หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น

Author by 13/08/12No Comments »

มีข่าวน่ายินดีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า  ศ.นพ.ดร.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร  ประธานกรรมการบริหารศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2555 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้รับการแสดงความยินดีจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย และคณะแพทย์ ตั้งแต่ 1 สิงหาคมมาแล้ว

อาจารย์หมอนิพนธ์  ฉัตรทิพากร สนใจในเรื่องความผิดปกติทางไฟฟ้าของหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเต้นของหัวใจผิดจังหวะชนิดร้ายแรงที่ทำให้คนเสียชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ที่เรียกว่า ventricular fibrillation ที่พบได้บ่อยในภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิตแบบเฉียบพลัน

ท่านจึงทำวิจัยในสาขาความผิดปกติทางไฟฟ้าของหัวใจมาอย่างต่อเนื่อง   จนทำให้ค้นพบวิธีการพยากรณ์การให้การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงนี้ได้ และผลการค้นคว้าวิจัยนี้ทำให้งานวิจัยได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ในประเทศสหรัฐอเมริกา และในเขตภาคพื้นยุโรป ในปี พ.ศ. 2542

หลังจากกลับมาจากอเมริกา  พ.ศ. 2545  อาจารย์หมอนิพนธ์  ฉัตรทิพากร เป็นผู้ที่ริเริ่มและบุกเบิกการก่อตั้งหน่วยวิจัยเฉพาะทาง สาขาสรีรวิทยาทางไฟฟ้าหัวใจ ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. โดยเริ่มสร้างฐานการศึกษาวิจัยในสาขานี้ขึ้นอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การศึกษาในระดับเซลล์ ต่อเนื่องไปจนถึงการวิจัยในผู้ป่วยให้กับอาจารย์ นักวิจัย และแพทย์ที่สนใจงานวิจัยในสาขานี้

ทำให้ในปี พ.ศ. 2548 คณะแพทยศาสตร์ มช.ประกาศจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ (Cardiac Electrophysiology Research and Training Center, CERT)” ขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย  ที่มีการศึกษาวิจัยพยาธิสรีรวิทยาทางไฟฟ้าหัวใจแบบองก์รวมตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงผู้ป่วย ปัจจุบัน CERT ถูกจัดเป็น Excellence Center ของคณะแพทยศาสตร์ ศ.นพ.ดร. นิพนธ์ ฉัตรทิพากร เป็นประธานกรรมการบริหาร

ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี มช. และ รศ.นิเวศน์ นันทจิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวชื่นชมอาจารย์หมอนิพนธ์ ฉัตรทิพากร ว่าเป็นผู้บุกเบิกศึกษาวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าในหัวใจให้กับประเทศไทยแบบองค์รวมท่านแรก

จนสามารถอธิบายถึงกลไกการเกิดโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย   และนำความรู้พื้นฐานนั้นมาใช้ในการพัฒนาวิธีการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงเพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น นับเป็นคุณประโยชน์ต่อมวลมนุษย์มหาศาลครับ.