หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว(๘)

Author by 13/03/14No Comments »

ถัดจากบ้านของเจ้าฟ้าขุนศึกเม็งราย  เป็นศูนย์การค้า ๑๒ ห้วยแก้ว

ที่ดินแปลงนี้เดิมมีบ้านสองชั้นสร้างอยู่ในพื้นที่กว้าง เจ้าของบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่นปล่อยให้บ้านและที่ดินรกร้างลงจนร่ำลือกันว่าเป็นบ้านผีสิง

ผู้หนึ่งที่ทันเหตุการณ์เล่าว่า เป็นเหตุการณ์ประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๕  ในบริเวณนี้เคยมีบ้านหลังใหญ่สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้  ปลูกสร้างอยู่ในบริเวณกว้างที่เป็นป่ารก  มีรั้วลวดหนามล้อม  เป็นบ้านร้างไม่มีคนอยู่  แต่คราวหนึ่งกลางดึกมีผู้เห็นแสงไฟเปิดในบ้านจึงร่ำลือกันว่าเป็นบ้านผีสิง  ข่าวลือนี้ลือไปทั้งเมืองเชียงใหม่  ชาวเชียงใหม่มักมาแวะมาดูบ้านผีสิงแห่งนี้  จอดรถมอเตอร์ไซค์ยืนออวิพากษ์วิจารณ์กัน จนมีแม่ค้ามาตั้งแผงขายลูกชิ้นปิ้งน้ำอัดลมขาย ตอนหลังจึงมีผู้รู้บอกว่ามีพนักงานของร้านสุกี้โคคาที่อยู่ไม่ไกลจากนี้  หลังเลิกงานกลางคืนได้แอบเข้าไปมั่วสุมกัน ข่าวลือเรื่องบ้านผีสิงนี้จึงซาลงไป

ต่อมากรรมสิทธิ์เป็นของนายธำรง  สุขสวัสดิ์ ในนามบริษัทพรพิงค์พาวิลเลี่ยน โดยนายธำรง เป็นนักธุรกิจด้านรับเหมาก่อสร้างจากจังหวัดชลบุรีมาทำธุรกิจที่เชียงใหม่ ก่อนหน้านี้นายธำรง มีธุรกิจโรงแรมพรพิงค์ทาวเวอร์ ถนนเจริญประเทศ  นายธำรง  สุขสวัสดิ์ ได้สร้างเป็นศูนย์การค้า ๑๒ ห้วยแก้ว มีเนื้อที่ ๖ ไร่เศษ ต่อมาเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นของบริษัทพิชญประมวลกร จำกัด เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๑ ในราคา ๒๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภายหลังธนาคารไทยพาณิชย์ได้ยื่นฟ้องและกรมบังคับคดีได้ยึดทรัพย์และขายทอดตลาดในที่สุด(ผู้จัดการออนไลน์,๗ พ.ค.๒๕๕๑)

กลุ่มวัยรุ่นมักจะทันได้เที่ยวสถานบันเทิงที่ศูนย์การค้า ๑๒ ห้วยแก้วซึ่งเฟื่องฟูมาก ชื่อ ดิสคอฟเวอรีเจ้าของชื่อ คุณตุ๊

หลังจากกรมบังคับคดีได้ยึดทรัพย์และขายทอดตลอด  ผู้ประมูลได้และเป็นเจ้าของในปัจจุบัน คือ นายบุญแสง ปึงพิพัฒน์ตระกูล ผู้กว้างขวางธุรกิจโรงแรมในหาดใหญ่มายาวนาน มีโครงการโรงแรมหลายแห่งที่อยู่ภายใต้การบริหาร ภายใต้ชื่อ บี.พี. เช่น โรงแรมบี.พี.แกรนด์ ทาวเวอร์ หาดใหญ่ ,โรงแรม บี.พี.สวิส ทาวเวอร์ และยังมีโครงการโรงแรมบี.พี.สมิหลา บีช รีสอร์ตและยังมีโครงการสนามกอล์ฟที่อยู่ติดกับโรงแรม บี.พี.สมิหลา บีช รีสอร์ตอีกส่วนหนึ่ง

ธุรกิจที่เชียงใหม่ นายบุญแสง  ปึงพิพัฒน์ตระกูล ซื้อโรงแรมบีพีด้านหลังสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ต่อมาสร้างโรงแรมเมย์พลาวเวอร์ที่ย่านถนนนิมมานเหมินท์หลังจากนั้นซื้อกิจการโรงแรมเชียงใหม่ออร์คิดไว้เป็นกรรมสิทธิ์ รวมทั้งประมูลได้กรรมสิทธิ์ศูนย์การค้า ๑๒ ห้วยแก้วอีกโครงการหนึ่งด้วย

