หน้าหลัก » ซ๊ะป๊ะ...เรื่องเก่า

ย่านประตูเชียงใหม่(๒)

ประตูเชียงใหม่2 copyย่านประตูเชียงใหม่()

          หากเริ่มย่านประตูเชียงใหม่ที่วัดหมื่นตูมคงต้องกล่าวถึงตระกูลสิทธิประณีต”  ซึ่งเป็นตระกูลหลักที่ร่วมบูรณะวัดหมื่นตูมมาตั้งแต่อดีต

          ประวัติตระกูล สิทธิประณีต อยู่ด้านหน้าวัดหมื่นตูม(ด้านตะวันออกติดถนน     ราชภาคินัย) เริ่มจากพี่น้องรวม คน คือ นายจันทร์ สิทธิประณีต, นายแสง สิทธิประณีตและนางทิพย์(ติ๊บ) รสจันทร์ยา

นายจันทร์  สิทธิประณีต รับราชการเป็นอดีตศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ สร้างบ้านอยู่ถัดจากวัดเจ็ดลินไปทางทิศเหนือ ปัจจุบันเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เป็นบริษัทเจริญมอเตอร์จำกัด

คนที่สอง คือ นายแสงหรือที่ลูกหลานเรียกว่าพ่อเฒ่าแสง สิทธิประณีต  มีอาชีพรับก่อสร้างโบสถ์วิหารกุฏิสงฆ์ตามวัดต่างๆ โดยมีความรู้ในทางก่อสร้างและมีลูกมือในการก่อสร้าง รู้จักกันในชื่อว่า “พ่อน้อยแสงวัดหมื่นตูม” หรือ “พ่อน้อยแสงบ้านพระสิงห์”

เมื่อสร้างฐานะได้มั่นคงแล้วจึงมุ่งสะสมบุญสร้างกุศล เรียกกันว่า “เป็นคนกิ๋นคนตาน” แต่ละปีพ่อเฒ่าแสงจะจัดกองกฐินผ้าป่าเกือบ ๑๐ กองนำถวายตามวัดต่างๆ  แต่ละคราวจะมีการฉลองด้วยมหรสพที่จ้างมาแสดงให้ชาวบ้านชมในบริเวณสวนใกล้บ้านซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ชาวบ้านละแวกประตูเชียงใหม่จึงได้มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์ ลิเก เป็นที่สนุกสนาน

ภายในวัดหมื่นตูมทั้งวิหาร พระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ล้วนแต่เกิดจากความศรัทธาของพ่อเฒ่าแสงเกือบทั้งสิ้น ยกเว้นหอระฆังที่สร้างโดยนางอุ้ม บ้านอยู่ด้านเหนือของวัดหมื่นตูม

ผลงานของพ่อเฒ่าแสงอีกส่วนหนึ่งคือ คราวที่แม่จันทร์ สิทธิประณีต ผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑  พ่อเฒ่าแสงตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้าน หลังจากนั้นได้ก่อสร้างเมรุสำหรับฌาปนกิจศพแม่จันทร์ที่สุสานหายยานอกจากนี้ยังได้สร้างศาลาไว้อีกศาลาหนึ่งด้วย ทั้งเมรุและศาลาที่สุสานหายยานี้พ่อเฒ่าแสงเดินทางไปควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเองจนเสร็จใช้เวลาประมาณ ๓ เดือน  โดยตลอดทั้ง ๓ เดือนได้นิมนต์พระสงฆ์มารับภัตตาหารอุทิศให้แม่จันทร์ทุกวันมิได้ขาดเมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงใช้เป็นที่ ฌาปนกิจศพแม่จันทร์  สิทธิประณีต ผู้เป็นภรรยา

ปัจจุบันทั้งเมรุและศาลายังคงตั้งอยู่ที่สุสานหายยาเป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความรักของพ่อเฒ่าแสงและแม่จันทร์ สิทธิประณีต  อีกทั้งเป็นประโยชน์ต่อสาธารชนทั่วไปเสมือนต่อเป็นบุญกุศลแด่ดวงวิญญาณของพ่อเฒ่าแสงและแม่จันทร์สืบไป

นอกจากมีรายได้จากการเป็นผู้รับสร้างโบสถ์วิหารตามวัดต่างๆ แล้ว พ่อเฒ่าแสงยังมีไร่นาที่บ้านหนองอาบช้างเขตอำเภอแม่ริม แต่ละปีจะได้ข้าวเปลือกมาเข้ายุ้งที่สร้างไว้ในบริเวณบ้านจำนวนมาก

พ่อเฒ่าแสง สิทธิประณีต เสียชีวิตประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๑

