หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

ภัยแล้ง

Author by 3/07/15No Comments »

เคาะสนิม180        สมัยโบราณ ปีใดฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปราชญ์ชาวบ้านท่านว่า เกิดขึดอาถรรพณ์กับบ้านเมือง ต้องทำบุญล้างความผิด ฝ่ายพระสงฆ์ก็นำบทสวดมนต์สูตรมหาสันติงมาแก้ไข ว่ากันว่าอย่างน้อยทำให้ประชาชนอุ่นใจ ว่าวิกฤตการณ์ทั้งปวงจะคลี่คลายไปใน ทางที่ดี…

            ทั้ง ที่ปีนี้พระยาแรกนา หยิบได้ผ้า 4 คืบพยากรณ์ว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่ส่วนพระโค กินหญ้าพยากรณ์ว่าน้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ แต่เข้าฤดูฝนมาเดือนครึ่งแล้ว ฝนฟ้าก็ยังตกเป๊าะแปะ  

            พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาประชุม ครม.สัญจรที่เชียงใหม่ ให้ความสนใจเรื่องภัยแล้งน้ำแห้งเป็นพิเศษเข้าชมนิทรรศการของกรมชลประทาน ซึ่งอธิบายซ้ำซากว่าน้ำไม่มี ถามว่าแล้วน้ำมาจากไหน ก็ชี้แม่น้ำปิงมาจากเวียงแหง ทำไมไม่มีน้ำ ก็ตอบว่าฝนไม่ตก นายกฯเลยบอกพอ สรุปว่า ปัญหาน้ำแล้ง เพราะไม่มีป่า และบริหารจัดการไม่ดี ถึงฤดูแล้งน้ำแห้งขอด เข้าฤดูฝน ไม่ตก เทวดาไม่ช่วย ชาวบ้านก็ซวยไม่มีน้ำเพาะปลูก

            ปัญหาภัยแล้ง เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ละครั้งรัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณลงมาเพื่อแก้ไขจำนวนมาก แต่มักแก้ไม่ตรงจุด ขุดไม่ตรงเป้าหมาย เหมือนทำให้เสร็จ ไปที พอฝนมาจริง เกิดน้ำท่วมน้ำนองก็ทิ้งแผนเดิมไปหมด รอฝนแล้งรอบใหม่ ของบใหม่มาขุดลอก และหาแหล่งน้ำ เป็นแบบนี้มาช้านานแล้ว

            ไม่ต้องพูดถึงแผน 5 ปี 10 ปีพัฒนาแหล่งน้ำจะเป็นอย่างไร แผนเฉพาะหน้าเก็บรักษาน้ำในเขื่อนไว้มาก ก็มีปัญหาถึงเวลาน้ำหลากระบายไม่ทัน เลยต้องระบายไปพร้อมกับน้ำป่า ท่วมประเทศไทยยับเยินมาแล้วในปี 2554  การบริหารรักษาน้ำในเขื่อนไว้อาศัยเพียงการคาดการณ์ หวังเทวดาจะช่วยตามฤดูกาลฝนต้องตก แต่พอฝนทิ้งช่วงเขื่อนสิริกิติ์จึงแห้งผากดังภาพที่เห็นกัน

            วันนั้น นายกฯประยุทธ์ บอกเป็นห่วงปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ รวมถึงการดูแลปัญหาแหล่งน้ำใต้ดิน เมื่อฝนไม่ตก ก็ต้องดูแหล่งต้นน้ำ พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขอให้รอปลูกพืชสองรอบ หรือปลูกพืชใช้น้ำน้อยไปก่อนน้ำที่มีต้องจัดสรรให้ทั่วถึงและต้องประหยัด หากพืช ผัก ผลไม้ไม่ได้น้ำจะแย่ เนื่องจากรายได้ร้อยละ 70 มาจากผลิตผลทางการเกษตรครม.จึงจัดสรรงบประมาณร่วม 5 พันล้านบาทมาแก้ไข

            ฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง ปนเปกับภาวะเศรษฐกิจทรุด สังคมเสื่อมโทรม นักศึกษาออกมาร้องหาประชาธิปไตย นักการเมืองก็อยากเลือกตั้ง การร่างรัฐธรรมนูญก็ยึกยักชักช้า ทั้งหลายทั้งปวงนี้ อยู่ที่ฝีมือรัฐบาลจะแก้ไขให้ถูกใจได้อย่างไร อย่าหวังโชคช่วยเทวดาเทน้ำลงมาอย่างเดียวครับ.