หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๓๒)

ห้วยแก้ว 32ย่านถนนห้วยแก้ว(๓๒)

ฝั่งตรงกันข้ามฟาร์มโคนมเป็นสวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่เริ่มเปิดให้เข้าชมเมื่อวันจักรีที่ ๖ เมษายน ๒๕๐๐  โดยการริเริ่มของนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง ชาวอเมริกันที่มาพักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่  ก่อนหน้านี้นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง จัดสร้างสวนสัตว์ส่วนตัวเล็กๆ ไว้ที่บริเวณบ้านเช่าที่มีพื้นที่กว้างขวางด้านใกล้วัดหัวฝายต่อมาสถานที่เดิมคับแคบจึงได้ขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อทางราชการเนื้อที่ประมาณ ๖๐ ไร่และย้ายสวนสัตว์มาอยู่พื้นที่แห่งใหม่  ต่อมานายฮาโรลด์ เมสัน ยังได้เสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘

ด้านสวนสัตว์ของนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง ได้มอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ดูแลต่อมา  หลังจากนั้นปี พ.ศ.๒๕๒๐ ได้โอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย  สำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อยมา  ซึ่งภายหลังได้ขยายพื้นที่จากเดิม ๖๐ ไร่เป็น ๑๓๐ ไร่ และต่อมาขยายเป็น ๕๓๑ ไร่

ปากทางเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่  เคยเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนเมืองเชียงใหม่ทั่วไป ชื่อ “ร้านนายเติม” เจ้าของ คือนายบุญเติม  วรรณวาธิกุล

ร้านนายเติม เปิดที่ปลายถนนห้วยแก้วก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐  เล็กน้อย  เหตุที่มีชื่อเสียงเนื่องจากอาหารรสชาติดี โดยเฉพาะสุกี้ยากี้ นอกจากนี้มะพร้าวเผาที่ร้านนายเติมก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน

นายบุญเติม  วรรณวาธิกุล  เจ้าของร้านเป็นชาวกรุงเทพฯ เคยรับราชการเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบแล้ว(หลังปี พ.ศ.๒๔๘๘) ได้เดินทางมาสร้างฐานะที่เชียงใหม่ เริ่มเช่าห้องอยู่อาศัยที่ละแวกโรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่  ต่อมาได้แต่งงานกับนางสายบัว ชาวอำเภอสันกำแพง หลังจากนั้นได้มาซื้อที่ดินอยู่ที่ปลายถนนห้วยแก้ว เนื้อที่ประมาณ ๒ งานเศษและสร้างบ้านอยู่อาศัยกับครอบครัว  ด้านหน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายอาหารตามสั่ง อาหารที่มีชื่อเสียงของร้านนายเติม คือ สุกี้ยากี้  ซึ่งชาวเชียงใหม่ในยุคนั้นมักได้ลิ้มรสสุกี้ยากี้จากร้านนายเติม

ชาวเมืองเชียงใหม่มักคุ้นกับภาพนายบุญเติม ขี่รถจักรยานคันใหญ่ด้านหลังบรรทุกเข่งไปตลาดต้นลำไยซื้อผักและอาหารสดเพื่อมาปรุงอาหารที่ร้าน  มักเอ่ยทักทายผู้คนอย่างเป็นกันเอง

ลูกค้ามักเป็นชาวเชียงใหม่ที่แวะเวียนมาเที่ยวน้ำตกห้วยแก้วหรือขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ  ก่อนไปหรือขากลับมักแวะทานอาหารที่ร้านนายเติมซึ่งเป็นร้านอาหารแห่งเดียวในละแวกนี้

นอกจากนี้ลูกค้าอีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มพ่อค้าคหบดีที่แวะมานั่งเล่นพักผ่อน  สั่งสุราหรือเบียร์มานั่งดื่มพร้อมกับแกล้ม ลูกค้าประเภทนี้มักติดลมและกลับกันประมาณ ๒-๓ ทุ่ม  นายบุญเติมจะต้องจุดตะเกียงเจ้าพายุให้แสงสว่างในช่วงที่ไฟฟ้ายังมาไม่ถึง

การบริการด้านบันเทิงอีกส่วนหนึ่งของร้านนายเติม คือ ปรับพื้นที่ด้านในร้านทำฟลอร์สำหรับเต้นรำ  ซึ่งขณะนั้นการเต้นรำระหว่างหญิงชายกำลังได้รับความนิยม นายบุญเติมซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงและสั่งซื้อเพลงใหม่ๆ ทันสมัยจากร้านนครพานิชที่ถนนวิชยานนท์ มาเปิดบริการลูกค้า ส่วนใหญ่เป็นเพลงของเอลวิส เพรสลีย์และคลิฟฟ์ ริชาร์ด  มักมีลูกค้าชายพาคู่รักมานั่งทานอาหารและเต้นรำ

