หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว (๒๐)

Author by 18/05/14No Comments »

ห้วยแก้ว 20          ถัดจากห้างสรรพสินค้า “เม-ญ่า” ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นกาดรินคำ

ถัดไปเป็นอาคารพาณิชย์ด้านหลังเป็นที่ว่าง เจ้าของคือ กลุ่มบริษัทเบียร์ช้าง

เดิมเป็นที่ดินของคุณอบ  วสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เจ้าของบริษัทวิทยาคม ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายพิมพ์ดีดยี่ห้อเรมิงตันที่แทบทุกคนรู้จัก

ถัดไปเป็นวิทยาลัยสารพัดช่าง

          เดิมบริเวณนี้เป็นวัดร้าง มีซากเจดีย์อิฐเก่าเป็นร่องรอยหลักฐาน

วิทยาลัยสารพัดช่าง เดิมเรียกว่า หน่วยฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ ที่ ๓๒ สังกัดกองส่งเสริมอาชีพ กรมอาชีวศึกษา  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓  ระยะแรกใช้สถานที่และอาคารของวัดพันอ้น ถนนราชดำเนินเป็นที่ดำเนินการ โดยเปิดสอนวิชาชีพระยะสั้น ๓๐๐ ชั่วโมง(ประมาณ ๕ เดือน) จำนวน ๙ สาขาวิชา

ต่อมาปลายปี พ.ศ.๒๕๑๓  มีการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานเป็น โรงเรียนสารพัดช่างเชียงใหม่ สังกัดกองโรงเรียน  กรมอาชีวศึกษา

โรงเรียนสารพัดช่างย้ายมาขอเช่าบริเวณวัดร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๑  เนื้อที่รวม ๔ ไร่เศษ และต่อมาปี พ.ศ.๒๕๓๔ ได้รับการยกฐานะเป็น วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่  สังกัดกองการศึกษาอาชีพ  กรมอาชีวศึกษา

          ถัดไป เป็นพื้นที่ของมหาวิทยาลัยพายัพ ด้านหลังเป็นป่าช้าของชาวบ้านป่าห้า ชื่อ สุสานสีสุก

          เลยไปเป็น “โครงการเดอะฮาร์เบอร์” ด้านหลังเป็นโรงแรมเชียงใหม่ฮอลิเดย์

          โครงการเดอะฮาร์เบอร์  เปิดเมื่อปลายปี ..๒๕๕๕  เดิมเคยเป็นโรงแรมที่ชาวเชียงใหม่คุ้นเคย คือ โรงแรมบัวหลวง เจ้าของ คือ นายปรีชา  ศรีวิหค มีกิจการโรงเรียนพาณิชการสามเสน ที่กรุงเทพฯ ต่อมาเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นของนายปราโมทย์ เจ้าของโรงแรมศรีโตเกียว มอบให้รุ่นลูกบริหาร หลังจากนั้นปรับเปลี่ยนเป็นให้เช่าพื้นที่ มีร้านอาหารมาเปิดให้บริการ ร้านหนึ่งที่เคยมาเปิดบริเวณนี้ คือ ร้านอาหารฝรั่ง ชื่อ ร้านมิสเตอร์ชาร์ล

ต่อมาขายเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ปัจจุบันเป็นโครงการเดอะฮาร์เบอร์ จัดเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารเครื่องดื่ม เจ้าของคือ นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ เจ้าของ วุฒิศักดิ์คลินิก ธุรกิจความงามที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

ประวัติของนายณกรณ์  กรณ์หิรัญ เดิมเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ชอบทำธุรกิจหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ  เคยออกเงินกู้  ต่อมาเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเงินผ่อน  เมื่อมีทุนมากขึ้นได้เปิดร้านเล็กๆ จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าของตัวเอง หลังจากนั้นจึงเริ่มธุรกิจด้านคลินิกเสริมความงาม โดยเริ่มจากมีเพื่อนมาชักชวนร่วมลงทุนเปิดร้าน คือนายแพทย์วุฒิศักดิ์  ลิ่มพานิช  อีกคนเป็นสถาปนิก ชื่อ พลภัทร  จันทรวิเมลือง จึงได้ร่วมลงทุนเปิดร้านแรกที่ย่านงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ ใช้ชื่อว่า “ร้านวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก” เริ่มเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖  หลังจากนั้นวุฒิ-ศักดิ์คลินิกได้รับความนิยมเรื่อยมาจึงมีการเปิดสาขาเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนบริษัทวุฒิศักดิ์ คลินิก กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ก้าวสู่หลักหลายพันล้านภายในเวลา ๗ ปี ขยายอาณาจักรมากถึง ๑๐๐ กว่าสาขา รวมทั้งเปิดสาขาในประเทศลาวอีกด้วยปัจจุบันมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า ๗๐ คน พนักงานกว่า ๙๐๐ คน

นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ ชื่นชอบจังหวัดเชียงใหม่ จึงมาซื้อที่ดินลงทุนทำธุรกิจ แปลงหนึ่ง คือ บริเวณที่เคยเป็นโรงแรมบัวหลวงเดิม เนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่และสร้างเป็นไลฟ์สไตล์คอมมิวนิตี้มอลล์ แบ่งพื้นที่ให้เช่าเปิดร้านค้า สำนักงาน มูลค่าโครงการประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท เปิดบริการเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๕๕  นอกจากนี้ได้ซื้อที่ดินก่อนถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อสร้างบ้านพัก เนื้อที่ประมาณ ๓ ไร่  แต่แบบบ้านอยู่สูงกว่าอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยทำให้ถูกคัดค้านจากกลุ่มเอกชนในพื้นที่(ประชาชาติธุรกิจออนไลน์,๗ พ.ย.๒๕๕๕)

ด้านหลังเป็นโรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดนท์ เจ้าของ คือ คุณวิไลรัตน์  วิฑูรย์เธียร เดิมเป็นชาวกรุงเทพฯ ต่อมาย้ายมาอยู่เชียงใหม่  ลงทุนเปิดโรงแรมฮอลิเดย์การ์เดนท์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔  เป็นต้นมา

ด้านหลังโรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดนท์ มีชุมชนเล็กๆ ชื่อ ชุมชนบ้านน้ำแม่

ส่วนหนึ่งจับจองที่ราชพัสดุด้านหลังสุสานสีสุก ปลูกบ้านอยู่อาศัย

ครอบครัวหนึ่ง คือ ครอบครัวของคุณป้าวิภา  วงศ์หล้า ปัจจุบันอายุ ๗๓ ปี เดิมเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯและแต่งงานกับสามีเป็นชาวเชียงใหม่  ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๐ ย้ายครอบครัวมาอยู่เชียงใหม่  โดยมาแผ้วถางพื้นที่ราชพัสดุอยู่ด้านหลังสุสานสีสุกและสร้างกระต๊อบอยู่อาศัย

คุณป้าวิภา  วงศ์หล้า เล่าบรรยากาศขณะนั้นว่า

“ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ถนนห้วยแก้วยังเป็นสองช่องทาง ยังไม่ได้ขยาย แถวนี้เปลี่ยว ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาและที่ว่างเปล่า สมัยนั้นหากเป็นที่ว่างไม่มีเจ้าของก็มาสร้างบ้านชั่วคราวอยู่ได้  ไม่มีใครว่าใคร

“บริเวณที่สร้างบ้านอยู่  อยู่ติดสุสานสีสุก ส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่ต้องมาตัดฟันต้นไผ่ออก สร้างกระต๊อบอยู่อาศัย  ยึดอาชีพไปซื้อสตอเบอรีและหาบเร่ขาย สมัยนั้นคุณวรกร  ตันตรานนท์ เป็นนายกเทศมนตรีเชียงใหม่ พบเข้าก็ชวนไปช่วยเลี้ยงลูกเขา ให้ค่าจ้างเป็นรายเดือน ตอนหลังให้เงินมา ๕,๐๐๐ บาทเพื่อให้มาสร้างบ้านให้ดีขึ้น

“ละแวกนี้เรียกกันว่า บ้านน้ำแม่ ไม่ทราบเหตุผล มีครอบครัวประมาณ ๑๕ ครอบครัว ถัดไปเป็นทุ่งนาของชาวบ้านบ้านเจ็ดยอดที่อยู่ด้านหลัง  มีถนนไปทะลุออกทางวัดเจ็ดยอดได้”

ถัดไปเป็นบ้านของผู้ช่วยเหลืองานสังคมของเมืองเชียงใหม่และผู้ฝักใฝ่ทางสายบุญคนหนึ่ง คือ คุณธนี  พหลโยธิน

