หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนช้างม่อย(29)

Author by 1/11/12No Comments »

ย่านถนนช้างม่อย(29)

ตึกโบราณตรงข้ามวัดหนองคำ เป็นตึกรุ่นต้นๆของถนนช้างม่อย ได้รับเลือกเป็นอาคารอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารพาณิชย์ ปีพ.ศ.๒๕๕๑

ชื่อว่าบ้าน “ถวิล” ซึ่งเป็นชื่อเจ้าของบ้าน นามสกุล “เทียนนิมิตร” ต้นตระกูลมาจากภาคกลาง คือ จังหวัดสมุทรสงคราม

คำว่า “ถวิล” เป็นคำไทยโบราณที่ไพเราะ ความหมายคือ คิดถึง คำเมือง คือ กึ้ดเติงหา คนสมัยก่อนมักตั้งชื่อลูกว่า ถวิล หรือ สมถวิล นอกจากนี้มักใช้ในการแต่งโคลงกลอน ปัจจุบันไม่ค่อยได้ใช้คำนี้กันแล้ว

“บ้านหลังนี้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ปี พ.ศ.๒๔๙๔  เริ่มจากพิธีแห่พระพุทธรูปเข้ามาในบ้านก่อน ผู้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ คือ หลวงพ่อแก่น วัดอุปคุต”  คุณสังวาลย์  เทียนนิมิตร อายุ ๖๙ ปีเจ้าของบ้านให้รายละเอียดเกี่ยวกับบ้านหลังนี้

“ครอบครัวเรา เริ่มจากรุ่นทวด ชื่อ ช้อย  วรรธนกุล พร้อมกับลูกสาว ชื่อยายกิมลี้  วรรธนกุล และครอบครัว โยกย้ายมาจากจังหวัดสมุทรสงคราม มาอยู่กรุงเทพฯระยะหนึ่ง ต่อมาบ้านที่กรุงเทพฯ ไฟไหม้หมดจึงตัดสินใจย้ายมาเชียงใหม่ แม่กิมลี้เล่าว่าขณะเดินทางมาเชียงใหม่เป็นขบวนรถไฟเที่ยวแรกที่มาถึงเชียงใหม่ ขณะนั้นผู้ที่ร่วมขบวนรถไฟมาด้วย คือ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี”

ยายกิมลี้  แต่งงานกับนายกี  วรรธนกุล รุ่นลูกบางคนเสียชีวิตสมัยเด็ก เติบโตมา ๓ คน คือ นายบุญยอด  เทียนนิมิตร ทำงานการรถไฟ , นางทวี   เทียนนิมิตร และนางถวิล  เทียนนิมิตร

“ระยะแรกเช่าบ้านอยู่ใกล้ไปรษณีย์แม่ปิง ติดแม่น้ำปิง ประกอบอาชีพขายผ้า ประมาณ ๒-๓ ปี ยายกิมลี้ ย้ายมาซื้อบ้านอยู่ถนนช้างม่อย คือ บริเวณบ้านที่อยู่แห่งนี้ ซึ่งเดิมเป็นบ้านไม้สัก ๑ หลังและปลูกเพิ่มด้านหลังอีก ๑ หลัง เปิดหน้าบ้านขายของชำ ที่ดิน ๔๐ กว่าตารางวา ราคา ๘๐๐ กว่ารูปี(๑ รูปีประมาณ ๘๐ สตางค์

“ยายกิมลี้ขณะเดินทางมาเชียงใหม่มีลูกแล้ว ๒ คน ส่วนแม่ซึ่งเป็นลูกคนที่ ๓ ชื่อถวิล มาเกิดที่เชียงใหม่สมัยอยู่บ้านริมน้ำปิง แม่เรียนโรงเรียนวัฒโนทัยแล้วออกมาช่วยครอบครัวค้าขาย สมัยนั้นขายผ้าอยู่ตลาดวโรรส ไม่มีชื่อร้าน

“ต่อมาแม่แต่งงานกับเตี่ย เตี่ยชื่อ นายเซียมจุ้ย  แซ่เตีย ต่อมาเปลี่ยนเป็น วิชัย  เทียนนิมิตร เตี่ยมีพี่น้อง ๒ คน เดิมเตี่ยทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ร้านขายยาจิบอังตึ้ง มีความรู้ด้านการขายยาติดตัวมา ต่อมาจึงมาเปิดร้านขายยาชื่อ ทวีโอสถ อยู่หน้าตลาดต้นลำไย เลิกกิจการก่อนไฟไหม้เล็กน้อย

“เมื่อแต่งงานกับแม่แล้วได้แยกมาเช่าห้องของหลวงอนุสาร หน้าวัดอุปคุต ขายยาเป็นยาสมุนไพรไทย จีน ฝรั่ง ต่อมาสมัยจอมพลป. พิบูลสงครามให้เลิกขายสมุนไพรจีน จึงเปลี่ยนมาขายสมุนไพรไทย ต่อมาย้ายมาเปิดร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ตลาดต้นลำไย ชื่อร้านทวีโอสถ

