หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

นครแห่งป้าย

Author by 6/07/15No Comments »

    เคาะสนิม180      เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่ใครๆ ก็มา นายกรัฐมนตรี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยกคณะ ครม.มาประชุม  นักท่องเที่ยวไม่ว่าชาวจีน ฝรั่ง แขก ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ล้วนบินมาลงที่นี่ แต่มาแล้ว สิ่งที่พวกเขาพบเห็นเชียงใหม่กลายเป็นความพิกลพิการในเรื่องการบริหารจัดการ

ทั้งที่เมืองเก่าเชียงใหม่เป็นมรดกที่บรรพชนสร้างไว้อย่างดี มีการตัดถนนหนทาง ตรอกซอยเอาไว้สะดวกพอสมควร แต่คนรุ่นปัจจุบันขาดความใส่ใจที่จะดูแล รักษาสิ่งเหล่านั้นให้มีความสวยสดงดงาม และป้องกันไม่ให้มีการทำลายบรรยากาศ-ทัศนียภาพของเมือง ดังจะเห็นได้จากการติดป้ายโฆษณามหาศาล เต็มบ้านเต็มเมือง กีดขวางทางเท้า ริมถนน ปากซอย อยากติดป้ายตรงไหนก็ทำกันตามใจชอบ

จึงมีผู้ให้ความนิยามเชียงใหม่ “เมืองแห่งป้าย” สำนักข่าวหลายแห่ง รวบรวมจุดที่ตั้งป้ายไว้บนถนน และตรอกซอยแต่ละย่านมีนับพัน ๆ ป้าย หากรวมทั้งเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ และเทศบาลรอบข้างตั้งแต่ สุเทพ แม่เหียะ ป่าแดด ท่าศาลา หนองป่าครั่ง ฟ้าฮ่าม และช้างเผือก น่าจะรวมเป็นหมื่น ๆ ป้าย ส่วนขนาดของป้ายมีตั้งแต่เล็กสุด  ติดเสาไฟฟ้า และตู้โทรศัพท์สาธารณะ(ซึ่งตู้นี้ปัจจุบันปริมาณการใช้น้อยมาก) ไปจนถึงป้ายยักษ์บนหลังคาตึก และขวางตามทางโค้งของถนน สามารถมองเห็นแต่ไกล ๆ อีกมากมาย

ประชาชนต่างคาดหวังว่า การติดตั้งป้ายแต่ละแห่ง ต้องผ่านการอนุญาตจากท้องถิ่น โดยการพิจารณาของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เห็นแก่ภาพพจน์ส่วนรวมของบ้านเมือง แต่สิ่งที่คาดหวังนั้นเป็นโมฆะไปนานแล้ว เพราะท้องถิ่นไม่คำนึงถึงจุดที่อนุญาตให้เอกชนติดตั้งป้ายว่าเหมาะสมหรือไม่ เสมือนหนึ่งเปิดกว้างให้เอกชนเลือกติดตั้งเอาตามใจชอบ ปัญหาจึงเกิดขึ้น และทวีความรุนแรงในความรู้สึกนึกคิดในทางลบต่อผู้มาบริหารงานท้องถิ่น

ที่สำคัญ จุดที่ไม่ควรให้เอกชนแตะต้องเลย คือ บนทางเท้าที่ให้ประชาชนเดิน ต้องสงวนเอาไว้ ผู้คิดง่าย ๆ สะดวก และตั้งป้ายแล้วคนนั่งรถผ่านก็เห็น เดินมาก็ชนนั้น คิดเอาแต่ได้และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนผู้พิการทางสายตา จึงน่าจะต้องถอนป้ายวิบัติพวกนี้ออกไปโดยเร็วที่สุด

เหมือนป้ายขนาดใหญ่ที่เอกชนติดไว้หน้าข่วงพระราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ไม่กี่เดือนก่อนเทศบาลนครเชียงใหม่สั่งรื้อถอนออก และยังหาผู้รับผิดชอบ ใครอนุญาต และใครรับผลประโยชน์ไม่ได้ หลังจากปลดป้ายที่ว่าเสร็จ เรื่องก็เงียบหาย จนกระทั่งสังคมเมืองเชียงใหม่เริ่มออกมาเรียกร้องอีกว่าพอทีหรือยังกับคำนครแห่งป้ายในขณะนี้ จึงขออีกเสียงเรียกร้องผ่านผู้ว่าฯสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ถึงผู้เกี่ยวข้องทำอะไรให้เมืองนี้น่าอยู่สักทีครับ.