หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๑๔)

Author by 1/05/14No Comments »

 ย่านห้วยแก้ว14ถัดจากบ้านสวยในพื้นที่กว้างที่ชื่อว่า “บ้านมัณฑนา” ไป  เคยเป็นบ้านและที่ดินของขุนสนิทประชาราษฎร์ ตระกูล “จันทรศัพท์”เนื้อที่ประมาณ ๗๕ ไร่

          เกี่ยวกับประวัติของตระกูล จันทรศัพท์ เดิมอยู่อำเภอเมืองพิจิตร ต่อมาโยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่

ขุนสนิทประชาราษฎร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ชื่อเดิม คือ สนิท  จันทรศัพท์ เป็นบุตรของนายเสียงและนางเนย จันทรศัพท์ มีพี่น้อง ๕ คน คือ

๑.นางเทียบ(แม่)                      ๒.นางเปลื้อง

๓.นางทิพย์                           ๔.นายเท้ง

๕.นายสนิท(ขุนสนิทประชารักษ์)

          ขุนสนิทประชาราษฎร์ มีบุตรธิดาหลายคน บุตรชายคนหนึ่ง คือ ...วรเดช  จันทรศัพท์ ปัจจุบัน อายุ ๖๒ ปี

พ.ต.อ.วรเดช  จันทรศัพท์เล่าว่าเกิดที่จังหวัดลำพูน ขณะนั้นบิดา คือ ขุนสนิทประชาราษฎร์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ต่อมาได้ออกจากราชการและกลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านข้างที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่  ต่อมาย้ายมาพักที่บ้านถนนห้วยแก้ว ปัจจุบันคือบริเวณฮิลไซด์คอนโดมีเนียม ขณะนั้นเป็นบ้านตึกชั้นเดียว

“ที่ถนนห้วยแก้ว ที่ดินทั้งหมดของพ่อมีประมาณ ๗๕ ไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่นาที่พ่อจ้างคนปลูกข้าว ที่ดินเริ่มจากบริเวณถัดจากที่ดินของบริษัทมัทนะพาณิชย์มาทางแยกรินคำจนเลยไปสุดที่โรงเรียนสารพัดช่าง  พ่อเคยเล่าว่าส่วนใหญ่ซื้อจากหลวงอนุสารสุนทรที่ขายให้ราคาถูก  ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ที่ดินของพ่อถูกเวนคืนไปด้วย ต่อมาที่ดินบริเวณนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกชายคนโตของพ่อ คือ พี่ธรรมศักดิ์  จันทรศัพท์และแบ่งขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไป  ปัจจุบันคือ บริเวณที่กำลังสร้างห้างสรรพสินค้าเม-ญ่า

“ตอนที่พ่อกลับมาอยู่ที่บ้านข้างที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ บ้านนั้นพ่อผมสร้างไว้ บ้านเลขที่ ๑ ผมเข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ต่อมาพ่อย้ายมาอยู่บ้านที่ถนนห้วยแก้ว ผมเข้าเรียนโรงเรียนมงฟอร์ต จบมัธยมปีที่ ๓ แล้วผมไปเรียนต่ออัสสัมชัญที่กรุงเทพฯ และจบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นเข้ารับราชการตำรวจ

“บ้านเดิมที่ถนนห้วยแก้ว เคยเป็นบ้านตึกชั้นเดียวทาสีแดง หลังจากออกจากราชการแล้ว พ่อกลับไปสมัครสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดลำพูน แต่ไม่ได้รับเลือก

“กรรมสิทธิ์ที่ดินของพ่อ ส่วนใหญ่มอบให้พี่ธรรมศักดิ์ซึ่งเป็นพี่คนโตประมาณ ๖๐ ไร่เศษ ในส่วนของผมและพี่น้องได้รับ ๕ ไร่ บริเวณบ้านที่เคยเป็นบ้านของพ่อที่ครอบครัวผมอยู่อาศัย โดยผมสร้างบ้านอยู่ใกล้บ้านพ่อ จนต่อมาไม่สะดวกที่จะแบ่งออกเป็น ๕ ส่วนเพราะส่วนใหญ่อยากได้ที่ติดถนน หากแบ่งแล้วที่ดินไม่สวยจึงต้องขายและแบ่งเงินกัน ขายเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ ผู้ที่ซื้อไว้ คือ คุณวัชระ  ตันตรานนท์ ซื้อไว้สร้างฮิลไซด์คอนโดมีเนียมและโรงแรม

