หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านถนนห้วยแก้ว (๗)

Author by 13/03/14No Comments »

ที่ต้นถนนห้วยแก้วมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ คือ กาดสวนแก้ว รวมทั้งมีโรงแรมปางสวนแก้ว เจ้าของ คือ ร.ต.ท.สุชัย  เก่งการค้า จบสถาปัตยกรรมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับราชการตำรวจอยู่ระยะหนึ่งก่อนออกมาทำธุรกิจ

.ต.ท.สุชัย  เก่งการค้า เคยให้ข้อมูลไว้ในนิตยสารผู้จัดการ ว่า

โครงการคอมเพล็กซ์กาดสวนแก้ว ประกอบด้วยชอปปิ้งเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่มูลค่าไม่ต่ำกว่า๒,๐๐๐ล้านบาทกับโรงแรมขนาด ๗๐๐ห้อง บนเนื้อที่ ๒๘ไร่ และต่อมาได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก๒๐ไร่จากลูกของเจ้าพงศ์อินทร์ ซึ่งที่ดินที่เพิ่มขึ้น ส่วนนี้ช่วยเปิดทางเข้าออกให้สะดวกเพิ่มขึ้น

สุชัย เคยให้ทัศนะต่อเมืองเชียงใหม่ว่า ภูมิทัศน์ของเชียงใหม่ที่ละม้ายคล้ายคลึงในยุโรปมีเสน่ห์ของเมืองเก่าที่สั่งสมวัฒนธรรมพื้นบ้านชาวเหนือ ทำให้เขาอยากจะรังสรรค์ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวในอีกรูปแบบหนึ่งมากๆ

“โครงการนี้ต้องอาศัยใจกล้าทำ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงทำห้องแถวขาย ในสายตาคนอื่นๆ แม้แต่นายแบงก์เองก็คิดว่ากาดสวนแก้วมันใหญ่เกินไปหรือเปล่า?ผมว่าวันนี้มันจำเป็นแล้ว”สุชัยยืนยันถึงความตั้งใจจริง

แนวความคิดเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ปรากฏในผลงานของสุชัย ทำให้สถาปัตยกรรมที่เขาทำออกมาได้กลมกลืนกับวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นนั้นไม่ว่าจะเป็นที่หินสวย น้ำใส จ. ระยอง หรือโครงการแม่หวานรีสอร์ทหรือม่อนหินไหลซึ่งสุชัยมีนโยบายว่าจะไม่ตัดต้นไม้ทำลายป่า ส่วนที่โครงการกาดสวนแก้ว สุชัยถึงกับลงทุนตั้งโรงงานทำกระเบื้องดินเผาเชียงใหม่เพื่อบุผนังด้านนอกตึกทั้งหลังซึ่งออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมชาวเหนือ

“ผมทำศูนย์การค้าที่มีความสวยงาม แม้กระทั่งหน้าตาของแผงลอย เราอาจต้องบังคับคนขายของให้แต่งกายและพูดภาษาพื้นบ้านหรือในโครงการม่อนหินไหล ซึ่งขึ้นไปจะเห็นหมู่บ้านเก่า ๆ   อยู่เป็นกลุ่ม ๆอยู่ ๓หมู่บ้าน เราขึ้นไปก็ปรับให้เป็นหมู่บ้านที่สวยงามขึ้น” นี่คือความอนุรักษ์ของสุชัย

แต่ไม่เคยมีความสมบูรณ์แบบในชีวิตคน ๆ หนึ่ง สุชัยในด้านหนึ่งเป็นนักสถาปัตยกรรมที่เด่นในเชิงความคิดสร้างสรรค์และได้สายสัมพันธ์อันดีกับผู้หลักผู้ใหญ่ เช่น กรณีโครงการกาดสวนแก้วซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสองพันล้านบาทอันเกิดจากแรงสนับสนุนของผู้หลักผู้ใหญ่ในแบงก์ไทยพาณิชย์ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผาแดงอินดัสทรี ซึ่งมีประวิทย์ คล่องวัฒนกิจ เป็นผู้เอ็นดูแก่สุชัยมาก ๆ