“เมื่อพอมีเงินแล้ว เตี่ยและแม่นำเงินมาสร้างตึกหลังนี้ใช้เงิน ๓ แสนบาทเศษ ใช้เวลาสร้างนานเพราะคนรับเหมาทิ้งงาน อ้างว่าขาดทุน ต้องหาช่างมาสร้างต่อจนเสร็จ เตี่ยชอบงานช่างก่อสร้าง มีความรู้ด้านโครงสร้าง ระหว่างสร้างบ้านเราเช่าบ้านฝั่งตรงข้ามอยู่อาศัยชั่วคราว สร้างเสร็จปี พ.ศ.๒๔๙๔ จัดงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่อาศัย”

นายวิชัย และแม่ถวิล  เทียนนิมิตร มีบุตรธิดา ๒ คน คือ

๑.น.ส.สังวาลย์  เทียนนิมิตร            ๒.น.ส.ดวงนิตย์   เทียนนิมิตร

คุณป้าสังวาลย์ ย้อนเหตุการณ์ในอดีตสมัยวัยเด็กที่ย่านช้างม่อยแห่งนี้ว่า

“ป้า(น.ส.สังวาลย์  เทียนนิมิตร) เกิด พ.ศ.๒๔๘๖ เกิดที่นี่ ครอบครัวมาอยู่ที่ถนนช้างม่อยแห่งนี้  แม่ชอบแต่งตัวให้ลูก จึงไปเรียนเย็บผ้ามาตัดเสื้อผ้าให้ลูก ต่อมามีคนเห็นว่าฝีมือดี จึงมาจ้างให้ตัดเย็บเสื้อผ้า จึงกลายเป็นอาชีพของแม่

“ละแวกนี้ตอนยังเด็ก บ้านตรงกันข้ามเป็นบ้านไม้ ในซอยที่เป็นถนนสิทธิวงศ์มีต้นฉำฉาเยอะ ตรงจรัลธุรกิจเป็นซอยเล็ก ตอนเด็กวิ่งเล่นแถวนี้ งูเยอะ มักเห็นเลื้อยไปมาเวลามาเล่นหน้าบ้าน ยิ่งตอนน้ำท่วมจะต้องระวังงูเข้าบ้าน

“ข้างบ้านด้านตะวันตก เขาทำป่าไม้ มีกองไม้มาไว้ งูมาอยู่

“บ้านเราเชื้อสายจีน จีนด้วยกันเช่น ร้านทำเบาะศิลป์เป็นคนจีน บริเวณนั้นเดิมเป็นสวนผัก รู้จักกันกับที่บ้านติดน้ำแม่ข่า เจ้าของชื่อยายจันทร์เป็ง  มาสร้างตึกก่อนบ้านเรา ค้าขายเครื่องทองในตรอกข่วงเมรุ

“ในซอยทางมุมทิศตะวันออกเป็นบ้านยายติ๊บ ต้นถนนเป็นของพระทวีประศาสน์

“เตี่ยเสีย ๒๕๕๑ แม่เสีย ๒๕๕๒

“บ้านเราใกล้โรงหนังศรีนครพิงค์ วันเสาร์อาทิตย์ ญาติบ้างคนรู้จักบ้าง มักจะมาฝากรถจักรยานไว้ในบ้านเพื่อไปดูหนัง ละแวกนี้คึกคักมา เราให้ฝากฟรีไม่คิดเงิน

“เมื่อก่อนน้ำแม่ข่าสะอาด ละแวกนี้เงียบ ตอนเด็กทันเห็น

“ที่สนิทกับบ้านเรา คือ บ้านตาบุญเป็นพ่อของคุณทองหยด สุวรรณประเทศ บ้านอยู่เลยร้านพรภัณฑ์ไป เคยเป็นบ้านไม้ ภรรยาทำขนมขาย ลูกรับราชการ อพยพมาจากทางใต้ ชอบพอกับยายทวด

“สมัยเด็กยังมีเกวียนเข้ามาส่งข้าวที่ร้านสิทธิวงศ์ เขามีนา มียุ้งข้าวในบริเวณบ้าน เจ้าของชื่อ นายจันทร์เป็ง ค้าขายเครื่องเงินเครื่องทอง เป็นบ้านตึก พระนางเจ้าฯรำไพพรรณีเคยเสด็จมาซื้อของร้านเขา ระยะแรกสร้างเป็นตึก ๓ ห้อง ต่อมาทำเพิ่มให้เช่า

“คลินิกหมอถาวร เคยเป็นบ้านยายม่วย ทำผลไม้ดองอร่อย คนมาจากที่อื่นมาอยู่ ต่อมาขายให้พระทวีฯ ให้ลูกมาอยู่ มีหมอถาวร,อาจารย์ประนอม