“ด้านหลังที่ดินของพ่อด้านใน มีพื้นที่ที่เคยเป็นวัดร้าง ปัจจุบันเป็นที่ธรณีสงฆ์ ตอนผมเด็กมีชาวบ้านมาอยู่อาศัยแล้ว ปัจจุบันคือ บริเวณซอยข้างฮิลไซด์คอนโดมีเนียม ก่อนถึงร้านสุคันธาหมูกะทะไปเล็กน้อย”

ด้านการรับราชการของ พ.ต.อ.วรเดช  จันทรศัพท์ บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘  ตำแหน่งรองสารวัตรที่ฝ่ายกำลังพล กรมตำรวจ ต่อมาย้ายมาที่ สน. ท่าข้าม หลังจากนั้นย้ายมาที่ สภ.อ.แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มาช่วยงานยาเสพติดที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาย้ายมาที่ สภ.อ.สันทราย ร่วมทำงานกับ พ.ต.ท.ปราโมทย์ สุคนธมาน หลังจากนั้นย้ายมาตำแหน่ง รอง สวป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ทำงานด้านการสอบสวนซึ่งขณะนั้นมีพนักงานสอบสวนรุ่นเดียวกัน เช่น พ.ต.อ.ชนินทร์  แจ้งกระจ่าง, พ.ต.อ.ธนสาร  พลายโถ, พ.ต.อ.สวัสดิ์  จันทร์ปรีดา, พ.ต.อ.พยุง  จินาชิต เป็นต้น โดยมี พ.ต.อ.พิมล  สินธุนาวา เป็นสารวัตรใหญ่

หลังจากนั้นขึ้นตำแหน่งสารวัตรที่แผนกกำลังพล จังหวัดนครสวรรค์, ย้ายมาเป็นสารวัตรธุรการที่ตำรวจภูธรภาค ๓ ลำปาง, เป็น สวส.สภ.อ.บ้านโฮ่ง, สวส.สภ.อ.จอมทอง, สารวัตรธุรการเขต ๔ อำเภอฮอด ขึ้นเป็นสารวัตรใหญ่ที่สภ.อ.อมก๋อย, ย้ายมาเป็นสารวัตรใหญ่ สภ.อ.หางดง, เป็นรองผกก.หน.สภ.ต.ช้างเผือก ซึ่งขณะนั้นในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่มี พ.ต.อ.ประสบกรณ์ เป็นหัวหน้า สภ.อ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.อ.สุเทพ  เดชรักษา เป็นหัวหน้า สภ.ต.ภูพิงค์ฯ และ พ.ต.อ.เร่า รุ่งเรือง เป็นหัวหน้า สภ.ต.แม่ปิง โดยมี พล.ต.ต.สนาม  คงเมือง เป็นผู้บังคับการฯ เชียงใหม่

ต่อมาย้ายเป็นรองผู้กำกับการอำนวยการ ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผกก.สภ.อ.ฝาง เป็นผู้กำกับ สภ.อ.ฝาง, ผกก.สภ.อ.จุน พะเยา, ผกก.สภ.อ.เวียงป่าเป้า, ผกก.สภ.อ.แจ้ห่ม, ผกก. สภ.เชียงกลาง น่าน, ผกก.สภ.อ.บ้านโฮ่ง และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔

บริเวณบ้านเดิมของขุนสนิทประชาราษฎร์ ปัจจุบัน คือ บริเวณฮิลไซด์คอนโดมีเนียมของคุณวัชระ ตันตรานนท์ ด้านข้างฮิลไซด์คอนโดมีเนียมมีถนนเป็นทางเข้า เนื้อที่กว้าง ปัจจุบันมีนักธุรกิจจากกรุงเทพฯมาเช่าเปิดร้านอาหารชื่อ สุคันธาหมูกะทะ

ด้านขวาของทางเข้าก่อนถึงร้านสุคันธาหมูกะทะมีบ้านเรือนอยู่ประมาณ ๑๐ หลังคาเรือน เนื้อที่ประมาณ ๕๐ ตารางวา  กลางพื้นที่มีกองอิฐโบราณที่น่าจะสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ร้าง  ในอดีตชาวบ้านละแวกนี้ต่างทราบกันดีว่าเคยเป็นวัดร้าง  ต่อมามีชาวบ้านมาอยู่อาศัยและทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์เดือนละ ๗๐๐-๙๐๐ บาทต่อปี สอบถามคุณยายคนหนึ่ง อายุ ๗๕ ปี เล่าว่าพ่อแม่โยกย้ายมาจากบ้านแม่ขาน ใกล้บ้านทุ่งเสี้ยว อำเภอสันป่าตอง มาอยู่อาศัยประมาณก่อนปี พ.ศ.๒๔๙๐ พ่อแม่มารับจ้างคนจีนทำสวนผักอยู่ฝั่งตรงกันข้ามและคนจีนแนะนำให้มาอยู่บริเวณนี้  ซึ่งละแวกนี้เป็นทุ่งนาทั้งหมด  ใกล้ๆ มีบ้านขุนสนิทประชาราษฎร์

