หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๑๘)

Author by 1/05/14No Comments »

ย่านห้วยแก้ว18  บ้านก่อนถึงสี่แยกรินคำ เป็นบ้านของคุณป้าบุญตุ้ม  โสภาบุญ ปัจจุบันอายุ ๘๑ ปี เล่าบรรยากาศของถนนห้วยแก้วละแวกนี้ว่า

“สมัยก่อนละแวกนี้มีบ้านหลายหลัง ประมาณ ๖-๗ หลัง มักอยู่ด้านหลังบ้านป้าและด้านที่เป็นถนนเชียงใหม่-ลำปาง  สมัยยังไม่มีการตัดถนนเชียงใหม่-ลำปางมีบ้านของลุงทิ้ง อาชีพขับรถดับเพลิงเทศบาล, บ้านลุงใหม่ แกมีที่นาอยู่ถัดไปทางตะวันออก ๑๓ ไร่ ต่อมาขายให้ขุนสนิทประชาราษฎร์ ราคา ๖๐,๐๐๐ บาท  ปัจจุบันเป็นบริเวณร้านหมูกระทะ  นอกจากนี้มีที่นาของนายจันทร์แก้ว  ขันธรัตน์ เป็นคนในตัวเมืองเชียงใหม่ มีที่ประมาณ ๑๑ ไร่ แถวที่เคยเป็นโรงแรมฟ้าธานี ขายได้เงิน ๑ แสน ๑ หมื่นบาท, ที่ของพ่อหลวงคำ อยู่บ้านป่าห้าเข้าทางตรงข้ามโรงเรียนสารพัดช่าง มีที่แถวนี้ ๓๐ ไร่ สมัยนั้นขายได้เงิน ๓ แสนบาท เหตุที่รู้เพราะพวกนี้คุ้นเคยกับแม่ มักมาเล่าให้กันฟัง

“นอกจากนี้มีบ้านอ้ายคำ, บ้านป้าแก้ว ป้าแก้วทำอาหารเก่ง ทำไปขายตลาดช้างเผือก พอบ่ายก็ขายหมดแล้ว  ถูกทางราชการเวนคืนทำถนน บ้านต้องรื้อและย้าย แกร้องไห้ไม่อยากย้าย”

นางบุญตุ้ม  โสภาบุญแต่งงานกับนายเล้ง  แซ่ลี้ รุ่นลูกมี ๔ คน คือ นายกฤตศักดิ์  เดชพุทธวัฒน์, นายสุรเชษฐ์  เดชพุทธวัฒน์และ น.ส.จันทิมา  เดชพุทธวัฒน์

ปัจจุบันบริเวณบ้านแบ่งในหมู่พี่น้อง ในส่วนของนางบุญตุ้ม สร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ๓ ห้องให้เช่า๒ ห้องและอยู่อาศัย ๑ ห้อง ส่วนบ้านไม้หลังเดิมใช้เป็นที่เก็บของและให้เช่าติดป้ายโฆษณา

ฝั่งตรงข้าม คือ โรงแรมรินคำ โรงแรมชั้นหนึ่งแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ เปิดบริการเมื่อปี ..๒๕๑๒

เจ้าของ คือ คุณอุณห์  ชุติมา(สกุลเดิม นิมมานเหมินท์) นักธุรกิจจัดสรรที่ดินยุคต้นๆ ของเชียงใหม่

คุณอุณห์ ชุติมา เกิดปี พ.ศ.๒๔๖๖ ที่ตึกแดงในบ้านตึกหรือห้างหุ้นส่วนอนุสาร ตรงข้ามพุทธสถานเชียงใหม่ ถนนท่าแพ เป็นบุตรคนสุดท้องของนายกีและนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ พี่น้อง คือนายไกรศรี, นายพิสุทธิ์, นายอัน, นายเรือง, นางแจ่มจิตต์ เลาหวัฒน์และนางอุณห์ ชุติมา เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนคำเที่ยงอนุสสรณ์ ต่อมาเมื่อคณะอูร์ซูลีนซิสเตอร์มาเปิดโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย จึงได้สมัครเข้าเรียน ได้รับเลขประจำตัวหมายเลข ๑ หลังจากนั้นไปศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรีมอุดมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีบัญชีบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

คุณอุณห์ สมรสกับนางบวร ชุติมาและเข้าทำงานด้วยกันที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่กรุงเทพฯ ต่อมาได้ย้ายกลับมาอยู่เชียงใหม่ คุณอุณห์ทำงานที่บริษัทในเครือห้างหุ้นส่วน       อนุสาร

การทำธุรกิจจัดสรรที่ดินนั้นด้านการจัดสรรที่ดินในเชียงใหม่นั้น เริ่มเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๓ จัดสรรที่หมู่บ้านหลิ่งกอก ตำบลช้างเผือก จำนวน ๒๘ ไร่ ต่อมาจัดสรรที่หมู่บ้านสันติธรรม เนื้อที่ ๔๐๐ ไร่