นอกจากเปิดร้านอาหารแล้ว อีกอาชีพหนึ่งของนายบุญเติม คือ การเป็นตัวแทนจำหน่ายเหล้าขาวของเถ้าแก่โอ๊ว โดยจะไปรับเหล้าขาวจากโรงต้มเหล้าที่อยู่ใกล้วัดโขงขาวตรงข้ามที่ทำการเทศบาลนครเชียงใหม่มาส่งให้ลูกค้าโดยใช้รถยนต์กระบะ

ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๐๗ เมื่อมีการตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และทางราชการได้เวนคืนที่ดินบริเวณริมถนนห้วยแก้ว  บ้านและที่ดินของนายบุญเติมถูกทางราชการเวนคืนด้วย แต่นายบุญเติม ยื่นเรื่องขอเช่าพื้นที่อยู่ต่อระยะหนึ่งต่อมาจึงได้ย้ายไปอยู่บ้านของภรรยาที่อำเภอสันกำแพง

ด้านครอบครัวนายบุญเติม และนางสายบัว  วรรณวาธิกุล มีบุตรธิดารวม คน คือ

๑.นายธนู  วรรณวาธิกุล ทำงานสวนสัตว์เชียงใหม่

๒.นางสาวจรินทร์ วรรณวาธิกุล

๓.นางนวลน้อย  แก้วนัย

๔.นายนพพร  วรรณวาธิกุล

คุณธนู  วรรณวาธิกุล บุตรชายคนโต  ปัจจุบันอายุ ๕๖ ปี  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

“พ่อผมเรียนไม่สูง แต่ให้การศึกษาลูกๆ ดีทุกคน  ผมไปเข้าเรียนโรงเรียนมงฟอร์ตฯ แรกๆ พ่อขี่จักรยานไปส่ง  ต่อมาโตขึ้นพ่อให้รถจักรยานขี่ไปโรงเรียน  จากบ้านไปโรงเรียนมงฟอร์ตฯ ถนนเจริญประเทศถือว่าไกลมาก เป็นจักรยานยี่ห้อราเลย์กลางเก่ากลางใหม่ สมัยนั้นถนนห้วยแก้วเป็นถนนสองช่องทาง สองข้างทางมีลำเหมือง ผมเคยจับเวลาจากบ้านขี่ไปโรงเรียนใช้เวลาเร็วสุด ๑๕ นาที

“ร้านของพ่อผมลูกค้าเยอะ  พวกเถ้าแก่จากในเมืองมักขี่จักรยานมากินอาหาร สมัยนั้นรถสองแถวมีคิวจอดด้านหน้าร้านรอรับคนโดยสาร ลูกค้าจึงเยอะนอกจากขายอาหารตามสั่งแล้ว  พ่อขายมะพร้าวเผาด้วย  ขายดี  หากใครต้องการนอนเล่นพ่อก็จัดเตียงผ้าใบวางใต้ร่มไม้ให้นอนเล่นได้

“ด้านหน้าร้านส่วนหนึ่งให้ชาวบ้านคนอื่นมาเช่าขายปลาหมึกย่าง

“ร้านผมเลิกค้าขายประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๐  สมัยนั้นเริ่มมีปัญหาเรื่องการซื้อสุรามาขาย มีการกำหนดเขตซื้อขาย  หลังเลิกขายอาหารแล้วพ่อผมรับจ้างปะยางรถจักรยานอยู่ที่บ้าน  แม่ผมเสียชีวิตที่บ้านห้วยแก้วแห่งนี้  ครอบครัวเราอยู่ที่นี่จนประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๗  จึงได้โยกย้ายไปอยู่บ้านของแม่ที่บ้านสันข้าวแคบ อำเภอสันกำแพง พ่อผมเสียชีวิตเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๗  ระหว่างไปทำบุญกับหลวงพ่อเจริญ ที่วัดถ้ำปากเปียง อำเภอเชียงดาวก็หมดสติเสียชีวิตเลย”

ปัจจุบันร้านของนายบุญเติม เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คุณธนู  วรรณวาธิกุล เล่าว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของพ่อ(นายบุญเติม  วรรณวาธิกุล) คือ การได้อนุรักษ์ต้นฉำฉาใหญ่ ๓ ต้นที่อยู่บริเวณพื้นที่ของบ้านเดิม  ซึ่งเป็นต้นฉำฉาที่มีอยู่เดิม ในช่วงที่ทางราชการขยายถนนห้วยแก้วจะต้องมีการตัดต้นฉำฉาทั้ง ๓ ต้น  แต่นายบุญเติมคัดค้านการเวนคืนที่ดินบริเวณนี้และคัดค้านการตัดต้นฉำฉา  ทำให้ทางราชการจำเป็นต้องยกเลิกการขยายถนนบริเวณบ้านนายบุญเติมซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสองช่องทางเหมือนเดิมและต้นฉำฉาทั้ง ๓ ต้นยังให้ร่มเงาและสร้างความร่มรื่นให้ชาวเมืองเชียงใหม่ตราบทุกวันนี้