คุณธนี  พหลโยธิน  เล่าว่าเดิมเป็นชาวกรุงเทพฯ  มาสร้างบ้านอยู่อาศัยที่บริเวณนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๒  เนื่องจากบุตรชายเลือกสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงมาสร้างบ้านเพื่อให้บุตรชายอยู่อาศัย  แต่ปรากฏว่าบุตรชายสอบเข้าเรียนได้ที่คณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ต่อมาคุณธนี จึงมาอยู่อาศัยที่บ้านนี้เรื่อยมา

“ที่ดินที่ใช้สร้างบ้านเป็นที่ดินเดิมที่คุณพ่อ คือ คุณแนบ  พหลโยธิน ซื้อไว้ก่อนแล้ว  โดยคุณพ่อรับราชการกรมธนารักษ์ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์  มีความคุ้นเคยกับเจ้าไชยสุริวงศ์  ณ เชียงใหม่  และคราวหนึ่งเจ้าไชยสุริวงศ์ แนะนำให้ซื้อที่แปลงนี้ไว้เนื่องจากเจ้าของต้องการขาย  เจ้าของเดิมเป็นนักธุรกิจทำเหมืองแร่

“สมัยนั้น(ปี พ.ศ.๒๕๒๒) ละแวกนี้ยังเงียบๆ  โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์สร้างแล้ว  เป็นของตระกูล กิตติขจร เราเห็นว่ามีโรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์แล้ว  จึงตัดสินใจสร้างบ้านอยู่  ใกล้ๆ ถัดไปคือ บ้านของคุณประวิทย์  อัครชิโนเรสและบ้านคุณลัดดา  พันธาภา ซึ่งขณะนั้นมาสร้างบ้านอยู่อาศัยแล้ว”

คุณธนี  พหลโยธิน เป็นบุตรหญิงคนเดียวคุณแนบ  พหลโยธินและคุณหญิงสไบ  พหลโยธิน

ส่วนรุ่นปู่ คือ พลโทพระยาพหลโยธินรามินทรภักดี(นพ  พหลโยธิน) รับราชการทหาร  โดยเป็นพี่ชายของ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา(พจน์  พหลโยธิน)

ทั้งนี้ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหนึ่งในสี่ของฝ่ายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย  ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ ๒ ชื่อเดิมว่า “พจน์ พหลโยธิน” เกิดปี พ.ศ.๒๔๓๐ณ บ้านหน้าวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (กิ่มพหลโยธิน) กับท่านผู้หญิงจับพหลโยธิน ด้านครอบครัวสมรสกับท่านผู้หญิงบุญหลงพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี ๕ สมัย รวมระยะเวลา ๕ ปีเศษ ยังได้รับสมญานามว่าเชษฐบุรุษ ด้วย ถึงแก่อสัญกรรมด้วยเส้นโลหิตในสมองแตก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๐ รวมอายุ ได้ ๕๙ ปี  ภายหลังการอสัญกรรม ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อถนนโดยใช้นามสกุลพหลโยธิน คือ ถนนพหลโยธิน และมีการสร้างโรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ด้านครอบครัว พระยาพหลพลพยุหเสนา สมรสครั้งแรกกับ คุณหญิงพิศ ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน  ต่อมาสมรสครั้งที่ ๒ กับ ท่านผู้หญิงบุญหลง  พหลโยธิน บุตรธิดารวม ๗ คน (จากวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี)

          เลยไปเป็นบ้านคุณประวิทย์  อัครชิโนเรศ ดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศออสเตรียประจำจังหวัดเชียงใหม่  เคยเป็นอดีตเทศมนตรีนครเชียงใหม่และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ รุ่นพ่อแม่เป็นเจ้าของร้านขายยาจีนใหญ่ที่ย่านตลาดวโรรส ชื่อ ร้านจิบอังตึ๊งโอสถ

ถัดไปเป็นบ้านคุณนายลัดดา  พันธาภาและ พล.ต.ประดิษฐ์  พันธาภา  คุณนายลัดดา เคยเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอดีต คือ ลัดดาแลนด์ พัฒนาที่ดิน ๙๒ ไร่ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒  บั้นปลายชีวิตได้ทำบุญสร้างกุศลไว้ไม่น้อย  ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว.

 พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด

*** ภาพ โครงการเดอะฮาร์เบอร์ ของนายณกรณ์ กรณ์หิรัญ เจ้าของ วุฒิศักดิ์คลินิกภาพ บริษัทเชียงใหม่ศิริพานิช จำกัด