หลังจากนั้นจัดสรรที่บริเวณถนนนิมมานเหมินท์และถนนศิริมังคลาจารย์ เนื้อที่ประมาณ ๔๐๐ ไร่ เรียกว่า ที่ดินจัดสรรแจ่งหัวริน โดยที่คุณอุณห์ เป็นผู้ตัดถนนนิมมาน    เหมินท์และปรับปรุงขยายถนนศิริมังคลาจารย์ให้กว้างขึ้น ซึ่งเดิมเป็นทางเกวียน ทหารญี่ป่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ตัดเชื่อมระหว่างถนนสุเทพกับถนนห้วยแก้ว เมื่อขยายแล้วได้ปรึกษากับญาติพี่น้องและตั้งชื่อถนนว่า “ศิริมังคลาจารย์” ซึ่งเป็นชื่อพระสงฆ์ที่มีความรู้และมีผลงานมากในอดีตของเชียงใหม่  ส่วนถนนนิมมานเหมินท์คุณอุณห์ได้สร้างขึ้นกว้างถึง ๑๖ เมตร ซึ่งกว้างกว่าถนนในตัวเมืองเชียงใหม่เกือบทุกสาย ทำให้ผู้คนสมัยนั้นสงสัยกันว่าทำไมต้องทำถนนกว้างขนาดนั้น

คุณอุณณ์ ชุติมา เสียชีวิตในเดือนเมษายน ๒๕๕๕ ขณะอายุ ๘๘ ปี(จากหนังสืองานฌาปนกิจศพคุณอุณณ์ ชุติมา,๒๕๕๕)

ประวัติการสร้างโรงแรมรินคำ

เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ เหตุผลหลักของการเริ่มต้นสร้างโรงแรมที่ต้นถนนนิมมานเหมินท์แห่งนี้ คือ การที่รัฐบาลส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวรองจากกรุงเทพมหานคร จึงทำให้นักธุรกิจชาวเชียงใหม่ที่มีฐานะอยู่ในขั้นคหบดีลงทุนสร้างโรงแรมชั้นหนึ่งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

เดือนเมษายน ๒๕๑๑มีสกู๊ปข่าวเตรียมการสร้างโรงแรมรินคำ ในหนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ ๓๐เม.ย.๒๕๑๑ หน้า ๑๑ เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ในขณะนั้น

การสร้างโรงแรมชั้นหนึ่งในขณะนั้น มีข่าวในหนังสือพิมพ์คนเมือง

“โรงแรม ๑๐ล้านที่เชียงใหม่”

“ในต้นเดือนปีหน้า พ.ศ.๒๕๑๒โรงแรมในนครเชียงใหม่จะอุบัติขึ้นอีกแห่งหนึ่งตรงทางแยกถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เชียงใหม่ ตัดกับถนนห้วยแก้วหรือตรงหน้า รินคำคอร์ท เป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง สูง๔ ชั้น มีจำนวน ๖๐ ห้อง และเตรียมที่จะขยายต่อไปได้อีก ๔๐ ห้องในอนาคต ชื่อว่ารินคำโฮเต็ล ดำเนินการโดยบริษัทรินคำ จำกัด ซึ่งมีนางอุณห์ ชุติมาเป็นกรรมการผู้จัดการ

“ลักษณะของโรงแรมจะเป็นรูปตัวแอล สูง ๔ ชั้นมีลิฟท์ขนาดใหญ่ ๒ อัน คู่ขึ้นลงได้สะดวกแต่ละห้องจะมีระเบียงยื่นออกมาให้ดูทิวทัศน์ดอยสุเทพได้อย่างถนัดชัดเจนและยังมองเห็นสระว่ายน้ำภายในบริเวณโรแรมได้อย่างดี แต่ละห้องมีเครื่องปรับอากาศแต่ไม่ใช่เป็นเครื่องประจำห้องส่งเสียงดังหนวกหูเป็นเครื่องขนาดใหญ่ทำความเย็นไปทั่วโรงแรมทุกชั้นทุกห้องภายในห้องจะมีเครื่องเฟอร์นิเจอร์ครบครัน รวมทั้งสุขภัณฑ์ที่ทันสมัย มีทั้งโทรศัพท์วิทยุ โทรทัศน์ ให้ใช้ให้ดูได้สะดวก ลักษณะของห้องทั้ง ๔ ชั้นจะมีระเบียงเดินอยู่ตรงกลางมีห้องอยู่ตรงกันข้ามเรียงรายกันไป

