หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

พร้อมสู่มรดกโลก ?

Author by 16/09/14No Comments »

เคาะสนิม180            สมัยหนึ่งเชียงใหม่เห่อ “เรือนกาแล” ใครปลูกสร้างบ้านตึก หรืออาคารพาณิชย์ ก็จะทำหน้าจั่วใส่กาแลเอาไว้ คนมีบ้านทันสมัยอยู่ก่อน ก็หันมาดัดแปลงหน้าบ้านให้มีแผ่นไม้สองอันไขว้กัน ส่วนปลายสองข้างที่กางออกก็แกะสลักลวดลายไทยอย่างวิจิตรสวยงาม นัยว่าเป็นการแสดงออกของเรือนไทยลานนาหรือล้านนา ตามความเข้าใจ

30-40 ปีผ่านไปเรือนกาแล ก็ไร้คนแล และกา(ดำ) จริงๆ ก็อาจไม่แล โครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ทั้งหลายมุ่งสร้างสไตล์ใหม่ ติดลูกกรงบ้าง ทำขอบคิ้วรูปเลขาคณิต ติดตั้งโครงหลังคาแมทั่ลซีทแบบเปิด ๆ ชนิดไม่กลัวฝนสาด แถมทาสีฉูดฉาดเน้นทั้งส้ม เหลือง น้ำตาล หน้าอาคารติดกระจกวาววับราวกับเป็นเมืองหนาว ร้อนมาลมก็พัดเข้าไปไม่ได้ ประตูยืด ประตูม้วนเลิกใช้กันแล้ว ทำไปทำมาต้องติดแอร์ทั้งหลัง

วันก่อน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกฯมาเชียงใหม่ นักข่าวถามท่านถึงการผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกต่อองค์การยูเนสโก้ว่าเห็นเป็นอย่างไร ท่านบอกคนส่วนใหญ่น่าจะเห็นด้วย ว่าเชียงใหม่เป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน เป็น World Heritage ผู้คนมีอัธยาศัยไมตรี ภาษาพูด ภาษาเขียน การแต่งกาย มีวัฒนธรรมล้านนา มีประเพณีและวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น จึงเห็นด้วยกับการผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นเมืองมรดกโลก

พูดกันว่า เมืองเชียงใหม่เข้าเกณฑ์เมืองที่มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก กำหนดถึง 4 ข้อ คือ เป็นตัวแทนผลงานชิ้นเอกของอัจฉริยภาพของการสร้างสรรค์ของมนุษย์ มีเรื่องราวภูมิปัญญาการสร้างเมืองโดยพระญามังราย การสร้างเมืองมีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีโบราณสถานในเมืองและนอกเมือง และมีสิ่งก่อสร้างร่วมสมัย ทั้งหมดถือเป็นองค์ประกอบของเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งาน แทรกไว้ด้วยภูมิปัญญาของบรรพชน แสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงคุณค่าต่าง ๆ ของมนุษย์

สถาปัตยกรรมเมืองเชียงใหม่ ยังบ่งบอกถึงวัฒนธรรมทั้งไทย และพม่า เพราะยุคหนึ่งกว่า 200 ปีพม่าเข้ามายึดครอง มาถึงปัจจุบันมีลักษณะพิเศษของการสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาที่คงอยู่  นอกจากนั้นยังมีประเพณีดั้งเดิม และการคงไว้ซึ่งวรรณกรรมโบราณมากมาย แสดงถึงความเจริญในอดีต ที่นี่ยังมีพิธีกรรม ประเพณีทางพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ สืบทอดมาสู่การเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ประเพณียี่เป็ง และวันสำคัญทางศาสนา เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดถือว่าเป็นวิถีชีวิตที่มีคุณค่าและโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์ชัดเจนในตัว…

            สำหรับผม เห็นว่า “ความพร้อม” จะไปสู่เมืองมรดกโลกของเชียงใหม่น่าจะไม่ครบ ตรงที่คนในบ้านเมืองยังขาดระเบียบวินัย ไม่เคารพกฎ ไม่รักความสะอาด เบียดบังที่วัด-ที่สาธารณะ เห็นแก่ตัว ฯลฯ เยอะไปหมดครับ.