อีกด้านหนึ่งของสุชัยในฐานะนักบริหารจัดการนอกเหนือจากความเป็นสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงสุชัยยังต้องเรียนรู้อีกมากมายถึงความเป็นมืออาชีพที่จะช่วยรักษาและขยายกิจการต่อไปเพราะ TURN-OVER ของบุคลากรระดับบริหารการตลาดมืออาชีพมีอัตราสูง(นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕)

หลังจากเปิดดำเนินการได้ ๓ ปี เศษ ในปี พ.ศ.๒๕๓๘  ร.ต.ท.สุชัย  เก่งการค้า ตัดสินใจสร้างโรงละครเวทีขนาดใหญ่ซึ่งเขาระบุว่าในเอเชียเป็นรองแค่โรงละครของประเทศสิงคโปร์เท่านั้น  เริ่มต้นด้วยการนำละครฝรั่งเรื่องเซาธ์แปซิฟิกมาแสดงโดยว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาออกแบบและก่อสร้าง ใช้งบประมาณกว่า ๔๐๐ ล้านบาท(นิตยสารพลเมืองเหนือ,๑๘-๒๔ พ.ย.๒๕๔๕)

ด้านครอบครัว ร.ต.ท.สุชัย  เก่งการค้า สมรสกับคุณจิราวิไล  เก่งการค้า มีบุตรชาย ๒ คน คือ นายเด็ดเดี่ยว  เก่งการค้าและนายเข้มแข็ง  เก่งการค้า

ฝั่งตรงกันข้ามเยื้องกับห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้วมาทางทิศตะวันออก เป็นบ้านของเจ้าเชื้อสายเชียงตุง ชื่อ เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งราย ตระกูล “ขุนศึกเม็งราย”

บ้านหลังนี้อยู่ในที่ดินรวม ๕ ไร่เศษ เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายซื้อไว้ขณะยังพักอาศัยอยู่ที่นครเชียงตุง ต่อมาเปิดขายเครื่องเงินตามต้นตระกูลของภรรยา คือ หม่อมธาดา บริเวณบ้านปลูกไม้ดอก เมื่อปลูกบ้านได้บ้านเลขที่ ๑๒ ถนนห้วยแก้ว

บ้านของเจ้าฟ้าขุนศึก เรียกว่า หอ ต่อมาเมื่อมีการเวนคืนจากราชการเพื่อขยายถนนห้วยแก้ว จึงได้รื้อบ้านเดิมและสร้างใหม่ ใช้ชื่อว่า หอบ้านเม็งราย บริเวณด้านหน้าบ้านเปิดขายเครื่องเงิน ใช้ชื่อว่า “ร้านธาดา” ตามชื่อภรรยา คือ หม่อมธาดา ขุนศึก-เม็งราย

เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งราย เกิดเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๔๕๘ เป็นราชบุตรของเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง เจ้าผู้ครองนครเชียงตุง กับเจ้านางจามฟอง  เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายมีนามเต็มว่า “เจ้าฟ้าขุนศึกสุวรรณสงคราม” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ขุนศึก”

เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งราย มีพี่น้องรวม ๖ คน คือ

๑.เจ้าฟ้าก๋องไต  เจ้าผู้ครองนครเชียงตุงสืบต่อจากเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง

๒.เจ้าฟ้าอินทรา  เป็นราชบุตรบุญธรรมเจ้าฟ้าสี่ป้อ เมืองสี่ป้อ และได้เป็นราชทายาท

๓.เจ้าฟ้าขุนเมือง  เป็นราชบุตรเขยเจ้าเมืองสี่ป้อ

๔.เจ้านางบัวสวรรค์  เป็นธิดาบุญธรรมของเจ้าตุ๊ย ราชมารดาเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง อยู่ที่หอใหม่

๕.เจ้านางฟองแก้ว  เป็นธิดาบุญธรรมของเจ้านางขันคำ พี่สาวเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง อยู่ที่หอเจียงจันทร์

๖.เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งราย เป็นรัชทายาทลำดับ ๓

ก่อนเข้ารับการศึกษาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนรัฐบาลเมืองแม่เมี้ยว  เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายเคยบวชเป็นสามเณรที่วัดเทพศิรินทร์ ที่กรุงเทพฯ ถึง ๒ พรรษา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นองค์อุปถัมภ์ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๗๓-๒๔๗๘ ได้เข้าศึกษาระดับวิทยาลัยที่ชานชิฟสคูล ณ เมืองตองจี ในชานสเตทตอนใต้ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษตั้งขึ้นเฉพาะลูกหลานเจ้าฟ้าเข้าศึกษาเท่านั้น  เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยร่างกุ้ง