“ชั้นล่างของโรงแรมนอกจากจะมีเคาน์เตอร์สำหรับลงทะเบียนประชาสัมพันธ์แล้วมีห้องโถงขนาดใหญ่สำหรับเป็นที่นั่งพักผ่อนและมีห้องอาหารแบบทันสมัยสร้างเป็นแบบไทยๆ อยู่ข้างสระน้ำสำหรับสระน้ำในโรงแรมก็สร้างอย่างทันสมัย มีที่นอนเล่น นั่งเล่น กินเหล้า อยู่รอบๆมีดอกไม้ ต้นไม้ปลูกอยู่ข้างๆ ทำเป็นสวนดอกไม้ที่สวยงามนอกจากนั้นยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและอื่นๆ ตลอดจนร้านเสริมสวยจำนวน ๘ ห้องมีที่จอดรถยนต์ได้ประมาณ ๓๐ คัน”

หลังจากสร้างโรงแรมแล้ว ทางครอบครัวเข้าดำเนินการบริหารกันเอง ต่อมามอบให้บริษัทอิตาเลี่ยนไทย เช่าดำเนินกิจการ

ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอทำสัญญาให้บริษัทที่สนใจเข้าดำเนินกิจการ

ย่านถนนห้วยแก้วมีความเจริญทางเศรษฐกิจมากขึ้นปัจจัยหนึ่งคือ มีถนนสายเชียงใหม่-ลำปางตัดผ่านไปถนนนิมมานเหมินท์ ทำให้การสัญจรมีความสะดวกรวดเร็ว      มากขึ้น

ถนนสายเชียงใหม่-ลำปางเป็นถนนสายสำคัญที่รัฐบาลสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางและการขนส่งจากกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่ให้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับสอง รองจากกรุงเทพฯ

เกี่ยวกับการสร้างถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง

ถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง เปิดดำเนินการเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๑ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ต้องการพัฒนาถนนทางหลวงสายหลักเพื่อเชื่อมเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯไปยังส่วนภูมิภาคได้สะดวกขึ้น

ข้ามถนนนิมมานเหมินท์ไปทางตะวันตกเป็นที่ดินของนายตัน  ภาสกรนที กำลังสร้างร้านค้าให้เช่าและส่วนหนึ่งสร้างอพาร์ทเมนท์

นายตัน  ภาสกรนที ถือว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตัวเอง  ครอบครัวเชื้อสายจีนโดยพ่ออพยพมาจากประเทศจีนมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดชลบุรี  การศึกษาจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็ต้องออกมาทำงานรับจ้างใช้แรงงาน เมื่อมีทุนก็ลงทุนเป็นเจ้าของแผงหนังสือ  หลังจากนั้นเริ่มทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์  ต่อมาเปิดภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ชื่อ โออิชิและมาประสบความสำเร็จด้านการทำธุรกิจเครื่องดื่ม ชื่อ ชาเขียวโออิชิและน้ำผลไม้ อะมิโน โอเค

นอกจากนี้ด้านตรงข้ามก็เคยเป็นที่ดินของนายตัน  ภาสกรนทีด้วยเช่นกัน เนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่เศษต่อมาขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์และเจ้าของใหม่สร้างห้างสรรพสินค้า          “เม-ญ่า”

สื่อมวลชนลงข่าวข้อมูลเกี่ยวกับห้างเมญ่าว่า  เป็นการปรากฏขึ้นของศูนย์การค้า “เม-ญ่า” (MA-YA) บนพื้นที่แปลงสวยบริเวณสี่แยกรินคำ กลางเมืองเชียงใหม่ ถือเป็นการรุกคืบของกลุ่มทุนธุรกิจโรงภาพยนตร์ค่ายเอสเอฟซีเนม่าซิตี้ ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

นายสุวัฒน์  ทองร่มโพธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเม-ญ่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่าตัดสินใจเพียง ๕นาที เพื่อซื้อที่ดินเกือบ ๑๐ไร่ ต่อจากนายตัน ภาสกรนที บริเวณสี่แยกรินคำ มูลค่ากว่า ๕๐๐ล้านบาท ด้วยความมั่นใจในทำเลที่มีศักยภาพและดีที่สุดจุดหนึ่งของเชียงใหม่ จึงตัดสินใจลงทุนทำโครงการศูนย์การค้าเม-ญ่า ด้วยเงินลงทุนกว่า ๓,๐๐๐ล้านบาท (รวมราคาที่ดิน) 

“กลุ่มลูกค้าหลักที่วางไว้คือ ฐานลูกค้าในย่านถนนนิมมานเหมินท์และบริเวณใกล้เคียงทั้งหมด ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ชุมชน หมู่บ้านจัดสรร สถานที่ราชการ โรงพยาบาล” (ประชาชาติธุรกิจออนไลน์,๑๗ มิ.ย.๒๕๕๖).

 

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

ผกก.สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

 

*** ภาพภาพ  ห้างสรรพสินค้าเม-ญ่า