หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

จัดการปัญหาขยะ

Author by 16/03/16No Comments »

       เคาะสนิม180         ทิ้งท้ายวันวาน วิทยากรจาก ทสจ.เชียงใหม่ พูดให้นักข่าวฟังถึงแผนการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ โซนเหนือที่ว่าฝางทำได้ดีก็ยังมีปัญหาเครื่องจักรชำรุด โซนกลางที่ดอยสะเก็ด สร้างเสร็จไม่ทันได้ใช้งานก็ต้องปิดประตู เพราะบริหารจัดการไม่เป็นที่พอใจชาวบ้าน ปัญหาขยะเชียงใหม่จึงไร้ทางออก…

ต้องขอบคุณ ผอ.ดวงมาลย์ ศรีกิจวิไลกุล ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 หลังเสวนาแล้วได้รายงานสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สุด พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับคณะผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี ก็รุดมาดูบ่อขยะป่าตึงน้อย หมู่ 1 ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด  เมื่อ 8 มีนาคมผ่านมา ที่ถูกปิดมานานเกือบ 3 ปี ตั้งแต่ 2557 เพื่อหาแนวทางแก้ไข ฟื้นฟูโรงงานกำจัดขยะขึ้นมาใหม่ เป็นครั้งที่ 4

นายวิจิตร หลังสัน นายอำเภอดอยสะเก็ด ร่วมตัวแทนเทศบาล และชาวบ้านมาหารือ โดยเล่าว่าโรงงานกำจัดขยะดังกล่าวสร้างมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอย งบประมาณ 466 ล้านบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 160 ไร่ ปี 2551 อบจ.เชียงใหม่ให้เอกชนเข้าดำเนินการคัดแยกและฝังกลบขยะ บางส่วนนำไปรีไซเคิล โดยรับกำจัดขยะในพื้นที่โซนกลาง อ.สันกำแพง สันทราย ดอยสะเก็ด และแม่ออน วันละไม่ต่ำกว่า 100 ตัน มากองไว้รอบโรงงานกำจัดขยะ การดำเนินการไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน มีปัญหาด้านมลพิษตามมา จึงเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไข แต่ไม่ได้รับตอบสนองอย่างจริงจัง ขยะเน่าเหม็น ระบบคัดแยกไม่เป็นไปตามที่ตกลง ชาวบ้านจึงประท้วง และจังหวัดสั่งปิดบ่อขยะในปี 2557

น.ส.มณฐกร พวงเสน แกนนำคัดค้านยืนยันหาก อบจ.เชียงใหม่ จะรื้อฟื้นให้เปิดโรงงานกำจัดขยะเป็นครั้งที่ 4 ชาวบ้านคงไม่ยอมง่ายๆ เพราะที่ผ่านมาตัวแทน อบจ. และตัวแทนบริษัทไม่ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ มีการคอรัปชั่นตั้งแต่ครั้งแรก นำเงินมาเสนอให้ชาวบ้าน พอทดลองงาน 3 เดือนเครื่องพัง ขยะเต็ม ชาวบ้านจึงไม่เห็นด้วยกับการเปิดโรงงานกำจัดขยะเป็นครั้งที่ 4 โดยเด็ดขาด

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีห่วงใย จึงเดินทางลงพื้นที่ดูแลความทุกข์ สุข ตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน ซึ่ง อบจ.เชียงใหม่ ตกเป็นจำเลย จำเป็นต้องหาแนวทางบริหารจัดการให้ชัดเจน ต้องมีบทสรุปในอนาคต ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ไม่ใช้เงินฟาดหัวชาวบ้าน ต้องเข้าถึงปัญหา โดยให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางแก้ไข หาข้อสรุปต่อไปในอนาคตโดยเร็วพลัน…ก็รอลุ้นต่อไปจะทำกันได้ไหม?