หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๑๗)

Author by 1/05/14No Comments »

ย่านห้วยแก้ว16ถัดจากโรงแรมฟ้าธานีเดิมไป เป็นบ้านของตระกูล อัตวุฒิ

          เจ้าของบ้าน คือ นายคำตัน  อัตวุฒิ เป็นคหบดีอาชีพรับเหมาก่อสร้างอาคารชาวเมืองเชียงใหม่มักเรียกว่า พ่อเลี้ยงคำตั๋น

ตระกูลนี้เดิมอยู่ที่ถนนท้ายวัง ปลายสะพานนครพิงค์ด้านทิศตะวันตก รุ่นพ่อแม่ของพ่อเลี้ยงคำตั๋น คือ นายก้อน อัตวุฒิและนางอุ่น  สกุลเดิม สรรพศรี

บ้านของนายก้อนและนางอุ่น  อัตวุฒิ มีบุตรธิดารวม ๗ คน  ปัจจุบัน คือบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่  บริเวณสี่แยกถนนราชวงศ์ตัดกันถนนท้ายวัง ในอดีตเคยเป็นบ้านไม้หลังใหญ่บริเวณบ้านเป็นโรงเลื่อยไม้และขายไม้แปรรูปซึ่งดำเนินการโดยบุตรเขย ชื่อ นายโม๊ะ  วาฤทธิ์ ซึ่งมาแต่งงานกับนางกองคำ บุตรสาวคนหนึ่งของบ้านนี้ ปัจจุบันรุ่นลูกของนายโม๊ะ  วาฤทธิ์ มีกิจการโรงแรมเล็กๆ อยู่เชิงสะพานนครพิงค์ ชื่อ โรงแรมนครพิงค์

นายก้อน  อัตวุฒิ ได้ชื่อว่ามีฝีมือทางก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เป็นช่างรับเหมาสร้างบ้านมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ของเชียงใหม่ ส่งผลต่อมาถึงนายคำตัน อัตวุฒิ รุ่นลูกที่สืบทอดงานช่างก่อสร้างมา  ผลงานของนายคำตัน อัตวุฒิที่ยังคงความสวยงาม สง่างามและมั่นคงอยู่ในปัจจุบัน คือ ศาลากลางจังหวัดหลังเก่าด้านหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์และและศาลแขวงเชียงใหม่เดิม ด้านตรงข้ามกับอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ทั้งนี้โดยมีน้อง คือนายบุญชื่น  อัตวุฒิและนายบุญมา  อัตวุฒิ น้องชายเป็นผู้ช่วย

ด้านครอบครัวนายคำตัน  อัตวุฒิ แต่งงานกับนางจันทร์นวล  สกุลเดิม สุยะโกมล บุตรหญิงของ ร.ต.ท.เสถียร  สุยะโกมล(เดิมชื่อคำตัน  สุยะโกมล) รับราชการเป็นตำรวจมีบรรดาศักดิ์เป็น หมื่นปราบหมู่พาล อดีตผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอพร้าว

นายคำตันและนางจันทร์นวล  อัตวุฒิ มีบุตรธิดารวม ๓ คน คือ

๑.น.ส.กนกทิพย์  อัตวุฒิ

๒.นางพัชราภรณ์  เหมนิธิ(แต่งงานกับพลโทวีระพงษ์  เหมนิธิ รับราชการกองพันสัตว์ต่าง กรมการสัตว์ ทหารบก)

๓.นางนภาพร  นันทะเสน

คุณพัชราภรณ์  เหมนิธิ ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวของคุณพ่อ(นายคำตัน  อัตวุฒิ) มาอยู่ที่ถนนห้วยแก้วเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๕  โดยมาซื้อที่ดินจำนวน ๑๒ ไร่ นร้างบ้านอยู่อาศัย  ที่ดินแปลงนี้อยู่ถัดจากสวนผักของนายแสวง  ทัดเที่ยงไปทางตะวันตกทิศเหนือ ที่ดินอยู่ถัดไปจนถึงโรงแรมรินคำซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของนายคำตัน ซึ่งเคยเป็นสวนลำไย  ส่วนด้านหลังติดที่นาของชาวบ้านซึ่งต่อมาเป็นหมู่บ้านนิมมานเหมินท์ของนางอุณณ์ ชุติมาเช่นกัน ส่วนฝั่งตรงกันข้ามเป็นบ้านของขุนสนิทประชาราษฎร์ สกุล “จันทรศัพท์” อดีตนายอำเภอเมืองเชียงใหม่

ส่วนโรงแรมฟ้าธานีที่เคยเป็นของเสี่ยปุ๊ย  ขอซื้อที่ดินของนายคำตันไปประมาณ ๑ ไร่ ต่อมาได้แบ่งที่ดินขายให้เป็นธนาคารแหลมทองส่วนหนึ่ง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นธนาคารยูโอบี

ถัดไปบ้านตระกูล จุลาสัย

เจ้าของ คือ คุณเตือนใจ จุลาสัย รุ่นลูก คือ อาจารย์ลือชัย  จุลาศัย

ถัดไปเป็นบ้านนางชุลี  ปิฏกานนท์ เป็นภรรยาของนายไต้เจียว  ปิฏกานนท์ เดิมเป็นชาวจังหวัดอุตรดิตถ์มาทำงานที่เชียงใหม่และแต่งงานกับนางชุลี บุตรหญิงของขุนอนุการราชกิจ อาชีพค้าขายที่ย่านสันป่าข่อย รุ่นลูกคนหนึ่ง คือ นายวีรชัย  ปิฏกานนท์ เจ้าของร้านซิ้นเชียงหลี

ฝั่งตรงกันข้ามคนละฝากถนนห้วยแก้ว มีซอยจันทรศัพท์ เป็นที่นาเดิมของขุนสนิทประชาราษฎร์(สนิท  จันทรศัพท์) ต่อมาตกสู่รุ่นลูก คือ นายธรรมศักดิ์  จันทรศัพท์ สร้างบ้านอยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่และส่วนหนึ่งแบ่งขาย

ในซอยมีโรงแรมสวนดอยเฮาส์ ของตระกูล “ภูวเสถียร”

ตระกูลนี้ เดิมเป็นชาวเมืองลำปาง คือ นายสิโรจน์  ภูวเสถียรและนางสิริรัตน์  ภูวเสถียร ครอบครัวเดิมเคยมีกิจการรถยนต์โดยสารวิ่งระหว่างเมืองลำปาง-งาว  ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๓ โยกย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ โดยซื้อตึกแถวที่ย่านสันป่าข่อย เปิดร้านจำหน่ายอะไหล่รถ ชื่อร้าน ส.สิริพานิช  รุ่นลูกคนเดียว คือ นายธรรมนิตติ์  ภูวเสถียร

คุณธรรมนิตติ์  ภูวเสถียร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาว่า   “คุณพ่อคุณแม่คุ้นเคยกับคุณธรรมศักดิ์  จันทรศัพท์และคุณอบเชย ภรรยา คุยกันเรื่องอยากได้ที่ปลูกสร้างบ้าน  คุณธรรมศักดิ์ จึงได้แบ่งขายให้ที่ถนนห้วยแก้ว เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งานเศษ เป็นที่ว่างเปล่าอยู่ด้านใน  สมัยนั้นละแวกนี้เป็นที่ป่ามีต้นไม้ใหญ่ มีสัตว์พวกกระต่าย มักมีคนมาล่ากระต่ายกัน  ซื้อแล้วคุณพ่อสร้างบ้านอยู่อาศัย เช้าก็ขับรถโฟล์คเปิดประทุนสีดำ ไปเปิดร้านที่สันป่าข่อย ถนนระยะแรกยังเป็นลูกรังแคบๆ ยังมีเกวียนเทียมโคแล่นผ่าน ต่อมาจึงปรับปรับเป็นลาดยางมะตอยและเป็นคอนกรีต  บ้านเรือนก็อยู่ห่างๆ กันมีไม่กี่หลัง จากบ้านพ่อก็มีบ้านชาวบ้านอยู่มุมแยกรินคำ ด้านหลังบ้านห่างออกไปเป็นบ้านคุณธรรมศักดิ์ จันทรศัพท์ ย้อนไปทางในเมืองมีบ้านของขุนสนิทประชาราษฎร์ ถัดไปเป็นบ้านมัณฑนา

“ต่อมาใกล้บ้านก็เริ่มมีคนอื่นมาซื้อที่ดินและสร้างบ้านเพิ่ม เช่น นายห้างจรัล เจ้าของร้านเชียงใหม่ใจดี ด้านปากซอยมีร้านเสรีวัฒน์ บ้านอาจารย์เรณู ย้ายมาจากลำปาง นอกจากนี้มีที่ว่างที่มีผู้ซื้อไว้แต่ไม่ได้มีการพัฒนาอยู่อีกส่วนหนึ่ง”

บ้านของนายสิโรจน์  ภูวเสถียร ต่อมาปรับปรุงเป็นโรงแรมขนาดเล็กเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ ใช้ชื่อว่า สวนดอยเฮาส์ มีจำนวนห้อง ๒๖ ห้อง ราคาเข้าพัก ๙๕๐ บาทรวมอาหารเช้า

ถัดจากปากซอยจันทรศัพ์ไปทางตะวันตกเป็น “บ้านเสรีวัฒน์” ตระกูลกิติบุตร

          ครอบครัวนี้เปิดร้านค้าขายอยู่ที่ตลาดต้นลำไย ชื่อ ร้านเสรีวัฒน์ เจ้าของคือ นายไค้เจียว  แซ่ลี้ เป็นผู้คิดค้นสูตรยาสมุนไพรและผลิตออกจำหน่าย คือ ยาผงแดงพม่าตราหมาป่าและยาอีกหลายประเภท ได้รับความนิยมอย่างมาก ต่อมารุ่นลูกดำเนินการต่อ คือ นายอดิศร  กิติบุตร ภายหลังยกให้น้องชายดำเนินการแทน คือ นายอารี  กิติบุตร ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็น ร้านจารุวัฒน์ ภายหลังเลิกกิจการให้คนอื่นเช่าร้านต่อ

