หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

ขยะสร้างพลังงาน

Author by 19/08/14No Comments »

  kheb8afh6ejbak5bbiaba          คนเชียงใหม่ผลิตขยะวันละ 300 ตัน ทุกวันรถบรรทุกขยะเข้าออกตามตรอกซอยต่างๆ เพื่อนำไปรวบรวมส่งขึ้นรถบรรทุกสิบแปดล้อขนส่งไปโรงกำจัดที่บ้านตาล อ.ฮอด ห่างตัวเมืองไป 110 กม. เทศบาลนครเชียงใหม่ต้องจ่ายค่ากำจัดขยะตันละ 700 บาท ปีละกว่า 200 ล้านบาท ทำความร่ำรวยให้กับธุรกิจกำจัดขยะเป็นเวลานานนับสิบปี

เป็นเพราะคนเชียงใหม่ผู้ผลิตขยะ และทิ้งขยะไม่ยอมรับจะให้มีระบบกำจัดขยะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการขึ้นใกล้เมือง ทำให้ค่าบริหารจัดการบานปลาย และไม่ได้ประโยชน์จากขยะ ที่ควรจะนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า เหมือนที่เมืองโกเตนเบริ์ก สวีเดน ตั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจากขยะของชาวเมืองอยู่ชานเมือง ด้วยการยอมรับ ไว้วางใจในการบริหารจัดการไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมใด ๆ

วันก่อน พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชามณฑลทหารบกที่ 33 รศ.ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามในโครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ RDF ในพื้นที่ห้วยตึงเฒ่า ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม อยู่ในเขตของมณฑลทหารบกที่ 33 โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ได้รับอนุญาตจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ทำรายงานการศึกษา และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม(EIA)

ผบ.มทบ. 33 บอกว่า โครงการนี้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ต้องจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนเข้ามาในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีปัญหาขยะ มีการจัดการกับขยะโดยใช้งบประมาณที่สูงมากในแต่ละปี โครงการจะนำขยะไปอบเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมีบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ  ใช้พื้นที่บริเวณห้วยตึงเฒ่าที่ถือว่าเหมาะสม เป็นพื้นที่ส่วนที่เลือกจะไม่มีกระทบกับธรรมชาติมาก และห่างไกลจากชุมชนตามที่กฎหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย หากศึกษาแล้วประชาชนเห็นว่ามีผลกระทบ โครงการนี้ก็จะยกเลิกไป ซึ่งทุกอย่างจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ยอมรับว่าปัจจุบันขยะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ต้องจัดเก็บสูงถึงวันละ 300-320 ตัน นำไปฝังกลบที่ ต.บ้านตาล อ.ฮอด ใช้งบประมาณในการกำจัดขยะสูงถึงปีละประมาณ 200 ล้านบาท ถ้านำมากำจัดโดยแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าก็จะได้ประโยชน์มากทั้งกับผู้อยู่ในโครงการห้วยตึงเฒ่า ซึ่งน่าเสียดายเทศบาลมีพื้นที่กว้างขวางที่ ต.แม่เหียะ ถ้าชุมชนยอมรับก็จะได้ใช้ไฟฟ้าจากโรงงานกำจัดขยะแบบนี้เหมือนกัน ที่สำคัญเทศบาลไม่ต้องจ่ายเงินค่ากำจัดขยะหลายร้อยล้านบาทดังกล่าวครับ.

 -บุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์-