ฝั่งตรงกันข้ามบ้านมัณฑนา เป็นถนนศิริมังคลาจารย์ ถนนสายนี้เริ่มสร้างเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ คือ ระหว่างปี ..๒๔๘๔-๒๔๘๘ สร้างตัดทุ่งนาชาวบ้านไปทะลุถนนสุเทพด้านข้างโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

สองข้างทางของถนนศิริมังคลาจารย์ซึ่งเดิมเป็นที่ดินของชาวบ้าน  ต่อมาเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์เป็นของคุณอุณห์  ชุติมาและจัดสรรแบ่งขายเป็นแปลง เนื้อที่รวมประมาณ ๔๐๐ ไร่ เรื่อยไปจนถึงถนนนิมมานเหมินท์ซึ่งเป็นถนนที่คุณอุณห์ บริจาคที่ดินให้ราชการสร้างถนน

ถัดจากถนนศิริมังคลาจารย์ไป เคยมีโรงแรมเมืองใหม่และโรงหนังฟ้าธานี

          เจ้าของกิจการเป็นนักลงทุนด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากภาคกลางคนหนึ่งที่มุ่งมาสร้างฐานะและบารมีในเมืองเชียงใหม่  เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น กล้าลงทุนในลักษณะที่น้อยคนจะสามารถทำได้  ท้ายที่สุดต้องจบชีวิตลงเนื่องจากสาเหตุความขัดแย้งด้านธุรกิจ

ผู้นั้น คือ เสี่ยปุ๊ย หรือนายณรงค์ โพธิพูนสวัสดิ์

เสี่ยปุ๊ย เดิมเป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่ประกอบอาชีพรับจ้างสีบ้านและต่อมายึดอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เมื่อมีทุนมากขึ้นจึงหันมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมและแหล่งบันเทิง

เริ่มซื้อที่ดินที่ย่านช่างเคี่ยนสร้างโรงแรมแสงทวี  ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๙ ต่อเนื่องปี พ.ศ.๒๕๒๐ กว้านซื้อที่ดินข้างเทศบาลนครเชียงใหม่ ด้านหน้าติดถนนวังสิงห์คำ ด้านหลังติดถนนเมืองสมุทรเนื้อที่ประมาณ ๒๐ ไร่ สร้างตลาดซื้อขายพืชเกษตรใช้ชื่อว่า “ตลาดเมืองใหม่” สร้างโรงหนัง “เมืองฟ้า” และมีห้างสรรพสินค้า

ในช่วงเวลาเดียวกันซื้อที่ดินริมถนนห้วยแก้วของคุณอุณห์  ชุติมา เปิดโรงแรมฟ้าธานีและสร้างโรงหนังฟ้าธานี โดยตั้งบริษัทชื่อ เมืองใหม่ธุรกิจ จำกัด การดำเนินการใช้การกู้เงินจากธนาคารมาลงทุน เปิดดำเนินการในปี พ.ศ.๒๕๒๑

โครงการโรงแรมและโรงหนังฟ้าธานี ใช้ชื่อว่า “เมืองใหม่สแควร์” โดยรอบสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ๓ ชั้นขายจำนวน ๖๐ ห้องส่วนโรงแรมฟ้าธานีมีสถานบันเทิงหลายอย่าง เช่น ห้องอาหารจีนที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ขณะนั้น ชื่อ หงส์หยก มีนักร้องเพลงจีนมาร้องขับกล่อมยามค่ำคืน เปิดสถานอาบอบนวดอีกส่วนหนึ่ง

          ขณะที่ธุรกิจของเสี่ยปุ๊ย กำลังดำเนินไปด้วยดีก็มีเหตุถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อต้นปี ..๒๕๒๕ ขณะนั้นเสี่ยปุ๊ยอายุเพียง ๓๘ ปี  เป็นข่าวใหญ่ของเชียงใหม่ในขณะนั้น.

 พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

 *** ภาพ ฮิลโซด์คอนโดมีเนียม ริมถนนห้วยแก้ว