บริเวณบ้านและสวนแบ่งให้รุ่นลูกครอบครอง สร้างบ้านอยู่อาศัย

พ่อเฒ่าแสงและแม่จันทร์ สิทธิประณีต มีบุตรธิดารวม คน คือ

๑.ร.ต.อ.ถา สิทธิประณีต

๒.ส.ต.ต.ตุ่น สิทธิประณีต

๓.นายคำตั๋น สิทธิประณีต

๔.นายศรีนวล สิทธิประณีต

๕.นายจันทร์ สิทธิประณีต

๖.น.ส.บุญศรี สิทธิประณีต

๗.นางจันทร์ทิพย์ ไชยมังกร

บุตรชายคนโต คือ ร.ต.อ.ถา สิทธิประณีต รับราชการเป็นตำรวจ เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับกอง สภ.พร้าว, สภ.ฝางและสภ.แม่ปิง  ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ผู้กองถา”

ด้านครอบครัวผู้กองถา  สิทธิประณีตแต่งงานกับนางวิไลพร บุตร ๒ คน คือนายไพศาล สิทธิประณีต รับราชการตำแหน่งโยธาธิการจังหวัดพิษณุโลกและนายธงชัย สิทธิประณีต

บ้านของผู้กองถาปัจจุบันคือ ฟ้าไทยเกสเฮาส์

ถัดจากบ้านผู้กองถาไปทางทิศใต้มีอาคารตึกสองชั้นสวยงามที่เรียกว่า “ตึกลาย” เคยเป็นบ้านของนายคำตั๋น  สิทธิประณีตน้องของผู้กองถา  ปัจจุบันให้ผู้อื่นเช่าทำร้านกาแฟ

ถัดไปเป็นบ้านของนางทิพย์ รสจันทร์ยา ให้ผู้อื่นเช่าทำเกสต์เฮาส์

รุ่นลูกของพ่อเฒ่าแสงที่ชอบทำบุญทำกุศลเหมือนรุ่นพ่อ คือ นายศรีนวล           สิทธิประณีต ขายที่ดินในซอยมิตรปราณีหลายแปลง นำเงินไปสร้างกุฏิพระที่วัดหมื่นตูม เรียกว่า “กุฏิศรีนวล สิทธิประณีต”ปัจจุบันยังคงใช้ประโยชน์อยู่

คุณสายฝน สิทธิประณีต ให้    ข้อมูลเพิ่มเติมย่านประตูเชียงใหม่ด้านถนน        ราชภาคินัยว่า

“ถัดจากย่านประตูเชียงใหม่ไปทางวัดทรายมูลพม่า(ทางตะวันออก)และเลยไปเคยเป็นหนองน้ำ เรียกว่าหนองแจ่งกะต้ำ ในอดีตเป็นที่เปลี่ยวมากมักมีการนำคนมายิงทิ้งสมัยที่มีการค้ายาเสพติด ละแวกนั้นเป็นป่ารกไม่มีบ้านคน ใช้เป็นที่ทิ้งขยะของเทศบาลมักมีนกแร้ง อีกามากินของเน่า ชาวบ้านไม่ใช้เป็นทางสัญจรเพราะเปลี่ยวอันตรายและบางคนกลัวผี

“หากไปตลาดต้นลำไย มักใช้เส้นทางที่ผ่านหน้าวัดผ้าขาวตรงไปถนนลอยเคราะห์ เลี้ยวเข้าบ้านฮ่อออกถนนท่าแพและเข้าตรอกเล่าโจ๊วไปตลาดต้นลำไย จะไม่ใช้เส้นทางถนนคูเมืองแจ่งกะต้ำด้านใน

“ถนนราชภาคินัยสมัยก่อนเรียก กองเย็น หรือกองหำม้า เหตุที่เรียกกองเย็นเนื่องจากเป็นเส้นทางผีผ่าน คือเป็นทางที่นำคนไปประหาร ผ่านถนนราชภาคินัย ข้ามกำแพงเมือง คูเมืองเข้าถนนกองทรายออกทางประตูก้อมไปประหาร สมัยก่อนไม่มีถนนหน้าคลินิกหมอสมศักดิ์เป็นเพียงทางเดินปูด้วยหินที่ต้องลงคูเมือง เรียกกันว่า พนัง”

ถัดจากบ้านของตระกูล สิทธิประณีตไปทางด้านใต้เป็นบ้านของตระกูล รัตนประดิษฐ์ซึ่งอยู่ติดถนนก่อนถึงคูเมืองเชียงใหม่ด้านทิศใต้

          นอกจากนี้ศรัทธาหลักของวัดหมื่นตูมอีกตระกูลหนึ่ง คือ ตระกูลอนุกูลตั้งบ้านอยู่ด้านทิศตะวันออกของวัดหมื่นตูม

ตระกูล “อนุกูล” เริ่มจากหม่องจ่อซิ้น โยกย้ายจากประเทศพม่ามาอยู่ย่านประตูเชียงใหม่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒(ก่อนปี พ.ศ.๒๔๘๔)  มาได้ภรรยาคือ แม่จิหมิ่น คนบ้านวัวลายมีเชื้อสายไทยเขิน สร้างบ้านอยู่อาศัยย่านหน้าวัดหมื่นตูม(ด้านทิศตะวันออก)  ครอบครัวของหม่องจ่อซิ้นนอกจากเป็นศรัทธาวัดหมื่นตูมแล้วยังเป็นเป็นศรัทธาวัดทรายมูลพม่าซึ่งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันออกอีกด้วย

