หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๑๙)

Author by 9/05/14No Comments »

ห้วยแก้ว 19 copyบริเวณสี่แยกรินคำ  ถัดจากพื้นที่ของนายตัน  ภาสกรนทีไปทางทิศตะวันตก มีร้านร้านหนึ่งที่เปิดมานาน ชื่อ ร้านเดอะผับ

ร้านเดอะผับ เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๒  เริ่มจากชาวต่างชาติมาร่วมทุนกันเปิดร้านนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์หลังเลิกงาน  ส่วนใหญ่เป็นผู้ทำงานของบริษัทผลิตและรับซื้อยาสูบที่เชียงใหม่  ร้านนี้มักจำหน่ายเครื่องดื่ม คือ เบียร์และกับแกล้มเป็นหลัก  ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของหลายราย ปัจจุบันเจ้าของร้าน คือ คุณรุ่งอรุณ  ธรรมกรณ์  ส่วนที่ดินเป็นของตระกูลเลิศพฤกษ์ ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งของเมืองเชียงใหม่

ในบริเวณเดียวกัน หลายคนบอกว่าเป็นบ้านของทันตแพทย์สาคร  เลิศพฤกษ์ ชาวเมืองเชียงใหม่เรียก หมอสาคร

ตระกูล เลิศพฤกษ์ รุ่นพ่อ คือ คุณแสวง  เลิศพฤกษ์ เคยทำงานเป็นครูและผู้บริหารโรงเรียนปรินส์รอแยลส์วิทยาลัย โดยเป็นผู้ช่วยพ่อครูแฮรีส  ว่ากันว่าคุณแสวง อยากลาออกเพื่อไปทำงานค้าขายโดยทางบ้านเปิดร้านขายรถจักรยานและของใช้ แต่พ่อครูแฮริส ขู่ว่าหากคุณแสวง ลาออกตนเองก็จะลาออกกลับบ้านด้วยเช่นกัน  เหตุนี้เองทำให้คุณแสวง ทำงานบริหารที่โรงเรียนปรินส์ฯ เรื่อยมา ภายหลังได้ลาออกมาทำธุรกิจไร่ยาสูบและตั้งบริษัทรับซื้อชื่อ บริษัทอินทนนท์

บ้านของคุณแสวง  เลิศพฤกษ์ อยู่ที่ย่านสันป่าข่อย ด้านครอบครัวมีบุตรที่ชาวเมืองเชียงใหม่รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น ทันตแพทย์สาคร  เลิศพฤกษ์ เปิดคลินิกรักษาฟันที่สี่แยกสมเพชร บุตรชายอีกคน คือ นายวารินทร์  เลิศพฤกษ์ ทำสวนเกษตรอยู่ที่บ้านกาด อำเภอสันป่าตอง(ปัจจุบันขึ้นกับอำเภอแม่วาง) ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านจนได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านและต่อมาเป็นสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่เขตสันป่าตอง นอกจากนี้มีนายโอภาส  เลิศพฤกษ์

หมอสาคร  เลิศพฤกษ์แต่งงานกับนางจินดา  สกุลเดิม ไชยคำเมา เป็นบุตรหญิงของนายบุญตัน และนางคำเกี๋ยง  ไชยคำเมา  นายบุญตัน เคยเป็นทหารฝ่ายเสนารักษ์มีความรู้ทางแพทย์จึงได้สร้างตึก ๓ ชั้นอยู่ที่แยกสมเพ็ชร รับรักษาโรคภัยไข้เจ็บและจำหน่ายยา และส่วนหนึ่งของตึก ๓ ชั้นเปิดเป็นร้านทำฟันของหมอสาคร  เลิศพฤกษ์

นอกจากนี้บุตรชายอีกคนหนึ่งของนายแสวง  เลิศพฤกษ์ คือ นายอิศรา  เลิศพฤกษ์ แต่งงานกับลูกสาวนายคำตัน ด้วยเช่นกัน คือ นางนิทรา  ไชยคำเมา

คาดว่าหมอสาคร  เลิศพฤกษ์ ได้มาซื้อที่และสร้างบ้านอยู่ที่ถนนห้วยแก้วแห่งนี้

ถัดไปเป็นบริษัทเชียงใหม่ศิริพานิช ตระกูล “ทรวงแสวง”

บริษัทเชียงใหม่ศิริพานิช  เริ่มจากนายศิริ  ทรวงแสวง (เดิมแซ่ตั้ง) เดิมอยู่ที่จังหวัดอ่างทองและได้โยกย้ายมาอยู่เชียงใหม่  เริ่มเป็นผู้จัดการเหมืองแร่ที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อมามาทำงานอยู่ที่ร้านซิ้นเชียงหลีที่ย่านสันป่าข่อย  หลังจากนั้นเมื่อมีทุนพอสมควรแล้วจึงแยกออกมาเปิดร้านขายเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถนนท่าแพ ใกล้ธนาคารออมสิน ใช้ชื่อว่า “ร้านศิริพานิช” หลังจากนั้นได้ซื้อที่บริเวณก่อนถึงประตูท่าแพ ถนนท่าแพและขยายร้านขายเครื่องไฟฟ้าที่ใหญ่มากขึ้น

ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๔๐  เนื่องจากเห็นว่าย่านถนนท่าแพเริ่มแออัดและมีปัญหาด้านการจราจรรวมทั้งขาดที่จอดรถ  จึงได้ไปซื้อที่ดินย่านถนนห้วยแก้วรวม ๓ ไร่และสร้างอาคารเปิดร้านขายเครื่องไฟฟ้า นอกจากนี้สร้างสำนักงานให้เช่าอีกส่วนหนึ่งด้วย

นายศิริ  ทรวงแสวง ชาวเชียงใหม่มักเรียกว่า “เฮียทรวง” มีความสามารถทางด้านกีฬาบาสเก็ตบอล เคยเป็นผู้เล่นและผู้ก่อตั้งทีมบาสเก็ตบอลลมเหนือ ซึ่งมีชื่อเสียงมากเมื่อย้อนไปประมาณเกือบ ๕๐ ปีล่วงมา คู่ต่อกรของทีมลมเหนือ คือ ทีมเบญจะ ซึ่งก่อตั้งโดยนายวิรัตน์  เลาหเพ็ญแสง เดิมชื่อ จือฮุย  แซ่เล่า พ่อค้าย่านประตูเชียงใหม่ชอบคบหาสมาคมมีเพื่อนฝูงคนรักใคร่มากมาย ทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอน ผู้สนับสนุนทุน  นายวิรัตน์ เสียชีวิตไปเมื่อกลางปี พ.ศ.๒๕๓๖

ด้านครอบครัวนายศิริ  ทรวงแสวง สมรสกับนางจรูญ  ทรวงแสวง บุตรธิดา ๔ คน คือ ๑.นางศิริรัตน์  วงศ์สถิตพร(สมรสกับนายวรวิทย์  วงศ์สถิตพร) ๒.นายศิริชัย  ทรวงแสวง ๓.นางศิริพร  ทรวงแสวง ๔.นางศิริกุล  เตชัสหงส์(แต่งงานกับนายสุเมธ  เตชัสหงส์)

ปัจจุบันพื้นที่จอดรถด้านหลังของบริษัท กำลังดำเนินการสร้างคอนโดมีเนียมโดยมีการลงทุนร่วมกันหลายคน

ถัดจากแยกรินคำไปทางทิศตะวันตกเคยเป็นหมู่บ้านป่าห้า ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเชิงเขาดอยสุเทพ ในอดีตแวดล้อมไปด้วยทุ่งนาโดยรอบ

คหบดีของบ้านป่าห้าในอดีต คือ นายชื่น  จินดา ได้รับตำแหน่งกำนันตำบลสุเทพ  มีไร่นานับร้อยไร่เป็นบุตรของแม่อุ๊ยติ๊บ กับ สามีคนเดิม  กำนันชื่นมีพี่น้องรวม ๔ คน  ต่อมาแม่อุ๊ยติ๊บ มาได้กับพ่อเลี้ยงแก้ว  พ่อเลี้ยงแก้วเป็นหมอแผนโบราณรักษาโรคกระดูกแตกกระดูกหัก ถือว่าร่ำรวยที่สุดของบ้านป่าห้า มีไร่นามากทางอำเภอแม่ริมและทางแม่โจ้ บ้านเป็นบ้านหลังใหญ่ ยุ้งข้าวยาว แต่ละปีขายข้าวเปลือกได้เงินมาก สมัยที่เริ่มมีโทรทัศน์ พ่อเลี้ยงแก้วซื้อโทรทัศน์เป็นบ้านแรกของบ้านป่าห้า มีชาวบ้านมานั่งดูกันแน่นบ้านทุกวัน

กำนันชื่น จินดา ได้สืบทอดมรดกของรุ่นพ่อแม่มาไม่น้อย  ด้านครอบครัวแต่งงานกับนางจันทร์สม  จินดา คนบ้านตีนดอย(บ้านฝายหิน) บุตรธิดา ๔ คน เป็นชาย ๓ คนและหญิง ๑ คนคือ นายประพันธ์  จินดา, นางศรีพิณ  จินดา, นายดำรง  จินดาและนายสมพร  จินดา

นายบุญเปล่ง  ปินตาสา ปัจจุบันอายุ ๖๒ ปี  ชาวบ้านป่าห้าเล่าว่า สมัยเด็กบ้านป่าห้ามีบ้านเรือนอยู่ห่างๆ กัน ประมาณ ๒๐ ครอบครัวเศษ ล้วนมีอาชีพทำนา โดยมีนาโดยรอบหมู่บ้าน ส่วนหนึ่งคือ บริเวณประเสริฐแลนด์และริมถนนนิมมานเหมินท์

“สมัยผมเด็กถนนห้วยแก้วยังเป็นถนนลูกรังแคบๆ ด้านหลังบ้านผมมีลำน้ำห้วยแก้วไหลมาจากน้ำตกห้วยแก้วผ่านอ่างเก็บน้ำในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชื่อ อ่างแก้ว และไหลมาตามลำเหมืองเดิมผ่านด้านหลังบ้าน ไปลงคูเมืองเชียงใหม่