ปัจจุบันศูนย์การค้า ๑๒ ห้วยแก้วใช้เป็นที่จอดรถของโรงแรมเชียงใหม่ออร์คิดและอยู่ระหว่างเปลี่ยนแปลงกิจการ

ถัดไปทางทิศตะวันตก เป็นร้านชินวัตรเทรดดิ้งและ ส.ชินวัตรไหมไทย

ทั้งสองร้านเปิดดำเนินการประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๗  ร้านชินวัตรเทรดดิ้ง เจ้าของคือ คุณวิไล  คงประยูร (แต่งงานกับอาจารย์ประยูร  คงประยูร อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่)

ส่วนร้าน ส.ชินวัตรไหมไทย เจ้าของ คือคุณสมจิต  หิรัญพฤกษ์ (แต่งงานกับคุณมนัส  หิรัญพฤกษ์ ชาวจังหวัดพิษณุโลก) บุตรธิดา ๓ คน คือ น.ส.ศิริรัตน์  หิรัญพฤกษ์, อาจารย์วิวัฒน์  หิรัญพฤกษ์ สอนอยู่ มศว.ประสานมิตร กรุงเทพฯ และนายชินจักร  หิรัญพฤกษ์ ปัจจุบันรุ่นลูกดำเนินกิจการ

ทั้งนี้คุณสมจิต  หิรัญพฤกษ์ และคุณวิไล  คงประยูร เป็นบุตรหญิงของนายเชียง  ชิตวัตร(สมรสกับนางแสง สมณะ) มีบุตรรวมทั้งสิ้น ๑๒คนคือ

๑.นางเข็มทอง โอสถาพันธุ์  (สมรสกับนายชู  โอสถาพันธุ์)

๒.พ.อ.(พิเศษ) ศักดิ์ ชินวัตร เป็นบิดาของ พล.อ. ชัยสิทธิ์  ชินวัตร (สมรสกับนายทวี  มณีเนตร(ถึงแก่กรรม) สมรสใหม่กับน.ส.กันยารัตน์  หนองหาญพิทักษ์)

๓.นายสม ชินวัตร(สมรสกับนางศรีวรรณ  สกุลเดิม กันทาอินทร์)

๔.นายเลิศ ชินวัตร เป็นบิดาของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ  ชินวัตร (สมรสกับนางยินดี  สกุลเดิม ระมิงวงศ์)

๕.นายสุเจตน์ชินวัตร(สมรสกับนางเพ็ญพรรณ  สกุลเดิม พรหมชนะ)

๖.นางสาวจันทร์สม ชินวัตร

๗.นางสมจิตร ชินวัตร (สมรสกับนายมนัส  หิรัญพฤกษ์)

๘.นางเถาวัลย์ ชินวัตร (สมรสกับสุนทร  หอมขจร)

๙.นายสุรพันธ์ ชินวัตร(สมรสกับนางประเมิน  สกุลเดิม มีพานิช)

๑๐.นายบุญรอด ชินวัตร(สมรสกับนางสุรัตน์  สกุลเดิม ตันติเวสส)

๑๑.นางวิไล ชินวัตร (สมรสกับ ผศ.สมหวัง  คงประยูร)

๑๒.นางทองสุข โครชาติเย่ร์ (สมรสกับนายฌอง  โครชาติเย่ร์)

(จากหนังสือจันทร์สม  ชินวัตร สตรีศรีสันกำแพง,ที่ระลึกในโอกาสคล้ายวันเกิดครบ ๗ รอบ,๒๕๕๐)

ตรงกันข้ามร้าน ส.ชินวัตรไหมไทยเป็นโรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด โรงแรมชั้นหนึ่งยุคแรกๆ ของเชียงใหม่

โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด เนื้อที่ ๕ ไร่เศษ ก่อตั้งมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔ เดิมชื่อ โรงแรมไฮแอทออร์คิด เจ้าของเป็นกลุ่มสกุลเตชะไพบูลย์ผู้บริหารโรงแรมคือ คุณชัยทัศน์  เตชะไพบูลย์  โรงแรมไฮแอทออร์คิดขณะนั้นเป็นโรงแรมขนาด ๕ ดาวที่ทันสมัย ถือว่าเป็นโรงแรม ๕ ดาวแห่งที่สองรองจากโรงแรมรินคำ