เลยไปเป็นสิ่งที่ชาวเมืองเชียงใหม่ให้ความเคารพนับถือ คือ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยแห่งนี้สร้างขึ้นโดยความคิดเห็นของเจ้านายฝ่ายเหนือ พระสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้าประชาชนชาวเมืองเชียงใหม่  เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของครูบาศรีวิชัย ผู้ช่วยพัฒนาศาสนาสถานที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับกลับมาเจริญรุ่งเรือง

อนุสาวรีย์นี้สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ หล่อเท่าองค์จริงในท่ายืน จัดสร้างและออกแบบโดยช่างของกรมศิลปากร

การสร้างเสร็จสิ้นแล้วระยะหนึ่ง  แต่คณะกรรมการไม่สามารถนำจากกรุงเทพฯขึ้นมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ได้  เล่ากันว่าเมื่อกำหนดวันเวลาขึ้นคราวใดก็มักเกิดอุปสรรคและปัญหาขึ้นเสมอ  จนล่วงไปหลายปี  หลวงศรีประกาศ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ทนรอต่อไปไม่ไหว จึงได้นำดอกไม้ไปบูชาเพื่อเป็นการบอกกล่าวอัญเชิญและตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าแม้จะมีเหตุขัดข้องอย่างไรก็จะต้องจัดการนำขึ้นมาเชียงใหม่ให้ได้  เมื่อกำหนดวันที่แน่นอนแล้วได้โทรเลขแจ้งมายังชาวเชียงใหม่ให้เตรียมขบวนแห่รอที่สถานีรถไฟ  เมื่อได้เวลาก็อัญเชิญอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยขึ้นรถไฟมาถึงเชียงใหม่ตามวันเวลาที่กำหนด  มีเจ้านายฝ่ายเหนือ พ่อค้าประชาชนมาร่วมขบวนแห่กันแน่นขนัดและมีงานฉลองสมโภชกันอย่างยิ่งใหญ่

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เริ่มมาประดิษฐานที่ลานทางเข้าน้ำตกห้วยแก้วเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔  เป็นต้นมา

ผลงานของครูบาศรีวิชัยครั้งสำคัญ คือ การสร้างถนนจากถนนห้วยแก้วขึ้นไปถึงพระธาตุดอยสุเทพซึ่งต่อมาใช้ชื่อว่า “ถนนศรีวิชัย”

เกี่ยวกับการเริ่มต้นสร้างถนนสายนี้ของครูบาศรีวิชัย  หลวงศรีประกาศ อดีตนายกเทศมนตรีได้เรียบเรียงความเป็นมาในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพหลวงศรีประกาศ ..๒๔๙๙ ส่วนหนึ่งว่า

“เมื่อยังไม่ได้สร้างถนนทางขึ้นดอยสุเทพ  ขึ้นทางสวนดอกมีทางลัดตัดตรงขึ้นไป  ถ้าเป็นเจ้านายหรือมั่งมีสักหน่อย ก็ขี่ช้างบ้างม้าบ้างหรือจ้างคนหามขึ้นไป  โดยมีคนหามอาชีพ  มีบ้านประจำอยู่เชิงดอยคอยรับจ้างหาม เรียได้ทุกเวลา หามขึ้นลงวันละหลายๆ เที่ยว หามด้วยเก้าอี้ ชุดละ ๔ คน

“เนื่องจากพระธาตุดอยสุเทพเป็นปูชนียวัตถุโบราณและมีผู้นิยมนับถือมาก  ประกอบด้วยสถานที่ก็รื่นรมย์  ประชาชนขึ้นไปบูชาและพักผ่อนหย่อนใจปีหนึ่งๆ มาก  และเวลานั้นครูบาศรีวิชัยกำลังเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของประชาชน จะคิดทำอะไรก็สำเร็จโดยพลันราวกับเนรมิต เวลานั้นข้าพเจ้าคิดแต่เพียงว่าจะเอาไฟฟ้าขึ้นไปติดบนพระธาตุ  เพื่อให้คนทางล่างเห็นเวลากลางคืน ได้ปรึกษากับศรัทธาผู้ใหญ่หลายคนเห็นชอบพร้อมกันขอให้ครูบาศรีวิชัยเป็นหัวหน้าจะสำเร็จโดยง่าย”.

พ.ต.อ.อนุ เนินหาด ผกก.สภ.ดอยหล่อ