หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๑๓)

Author by 1/05/14No Comments »

ขุนสนิทประชาราษฎร์ถัดจากบ้านสวยในพื้นที่กว้างที่ชื่อว่า “บ้านมัณฑนา” ไป  เคยเป็นบ้านและที่ดินของขุนสนิทประชาราษฎร์ ตระกูล “จันทรศัพท์”เนื้อที่ประมาณ ๗๕ ไร่

เกี่ยวกับประวัติของตระกูล จันทรศัพท์ เดิมอยู่อำเภอเมืองพิจิตร ต่อมาโยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่

คุณลุงจำรัส  จันทรศัพท์ อายุ ๙๔ ปี เคยให้ข้อมูลไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๕ ว่า เกิดปี พ.ศ.๒๔๖๑  คุณแม่ คือ นางเทียบ  จันทรศัพท์ เป็นบุตรหญิงของนายเสียงและนางเนย จันทรศัพท์ แม่เทียบ  จันทรศัพท์มีพี่น้อง ๕ คน คือ

๑.นางเทียบ(แม่)   ๒.นางเปลื้อง     ๓.นางทิพย์   ๔.นายเท้ง ๕.นายสนิท(ขุนสนิทประชาราษฎร์)

คุณลุงจำรัส  จันทรศัพท์ เป็นบุตรของนางเทียบ(พี่สาวของขุนสนิทประชารักษ์) ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตระกูล จันทรศัพท์ ว่า

“ครอบครัวของรุ่นก๋ง ชื่อนายจันทร์ สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล อยู่ที่ตัวเมืองจังหวัดพิจิตร อาชีพทำกิจการเรือยนต์ สมัยนั้นการเดินทางใช้ลำน้ำน่าน ก๋งลงทุนซื้อเรือยนต์วิ่งรับคนโดยสารระหว่างพิจิตรและพิษณุโลก นอกจากนี้ยังรับจ้างนำเรือยนต์ลากเรือแพซึ่งบรรทุกข้าวเปลือกจากพิจิตร,พิษณุโลกไปขายที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์อีกด้วยต่อมาครอบครัวพ่อแม่และสืบทอดกิจการต่อมา

“มาถึงรุ่นยาย  ยายคือ นางเนย เสียชีวิตเร็ว รุ่นลูก คือ แม่ของผม ชื่อ แม่เทียบ  เป็นพี่คนโตจึงต้องดูแลเลี้ยงน้องทั้ง ๔ คนมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาตา คือ นายเสียง ตายไปอีกคน ทำให้แม่ต้องรับภาระหนักมากขึ้น ขณะนั้นน้องของแม่ ๒ คน ยังเล็กอยู่ คือ นายเท้งและนายสนิท

“ต่อมาจึงมอบให้อยู่ในอุปการะของพระอนุรักษ์ฯ ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของแม่ อาชีพรับราชการฝ่ายปกครองอยู่กรุงเทพฯ ตำแหน่งนายอำเภอ ได้รับนายเท้งและนายสนิทไว้ในอุปการะ ส่งเสียให้เรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ระหว่างนั้นมีการขอตั้งนามสกุล พระอนุรักษ์ฯ จึงทำเรื่องขอนามสกุลให้นายเท้งและนายสนิท โดยนำชื่อก๋ง คือนายจันทร์ มารวมกับพ่อ ชื่อนายเสียง คำว่าเสียงใช้คำว่า ศัพท์มาทดแทน จึงขอใช้นามสกุลว่า จันทรศัพท์

“ทั้งนายเท้งและนายสนิทจบโรงเรียนฝ่ายปกครองทั้งคู่  และทั้งคู่เข้ารับราชการที่เชียงใหม่

“นายเท้ง รับราชการเป็นปลัดอำเภอสันกำแพง ต่อมาเห็นลู่ทางธุรกิจด้านป่าไม้ จึงได้ลาออกทำธุรกิจ มีฐานะร่ำรวยที่หนองวัวแดง อำเภอสันกำแพง ส่วนนายสนิท ต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนสนิทประชาราษฎร์ รับราชการไต่เต้าขึ้นจนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน

“ด้านครอบครัวผม ซึ่งแม่ผม(นางเทียบ) เป็นพี่สาวของขุนสนิทประชาราษฎร์  เมื่อพ่อผมเสียชีวิต พี่ชายและน้องชายของผมย้ายจากจังหวัดพิจิตรมาเรียนเชียงใหม่ คือ นายประสิทธิ์และน้องชาย ชื่อสุรจิต มาอยู่ในอุปการะของขุนสนิทฯ เป็นการต่างตอบแทนที่แม่ผมดูแลขุนสนิทฯมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาผมย้ายมาเรียนเชียงใหม่อีกคนหนึ่ง

“ผมมาเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยชั้น ม.๖ พักอยู่บ้านขุนสนิทประชาราษฎร์  สมัยนั้นดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ พักที่บ้านพักหน้าเรือนจำเชียงใหม่ ต่อมาย้ายเป็นปลัดจังหวัดเชียงใหม่ บ้านพักอยู่ข้างสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ บ้านพักเป็นบ้านไม้สักใหญ่ หน้าบ้านมีต้นไทรต้นใหญ่ ผมยังไปโดดเล่นน้ำปิง จบม.๖ แล้วผมไปสอบเป็นเสมียนมหาดไทยที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ไต่เต้าจนเป็นปลัดอำเภอโทหัวหน้ากิ่งอำเภอดอยเต่าและเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๑

“ส่วนนายประสิทธิ์  จันทรศัพท์ เข้ารับราชการฝ่ายอัยการ อดีตหัวหน้ากองคดีสมรสกับอาจารย์สุภาพ อาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบ รุ่นลูกมี ๗ คน

“ส่วนน้องชายผม นายสุรจิต รับราชการฝ่ายปกครอง อดีตนายอำเภอหางดง สมรสกับนางน้ำอบ ลูก ๒ คน คือ นายชูเกียรติ รับราชการอัยการ ต่อมาเสียชีวิต และ พ.ต.ท.สุภัค  จันทรศัพท์ รอง ผู้กำกับการอำเภอแม่ริม

“ขุนสนิทประชาราษฎร์ มีที่ทางเยอะ สมัยนั้นมีแม่ค้าขายเพชรพลอยกับเชื้อสายเจ้าเชียงใหม่ ชื่อ แม่ติ๊บ มักมีข้อมูลว่าใครเดือดร้อนต้องการขายที่ดิน ก็มักจะมาบอกขุนสนิทฯ เห็นว่าราคาถูกจึงได้ซื้อไว้แถวถนนห้วยแก้ว”

คุณลุงจำรัส  จันทรศัพท์ แต่งงานกับภรรยาคนแรก คือ นางจันทร์พลอย เป็นคนบ้านลวงเหนือ ดอยสะเก็ด สมัยที่เริ่มรับราชการที่ดอยสะเก็ด บุตรธิดา ๖ คนปัจจุบันอยู่กับภรรยาคนที่สองเป็นชาวป่าซางจังหวัดลำพูน(สัมภาษณ์,๑๗ ก.ค.๒๕๕๕)

ประวัติของขุนสนิทประชาราษฎร์เกิดที่อำเภอเมืองพิจิตร ปี พ.ศ.๒๔๓๙เข้ารับราชการและดำรงตำแหน่งนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดหลายแห่ง เช่นนายอำเภอสารภี, นายอำเภอเมืองเชียงใหม่(พ.ศ.๒๔๘๐-๒๔๘๒)  ขึ้นเป็นปลัดจังหวัดเชียงใหม่หลังจากนั้นไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์(พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๐),ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์(พ.ศ.๒๔๙๐-๒๔๙๑), ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, เคยเป็นผู้ปกครอง๔ รัฐเขตมาเลเซียต่อมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน

ผลงานที่จังหวัดลำพูน คือ เป็นประธานการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดลำพูนเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๔ สร้างเสร็จและเปิดทำการเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๔๙๖ งบประมาณ ๑,๗๑๒,๒๑๐ บาท ผู้รับเหมาคือ บริษัทอาสาสงครามนอกจากนี้มีผลงานเริ่มต้นสร้างโรงพยาบาลลำพูนเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ โดยร่วมกับนายชัยวัธน์  อินทะพันธ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูนและนายประพันธ์  กาญจนกามล คหบดีจังหวัดลำพูน เลือกพื้นที่ที่จะจัดสร้างโดยขอซื้อที่ดินในราคาถูกกึ่งบริจาคจากคุณย่าบัวผัน  โนตานนท์ จำนวน ๒๕ ไร่และคุณย่าบัวเขียว  อิศระ จำนวน ๑๒ ไร่ รวม ๓๗ ไร่ ราคารวม ๑๑๒,๔๕๕ บาท(เวบบ์ไซต์ของโรงพยาบาลลำพูน)

ขุนสนิทประชาราษฎร์ได้ลาออกจากราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนในปี พ.ศ.๒๔๙๖หลังจากนั้นได้มาสร้างบ้านอยู่อาศัยที่ถนนห้วยแก้วจนกระทั่งเสียชีวิตลง

ด้านครอบครัวสมรสกับนางเทียมตาณ เชียงใหม่ มีบุตรชาย ๒ คน คือนายโสน และนายธรรมศักดิ์ จันทรศัพท์ อดีตผู้จัดการเขตธนาคารกรุงเทพ จำกัด

ต่อมานางเทียมตาเสียชีวิต ขุนสนิทประชารักษ์ ได้แต่งงานอีกครั้งกับนางปรานีบุตรธิดา ๕ คนคือ

