าม เลยไปเป็น “วีระชัยคอร์ด”

วีระชัยคอร์ด เป็นแบบอย่างของคนต่างจังหวัดที่มาสร้างฐานะอย่างมั่นคงที่เมืองเชียงใหม่

จากความมุ่งมั่น มองเห็นกลุ่มลูกค้าหน้าโรงหนังในยุค ๔๐ ปีก่อน ทำให้สร้างรายได้ ก่อนที่จะเห็นช่องทางธุรกิจทำลูกชิ้น เพิ่มทรัพย์สินได้มากขึ้น พอที่จะซื้อที่ดินและทำธุรกิจที่มั่นคงมากขึ้น คือ ทำหอพัก

เจ้าของ ชื่อ นายวีระชัย  สุจริตวณิชพงศ์ เดิมขายไอติม ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้น สร้างฐานะจากหน้าโรงภาพยนต์ เล่าว่า เกิดที่อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอายุ ๖๘ ปี (เกิดปี พ.ศ.๒๔๘๙) เป็นบุตรชายคนที่ ๖ ในจำนวนพี่น้อง ๑๐ คน พ่อแม่มีอาชีพขายข้าวแกง หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓ แล้วต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน เนื่องจากไม่มีเงินส่งเรียน ต่อมาต้องการทำงานสร้างฐานะ ขณะนั้นมีพี่เขยมาทำมาหากินอยู่ที่เชียงใหม่ จึงตัดสินใจมาเชียงใหม่โดยอาศัยโบกรถสิบล้อมาเชียงใหม่ มาพักอาศัยกับพี่เขยและช่วยทำงาน

พี่เขย ชื่อ นายชูเกียรติ อาชีพของพี่เขย คือขายของบริเวณหน้าโรงหนังศรีวิศาล อยู่หน้าวัดแสนฝาง ขายก๋วยเตี๋ยว ไอศกรีม ขณะนั้นคุณเลิศ  ชินวัตร เป็นเจ้าของโรงหนัง นายชูเกียรติได้เช่าพื้นที่ตรงบริเวณน้ำพุบริเวณกึ่งกลางหน้าโรงหนัง.