คุณจงรักษ์  กันนะสมบัติ พนักงานฝ่ายต้อนรับซึ่งมาทำงานตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๙  เล่าว่าขณะนั้นผู้นำระดับประเทศที่มาเยือนจังหวัดเชียงใหม่มักมาพักที่โรงแรมไฮแอทออร์คิด เช่น เลดี้ไดอะน่า ก็เคยมาพัก  ส่วนด้านข้างที่เป็นห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้วเป็นที่ว่าง  เมื่อมีแขกวีไอพีมาพักที่โรงแรมก็จะใช้เป็นที่ตั้งของกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยและใช้เป็นที่จอดรถ ผู้จัดการทั่วไปขณะนั้นคือ คุณกนก  สุวรรณวิสูตร

ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด

ปี พ.ศ.๒๕๕๐ เปลี่ยนเจ้าของกิจการเป็นในเครือของบริษัทบีพีกรุ๊ป เจ้าของคือ คุณบุญแสง  ปึงพิพัฒน์ตระกูล ชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าของกิจการโรงแรม บี.พ.แกรนด์ทาวเวอร์ หาดใหญ่, โรงแรม บี.พ.สวิส ทาวเวอร์, โรงแรม บี.พี.สมิหลา บีช รีสอร์ทพร้อมธุรกิจสนามกอล์ฟใกล้โรงแรม

ข้อมูลจาก นสพ.ผู้จัดการระบุว่า   “เข้าใจว่าทางกลุ่มผู้ลงทุนใหม่คงจะดำเนินการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ โดยมีการชำระเงินสดให้แก่เจ้าหนี้(ธนาคาร) ประมาณ ๓๐๐กว่าล้านบาท และอาจจะชำระเงินให้แก่เจ้าเดิมบ้าง แต่เชื่อว่าต้องมีการลดหนี้บางส่วนลง เพื่อให้กระบวนการแก้ไขหนี้เดินไปได้
อนึ่ง นายบุญแสง ปึง พิพัฒน์ตระกูล เป็นคนจีน และค่อนข้างไม่ปรากฏตัวเป็นข่าวมากนัก ซึ่งลักษณะของการดำเนินธุรกิจ จะระมัดระวังและมองหาโอกาสที่จะขยายธุรกิจ ซึ่งการเข้ามาบริหารโครงการโรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด อาจจะเป็นการรุกคืบสู่แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมในจังหวัด ยังมีแนวโน้มเติบโตและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวด้วย”(ผู้จัดการรายวัน,๑๓ ก.พ.๒๕๕๐)

ด้านข้างโรงแรมเชียงใหม่ออร์คิดด้านทิศตะวันตก เคยเป็นคุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๙ ซึ่งเป็นองค์สุดท้าย เรียกคุ้มแห่งนี้ว่า “คุ้มแจ่งหัวรินหรือคุ้มรินแก้ว

คุ้มแจ่งหัวรินหรือคุ้มรินแก้ว มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๙  โดยเจ้าแก้วนวรัฐ  หลังจากสร้างแล้วได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยควบคู่กับคุ้มเจดีย์ขาว

          ดังที่คุณแสงหล้า  โอชเจริญ เล่าไว้ในหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าศิริกาวิล  สิงหรา ณ อยุธยาว่า คุ้มรินแก้วสร้างก่อน พ.ศ.๒๔๗๐เจ้าแก้วนวรัฐสร้างคุ้มแจ่งหัวริน คือ คุ้มรินแก้วแล้วก็ย้ายจากคุ้มหลวงริมแม่น้ำปิงไปอยู่คุ้มรินแก้วโดยพาเจ้าศิริกาวิล(หลานตา)ไปเลี้ยงด้วย รวมทั้งเจ้าต่อน-คุณหญิงเจ้าระวีพันธุ์  สุจริตกุล (หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าศิริกาวิล  สิงหรา ณ อยุธยา,๒๕๔๗)

ต่อมาคุ้มแห่งนี้เจ้าแก้วนวรัฐมอบให้เป็นที่พักอาศัยของบุตรชาย คือ เจ้าพงษ์อินทร์  ณ เชียงใหม่ ซึ่งจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษกลับมารับราชการประจำกรมสหกรณ์และมารับตำแหน่งสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๔

ประวัติเจ้าพงษ์อินทร์  ณ เชียงใหม่เป็นโอรสองค์ที่ ๔ ของ พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๙ กับหม่อมบัวเขียว มีพี่น้องรวม ๓ คนคือ

๑.เจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่

๒.เจ้าศิริประกายเจ้าศิริประกาย

๓.เจ้าอินทนนท์  ณ เชียงใหม่.

 

***ภาพ ศูนย์การค้า ๑๒ ห้วยแก้ว

                                                             พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด ผกก.สภ.แม่แจ่ม