ครั้นปี พ.ศ.๒๔๘๐ เจ้าฟ้าก๋องไต เจ้าผู้ครองนครเชียงตุงผู้เป็นพี่ชายถูกลอบปลงพระชนม์  เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายจึงได้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครเชียงตุงแทน  ซึ่งในระยะนี้เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายได้เข้ารับการอบรมจากรัฐบาลอังกฤษในด้านวิชาการปกครอง การศาล การคลัง การป่าไม้ ตำรวจและกรมที่ดิน

จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๔๘๒ ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ รับยศเป็นร้อยโท และเข้าประจำการในกองทัพพม่าที่เมืองแม่เมี้ยว ในกองทัพที่ ๑ ต่อมาได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยเอก

ปี พ.ศ.๒๔๘๔ ได้เป็นทูตทหารจีน และในปีเดียวกันได้กลับเข้ามาเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารที่พม่า หลังจากนั้นไปเรียนเสนาธิการทหารที่ประเทศอินเดีย เมื่อจบการศึกษามาได้รับตำแหน่งเสนาธิการกองทัพ ประจำการกองทัพอังกฤษ ณ เมืองการาจี ปฏิบัติ ราชการทหารตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒

ครั้นสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบแล้ว กองบัญชาการทหารสูงสุดได้แต่งตั้งให้เป็นทูตทหาร ๒๐๗ เข้ามาประจำที่ประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่ปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในภาคเหนือและได้รับยศเป็นพันตรี  ในปีถัดมาได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลอังกฤษให้เป็นกงสุลอังกฤษและให้มาเปิดกงสุลอังกฤษที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถูกปิดเนื่องจากสงครามโลก  ระหว่างนั้นได้สมรสกับนางสาวธาดา  พัฒนถาบุตร บุตรหญิงของนายดาบแดงและนางบัวจันทร์  พัฒนถาบุตร

เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งราย ดำรงตำแหน่งกงสุลอังกฤษ จนกระทั่งกองทัพอังกฤษถอนตัวออกจากประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๙   จึงได้กลับไปดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ที่นครเชียงตุง เนื่องจากเจ้าฟ้าชายหลวง ยังศึกษาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย  ในขณะเดียวกันรัฐบาลอังกฤษได้ให้ทำงานแทนรัฐบาลอังกฤษโดยเป็นผู้ช่วยเรสสิเดนท์นครเชียงตุง ทำงานได้ ๒ ปีได้ลาออกและหันกลับมาปรับปรุงนครเชียงตุงทั้งในด้านการปกครอง การศาล การคลังและการศึกษา

หลังจากที่เจ้าฟ้าชายหลวงสำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียแล้ว  เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายได้อยู่ช่วยเหลืองานที่นครเชียงตุงระยะหนึ่ง  ต่อมาได้ลาออกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑ กลับมาอยู่ที่เมืองเชียงใหม่และได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มีสัญชาติไทย เมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๐๒

เจ้าฟ้าขุนศึกเม็งรายและหม่อมธาดา มีบุตรธิดารวม ๓ คน คือ

๑.แพทย์หญิงเจ้านางเขมรัสมี  ขุนศึก-เม็งราย เคยรับราชการเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่

๒.เจ้านางเขมวดี  ขุนศึก-เม็งราย จิตรดอน เคยทำงานเป็นรองประธานกรรมการบริษัท พรีเมียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

๓.เจ้าชายเขมรัฐ  ขุนศึก-เม็งราย เคยทำงานตำแหน่งผู้จัดการภาค บริษัทสำรวจน้ำมันชลัมเบอเช่ ที่กรุงเทพฯ

(จากหนังสือชีวิตเจ้าฟ้ากับหม่อมธาดา)

ปัจจุบันบ้านไม่มีผู้อยู่อาศัยมีป้ายประกาศขาย.(จากหนังสือชีวิตเจ้าฟ้ากับหม่อมธาดา)

พ.ต.อ.อนุ  เนินหาด