๑.พ.ต.อ.วรเดชจันทรศัพท์                  ๒.นายพงศกร จันทรศัพท์

๓.นางชนันญาวรรณพัฒน์                     ๔.นายอธิคมจันทรศัพท์

๕.นายสุรเสียงจันทรศัพท์

บ้านเดิมของขุนสนิทประชาราษฎร์อยู่ถนนห้วยแก้ว ปัจจุบันคือ บริเวณคอนโดมีเนียม  ขุนสนิทประชาราษฎร์ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ ขณะอายุ ๙๓ ปี(พ.ต.อ.วรเดช จันทรศัพท์,สัมภาษณ์)

บุตรชายคนโต คือ นายธรรมศักดิ์  จันทรศัพท์ แต่งงานกับนางอบเชย  จันทรศัพท์ ซึ่งคุณป้าอบเชย  จันทรศัพท์ เล่าว่าเดิมเป็นชาวอำเภอเมืองจังหวัดตราด จบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สามีเป็นชาวเชียงใหม่ ชื่อ นายธรรมศักดิ์  จันทรศัพท์ และแต่งงานกันที่กรุงเทพฯ ทำงานที่กรุงเทพฯระยะหนึ่ง ต่อมาจึงย้ายมาอยู่เชียงใหม่โดยทำงานธนาคารกรุงเทพฯ

“พ่อของสามีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ชื่อ ขุนสนิทประชาราษฎร์ ชื่อเดิมคือ สนิท  จันทรศัพท์ เป็นชาวจังหวัดพิจิตร มาอยู่กับลุงที่เชียงใหม่บ้านอยู่ถนนสามล้าน ตรงข้ามสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ชื่อ พระอนุรักษ์

“พ่อสามีเคยมีบ้านอยู่ข้างอำเภอเมืองเชียงใหม่ด้านทิศตะวันตก ต่อมาย้ายมาอยู่ห้วยแก้ว เมื่อก่อนแถวนี้เป็นนา เป็นสวน ส่วนหนึ่งคนจีนมาเช่าทำสวนผัก เนื้อที่รวมประมาณ ๗๕ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ชาวบ้านเจ้าของที่มาขอให้พ่อสามีช่วยซื้อ เริ่มตั้งแต่สมัยเป็นปลัดจังหวัดเชียงใหม่แล้ว

“เจ้าของนาส่วนใหญ่อยู่ในกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านหลังวัดมนเฑียร หลังวัดควรค่าม้า หลังวัดหม้อคำตวง ส่วนใหญ่นาละแวกนี้ทำนาไม่ค่อยได้ผล จึงอยากขาย

“หลังเกษียณอายุแล้วขุนสนิทฯ พักอาศัยอยู่ที่บ้านข้างที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ ต่อมามาปลูกบ้านอยู่ถนนห้วยแก้วภายหลังและย้ายมาอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว”

“ส่วนบ้านของป้าที่อยู่ร่วมกับคุณธรรมศักดิ์ อยู่ในที่เดิมของขุนสนิทประชาราษฎร์ที่คุณธรรมศักดิ์ได้รับเป็นมรดก และสร้างอยู่อาศัยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘

“ส่วนบ้านของขุนสนิทประชาราษฎร์ ต่อมาได้ขายไป ปัจจุบันคือ บริเวณฮิลไซค์คอนโดมีเนียม บริเวณใกล้เคียงเคยเป็นที่ของขุนสนิทฯแทบทั้งสิ้น ต่อมารุ่นลูกแบ่งขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไป เช่น ข้างบ้านป้าที่เป็นหมูกระทะสุคนธา, บ้านและที่ดินที่ดินติดฮิลไซด์คอนโดที่เป็นที่ว่าง  ทางครอบครัวขายให้เจ้าของโรงแรมมณเฑียรที่กรุงเทพฯ เขาตั้งใจจะทำโรงแรมแต่ภายหลังเปลี่ยนใจ มักมีคนถามขอซื้อ เจ้าของจึงติดป้ายไว้ ความจริงคงไม่ต้องการขายที่แปลงนี้เดิมเป็นนาข้าว เจ้าของเป็นชาวบ้านที่อายุมากแล้วมาอ้อนวอนให้ขุนสนิทฯ ซื้อไว้ ไม่อยากขายให้คนอื่น”(สัมภาษณ์,๒๒ ธ.ค.๒๕๕๔)

“นอกจากนี้ที่ดินด้านหลังฮิลไซด์คอนโด สามี(คุณธรรมศักดิ์) ได้แบ่งขายไป ผู้ซื้อได้จัดสรรเป็นหมู่บ้านลานนาวิลล่า ด้านตะวันออกที่ติดกับที่ดินของขุนสนิทฯ เป็นที่ดินของคุณอุณห์  ชุติมา จัดสรรขายเป็นหมู่บ้านสันติธรรม”(สัมภาษณ์,๒๒ ธ.ค.๕๔)

 พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

 ***       ภาพ ขุนสนิทประชาราษฎร์ (สนิท  จันทรศัพท์)