“โรงแรมไชยณรงค์ เคยเป็นบ้านหม่อนคำแปง ลูกสาวได้กับเจ้าไชยณรงค์ชื่อ เครือเถา มีลูก ๓คน เสียไป ๒ เหลือ ๑ เป็นบ้านไม้ พื้นที่กว้าง หม่อนคำแปงทำงานในคุ้มเจ้าดาราฯ สามีทำงานในคุ้มด้วยเช่นกัน

“ร้านที่สร้างก่อนร้านเราคือ ร้านสิทธิวงศ์”

ถักจากร้านถวิล คือ ร้านแม่ข่าพานิช จำหน่ายอุปกรณ์รถจักรยานและรถจักรยานยนต์

รุ่นลูกซึ่งดำเนินกิจการของร้านเล่าว่า   “เริ่มสมัยเตี่ย คือ นายสุ่นฮั้ว  แซ่เตี๋ย อพยพมาจากเมืองจีนมาเป็นลูกจ้างร้านขายอะไหล่รถจักรยานแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่  เจ้าของเป็นญาติกัน ต่อมาจึงแยกตัวออกมาเช่าห้องแถวของตระกูล วสุวัต ที่ถนนราชวงศ์เปิดร้านขายอะไหล่รถจักรยานเอง ปัจจุบันคือบริเวณร้านมงคลสังฆภัณฑ์ ร้านอยู่ใกล้ลำน้ำแม่ข่า เพื่อให้ลูกค้าจำง่าย เตี่ยจึงใช้ชื่อร้านว่า แม่ข่าพานิช เรื่อยมา ต่อมาเมื่อพอมีเงินได้มาซื้อที่นี่  ร้านที่ถนนช้างม่อยเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๐ เดิมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ซื้อจากญาติของร้านพรภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ข้างๆ  หลังจากนั้นเปิดร้านจำหน่ายอะไหลรถจักรยาน เตี่ยเสียชีวิตเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน อายุ ๗๐ ปีเศษ”

นายสุ่นฮั้ว  แซ่เตี๋ย แต่งงานกับนางคำปัน  ธนัญชัย บุตรธิดา ๖ คน รุ่นลูก ๖     คน คือ

๑.นายอุ่นเรือน  ทนัญชัย กิจการร้านแม่ข่าพาร์ทเซ็นเตอร์ หลังวัดแสนฝาง

๒.นางเจนกิจ  เลิศหิรัญกิจ               ๓.นางเรืองระวี  ตรีธรรมพินิจ

๔.นางสายสุคนธ์  กาญจนคูหา ๕.นายพิเชฏฐ์   ธนัญชัย   ๖.นายพิรุฬ  ธนัญชัย

ถัดจากร้านแม่ข่าพานิชไป คือ “ร้านพรภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์”

ครอบครัวนี้ดั้งเดิมโยกย้ายมาจากภาคกลาง คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เริ่มจากคุณยายชื่อ ยายเปลี่ยน ปัญจสังข์และอากง(ตา)ชื่อ บุญเฮง  แซ่ตั้ง(หรือนายซิน  แซ่โค้วตรวจสอบข้อมูลใหม่) ย้ายครอบครัวมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมัยก่อนเล่าว่ามาทางแพ

เริ่มต้นครอบครัวที่เมืองเชียงใหม่โดยมาเช่าห้องแถวอยู่หลังตลาดต้นลำไย ติดแม่น้ำปิง เป็นห้องเช่าของหลวงโยฯ(หลวงโยนการพิจิตร ต้นตระกูล อุปโยคิน)  ยายเปลี่ยน เป็นคนภาคกลางเก่งด้านการทำขนมไทย จึงทำขนมไทยขายหลายอย่าง โดยเฉพาะทองหยิบทองหยอด รสชาติอร่อยเป็นที่รู้จักทั่วไป  ว่ากันว่าฝีมือการทำขนมไทยของยายเปลี่ยนยามเมื่อในคุ้มหลวงมีงานเลี้ยง มักต้องให้คนมาว่าจ้างยายเปลี่ยน ไปทำขนมไทยเลี้ยงในงาน

การอพยพมาเมืองเชียงใหม่ในครั้งนั้นมาด้วยกัน ๓ พี่น้อง คือยายเปลี่ยน , ยายจีบ และคุณละไม นายจีบ ได้สามีเป็นคนย่านวัดเกตการาม ชื่อแป๊ะอินทรหรือจีนทร ในหมู่ญาติพี่น้องจะเรียกว่า แป๊ะอินทร์

แป๊ะอินทร์ เป็นชาวจีนที่อพยพมาจากประเทศจีน มาค้าขายอยู่ที่ย่านวัดเกต สกุลเดิม คือ “ซิ้มกิมฮั่วเซ้ง” ในร้านขายของสารพัดอย่าง เช่น สีย้อมผ้า เป็นต้น มักซื้อจากเรือที่มาขึ้นท่าวัดเกต และนำจำหน่ายให้พ่อค้าต่างอำเภอที่มาซื้อไปขายต่อ.