บริเวณพื้นที่บ้านเสรีวัฒน์ที่ถนนห้วยแก้วแห่งนี้ เคยเป็นโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่นำออกวางขาย

          ก่อนถึงสี่แยกรินคำมีบ้านไม้เก่าอยู่หลังหนึ่ง  เป็นบ้านของนางสม โสภาบุญ สามีชื่อ นายวงศ์  โสภาบุญ

นายวงศ์  โสภาบุญทำงานเป็นหัวหน้าคนงานกรมทาง รุ่นลูกมี ๓ คน คนหนึ่งคือ นางบุญตุ้ม  โสภาบุญ, นายบุญศรี  โสภาบุญ และนายประพันธ์  โสภาบุญ

ปัจจุบันกรรมสิทธิ์ตกสู่รุ่นลูก คือ คุณป้าบุญตุ้ม  โสภาบุญ อายุ ๘๑ ปีเล่าบรรยากาศละแวกแยกรินคำว่า

“ป้ามีพี่น้อง ๓ คน ป้าเป็นคนโต คนรองคือ นายบุญศรี  โสภากุล สมัยก่อนทำงานก่อสร้างเป็นลูกน้องของพ่อเลี้ยงคำตั๋นอัฒวุฒิ บ้านอยู่ถัดไปทางตะวันออกริมถนนสายห้วยแก้ว  พ่อเลี้ยงคำตั๋นเป็นคหบดีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง  คนงานมักอยู่ทางวัดเจ็ดยอด เช้าก็นำรถยนต์มารับพี่บุญศรีและคนงานอื่นไปทำงาน สมัยนั้นค่าจ้างได้วันละ ๑๐ บาท  พ่อเลี้ยงคำตั๋นเป็นคนรับเหมาสร้างโรงเรียนแม่โจ้, ศูนย์มาลาเรีย

“น้องอีกคน ชื่อ นายประพันธ์  โสภาบุญ จบจากโรงเรียนอาชีวะเข้าทำงานที่เทศบาลนครเชียงใหม่

“สมัยนั้นแม่(สม  โสภาบุญ)มีที่นาที่สันติธรรม ๑๘ ไร่ พ่อทำนา  สมัยนั้นต้องจ้างคนมาไถนาเพราะเราไม่ได้เลี้ยงควายเอง ได้ข้าวเปลือกมาประมาณ ๖๐๐ ถัง ก็นำมาเข้ายุ้งที่อยู่ในบริเวณบ้าน  ใช้กินและขาย  ต่อมาแม่ขายที่ดินให้คุณอุณณ์  ชุติมา ราคา ๖๐,๐๐๐ บาท (ประมาณหลัง พ.ศ.๒๕๐๐ เล็กน้อย) ได้เงินมาแล้วแม่กลัวเงินหมด จึงไปซื้อที่นาทางบ้านดงป่าข่อย ตำบลสันผีเสื้อ เข้าทางหน้าโรงพยาบาลนครพิงค์ จำนวน ๑๘ ไร่ ราคา ๓๐,๐๐๐ บาท คงเหลือเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทไว้ใช้ในครอบครัว

“บ้านสมัยรุ่นพ่อแม่เป็นบ้านไม้  กว้าง ต่อมาสภาพทรุดโทรมจึงได้รื้อและนำไม้ไปถวายวัดมณเฑียรอยู่ในคูเมืองเชียงใหม่  ใช้สร้างโรงครัว  ส่วนบ้านไม้หลังนี้ป้า(บุญตุ้ม)สร้างกับสามี

“สมัยก่อนถนนห้วยแก้วเป็นถนนแคบมี ๒ ช่องทางให้รถสวนกันได้ ต่อมามีการขยายถนนให้เป็น ๔ ช่องทาง ทางราชการเวนคืน สมัยก่อนรั้วบ้านอยู่กลางถนน เวนคืนทางราชการให้เงินแม่(แม่สม  โสภาบุญ)มา ๓๐,๐๐๐ บาท

“ด้านข้างบ้านทางทิศตะวันออกเป็นของเจ้าของร้านเสรีวัฒน์ อยู่ที่ตลาดต้นลำไย สมัยก่อนเป็นนาข้าว ต่อมาเขามาซื้อมาทำบ้านและทำโรงงานผลิตยาแดงตราหมาป่า ลูกจ้างประมาณ ๒๐ คน

“บริเวณห้างสรรพสินค้าเม-ญ่าที่กำลังสร้าง เคยเป็นที่นา ต่อมาเปลี่ยนเป็นสวนผักโดยมีคนจีนมาเช่าปลูกผักขาย เนื้อที่ประมาณ ๒๕ ไร่ เลยไปจนถึงโรงเรียนสารพัดช่าง”.

 

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

 

*** ภาพ บ้านติดสี่แยกรินคำ ของคุณป้าบุญตุ้ม  โสภาบุญ