หม่องจ่อซิ้น มีความสามารถทางด้านการปั้นรูปสิงห์ จึงมีอาชีพรับจ้างปั้นรูปสิงห์ประดับตามวัดวาอาราม นอกจากนี้รับงานทำแท่นแก้ว(แทนสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป) ผลงานของหม่องจ่อซิ้นสืบทอดมาถึงรุ่นลูกที่รับงานปั้นสิงห์สืบต่อมา

          บุตรธิดาของหม่องจ่อซิ้นและแม่จิหมิ่นมี คน คือ

๑.นางเส่ง อนุกูล อาชีพรับปั้นสิงห์              ๒.นางละเหม่ อนุกูล(แม่ของนายทศพร อนุกูล)

๓.นายบุญช่วย อนุกูล ทำงานศาลเชียงใหม่

๔.นายประยูร อนุกูล รับราชการครู

๕.นายละดิน อนุกูล ทำงานช่างปั้น              ๖.นายจรูญ อนุกูล รับราชการครู                ๗.นายบุญรัตน์ อนุกูล อาชีพรับจ้าง

ผลงานของหม่องจ่อซิ้นส่วนหนึ่ง คือ รูปสิงห์ที่วัดทรายมูลพม่า

ผู้ที่สืบทอดวิชาปั้นสิงห์ต่อมาในรุ่นลูก คือ นายเส่ง  อนุกูล มีผลงานปั้นสิงห์ที่วัดผ้าขาว วัดทรายมูลเมือง, วัดร่ำเปิงโพธาราม เป็นต้น

ปัจจุบันรูปสิงห์ที่วัดหมื่นตูมรวม ๔ ตัว แต่ละตัวแตกต่างกัน มีช่าง ๔ คนที่ปั้นไว้ ตัวหนึ่งปั้นโดยหม่องจ่อซิ้น ตัวหนึ่งปั้นโดยนายเส่ง, ตัวหนึ่งปั้นโดยนายละดินอีกตัวหนึ่งไม่ทราบเป็นฝีมือของใคร

ด้านการปั้นสิงห์นั้น ละแวกเดียวกันนี้มีช่างอีกคนหนึ่งเชื้อสายพม่าเช่นเดียวกันที่รับปั้นสิงห์ คือ นายโพห่าน

          บุตรหญิงของหม่องจ่อซิ้นและแม่จิหมิ่นคนหนึ่ง คือ นางละเหม่ อนุกูล แต่งงานกับนายองใจ่

นายองใจ่ อพยพมาจากประเทศพม่าสมัยวัยหนุ่ม มีความรู้ด้านการทำร่มมาจากประเทศพม่า หลังแต่งงานแล้วยึดประกอบอาชีพทำร่มส่งขายและรับสอนทำร่มให้นักโทษในเรือนจำเชียงใหม่ รุ่นลูกคนหนึ่ง คือนายทศพร  อนุกูล ปัจจุบันอายุ ๖๓ ปีเป็นประธานชุมชนวัดหมื่นตูม พักอาศัยอยู่ข้างวัดด้านทิศใต้ของวัดหมื่นตูมซึ่งเป็นที่ดินธรณีสงฆ์

          นายทศพร  อนุกูล เล่าบรรยากาศบริเวณด้านเหนือของวัดหมื่นตูมในอดีตว่า

“สมัยก่อนบริเวณข้างวัดด้านใต้เป็นป่ามีน้ำขัง มีบ้านไม่กี่หลัง มีบ้านลุงนวล บ้านลุงแดง บ้านพ่อหนานหน่อภรรยาชื่อยายดำ คำมณเฑียร  ด้านหน้าติดถนนเป็นบ้านอาจารย์สุนทร ผมย้ายมาจากบ้านเดิมของพ่อแม่ อยู่ถัดไปทางทิศตะวันออก

“ย่านวัดหมื่นตูมเป็นส่วนหนึ่งของย่านประตูเชียงใหม่ ด้านหน้าวัด(ด้านตะวันออก)ติดถนนราชภาคินัย ตระกูลใหญ่ของละแวกนี้ คือ ตระกูลของผู้กองถา สิทธิประณีต, ตระกูลของนายคง แสงอรุณ เป็นคหบดีย่านประตูเชียงใหม่ สร้างห้องแถวให้เช่า ด้านหลังตลาดประตูเชียงใหม่มีตระกูลของพ่อเลี้ยงหมื่น มีความรู้เป็นหมอพื้นเมืองรักษากระดูก ใช้ไม้ไผ่สานมาดามเรียกว่าหวกซุย ใช้น้ำมนต์ทาเสกคาถา”.

...อนุ เนินหาด

ผกก.สภ.ดอยหล่อ