“เลยไปทางใกล้โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ มีบ้านโบสถ์ เป็นชุมชนนับถือศาสนาคริสต์ อยู่ข้างโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ถัดมาเป็นบ้านป่าไผ่ มาถึงบ้านที่ผมอยู่คือ บ้านป่าห้า  ชุมชนใกล้เคียง คือ บ้านช่างเคี่ยน ตอนเด็กผมไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดช่างเคี่ยน

“คนละฝั่งถนนกับบ้านป่าห้า คือ วิทยาลัยสารพัดช่าง สมัยผมเด็กยังไม่มีการตั้งวิทยาลัยสารพัดช่าง เคยเป็นวัดร้าง ยังทันได้เห็นเจดีย์เก่า วิหารวัดร้างที่มีเสา ชาวบ้านมักไปเก็บเห็ดที่บริเวณนั้น  ส่วนด้านข้างที่เป็นสวนเจ็ดลิน เคยเป็นทุ่งกว้าง และในบริเวณมีเจดีย์เก่าอยู่เช่นเดียวกัน

“บริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยเป็นป่างิ้ว หน้าดอกงิ้ว ชาวบ้านจะไปเก็บดอกงิ้วมาต้มผสมรำให้หมูกิน สมัยนั้นมักเลี้ยงหมูกันแทบทุกบ้าน บ้านละ ๒-๓ ตัว ดอกงิ้วคนก็กินได้นำทอดเป็นไข่เจียว และเมื่อดอกงิ้วแก่จะเก็บมาทุบ นำปุยจากดอกงิ้วมาใส่ทำเป็นหมอน เป็นที่นอน

“ถัดจากบ้านผมไปถึงถนนสายคันคลองชลประทานเคยเป็นทุ่งนา เป็นที่สำหรับให้ชาวบ้านหาหอย ปู ปลามาเป็นอาหาร หากมองไปทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่จากบ้านผม  มองเห็นทุ่งนาเลยไปเห็นแท็งก์น้ำของโรงพยาบาล

“หากไปตลาด ตลาดใกล้สุด คือ ตลาดประตูช้างเผือก สมัยนั้นเดินไปตลาดช้างเผือกไม่ถือว่าไกล หากเก็บเห็ดได้มาก็นำไปขายตามตลาดช้างเผือก ตลาดประตูเชียงใหม่ ตลาดสมเพ็ชร บ้างก็ไปตลาดสันป่าข่อย มักจะสอบถามกันก่อนว่าใครไปขายตลาดไหนบ้างเพื่อไม่ให้ขายซ้ำกัน

“สมัยก่อนกำนันตำบลสุเทพ เป็นคนบ้านป่าห้า เป็นลุงของผม ชื่อ กำนันชื่น  เขามีที่นาเยอะ ต่อมาไปเล่นเหล็กไหล คือ ซื้อขายเหล็กไหล  ทำให้เสียเงินไปมาก

“บริเวณที่กำลังสร้างห้างสรรพสินค้าเม-ญ่า เคยเป็นที่ว่างและมีคนจีนมาเช่าปลูกผักคะน้า ผักกะหล่ำ ผักกาด ตอนผมเด็กมักไปกับเพื่อนบ้าน ไปขอเศษผักที่ไม่ใช้แล้ว นำมาต้มเป็นอาหารหมู

“ส่วนด้านตรงกันข้าม คนละฝั่งถนน เคยเป็นสวนของหมอสาคร  เลิศพฤกษ์ ต่อมาบางส่วนขายให้บริษัทศิริพาณิช อีกส่วนหนึ่งเป็นสวนของเจ๊กหมาแดง  ตระกูลวิบูลย์สันติ คือบริเวณร้านเดอะผับ”

“บริเวณปากซอยก่อนเข้าบ้านป่าห้า ติดถนนห้วยแก้ว มีคุณเกลียว บ้านอยู่จังหวัดนครสวรรค์มาซื้อที่ดินไว้ และต่อมาปลูกอาคารพาณิชย์ อยู่ตรงข้ามวิทยาลัยสารพัดช่าง รุ่นลูกชื่อ คุณพลิ้ว ดำเนินกิจการอยู่ใกล้กันเคยเป็นบ้านของเจ้าไชยชนะ  ณ เชียงใหม่ น้องชายของไชยสุริวงศ์  ณ เชียงใหม่  เจ้าไชยชนะเคยทำงานการไฟฟ้าเทศบาลนครเชียงใหม่ ต่อมาย้ายไปทำงานที่เขื่อนภูมิพล มีบ้านอยู่ที่นี่ ในบริเวณบ้านทำโรงสี ชาวบ้านใกล้เคียงละแวกนี้มักนำข้าวเปลือกมาสีที่โรงสีของเจ้าไชยชนะ  ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น โรงสีขายต่อให้กำนันชื่น  จินดา กำนันตำบลสุเทพ”.

 

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด