หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

ภาวะการลงทุน

Author by 30/01/15No Comments »

   เคาะสนิม180       ต้นเดือนธันวาคม ติดตามคณะของท่านกงสุลใหญ่จีนประจำนครเชียงใหม่ คุณเฉา เสียวเหลียง เดินทางโดยรถยนต์จากเชียงรายสู่คุนหมิง มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารเมืองสิบสองปันนา และนครคุนหมิงหลายท่าน ถึงภาวะเศรษฐกิจ และการลงทุน ซึ่งมองไปทางไหนในเมืองจีนตอนใต้มีแต่การก่อสร้างใหญ่ โต ทั้งนั้น

คำตอบที่เหมือนกัน คือ ภาคใต้ของจีนกำลังบูมสุดขีดในเรื่องการลงทุนทุกด้าน ทั้งอุตสาหกรรม เกษตร การคมนาคม และการค้าขายชายแดนเชื่อมโยงเวียดนาม ลาว พม่า มาถึงไทย รวมทั้งจะผ่านจากไทยไปสู่นานาประเทศอีกด้วย จึงมีนักลงทุนจากหลายชาติเข้าไปร่วมทุนกับนักลงทุนชาวจีน แต่เขาแปลกใจว่า มีนักลงทุนไทยน้อยรายมากที่ไปร่วมลงทุน ทั้ง ๆ ที่ไทย-จีนใกล้ชิดกันมากเป็นพิเศษ…

ก็น่าแปลกใจ ทำไมนักธุรกิจไทยจึงไม่ฉวยโอกาสตอนนี้        ขณะที่อำเภอเชียงของหลังเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวปลายปี 2556    แล้ว มีแค่การก่อสร้างอาคารด่านศุลกากร กับการเตรียมพื้นที่สร้างศูนย์การค้าครบวงจรของนักธุรกิจจีนด้วยทุน 6,000 ล้านบาท คนไทยลงทุนเฉพาะที่ดินเท่านั้น แต่ข้ามฝั่งลาวไปตรงข้ามอำเภอเชียงแสน มีการลงทุนมากมาย และที่บ้านบ่อเต็น สปป.ลาว กำลังสร้างศูนย์การค้า โรงงาน และคาสิโน    ขนาดใหญ่

เร็ว ๆ นี้ นายศักดิ์ชัย เหลืองสถิตกุล ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 ของ บีโอไอ. แถลงข่าวสื่อมวลชนเรื่องการส่งเสริมการลงทุนในปี 2557 ที่ผ่านมา ว่าภาวะการลงทุนในปีที่เศรษฐกิจซบเซาก็ยังมีผู้สนใจขอรับการส่งเสริมในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัดถึง 212 โครงการ มูลค่าขอรับการส่งเสริมกว่า 66,902 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 41,536 คน เพิ่มจากปี 2556 ร้อยละ 34 มูลค่าคำขอส่งเสริมเพิ่มขึ้นร้อยละ 36

นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นสัญชาติญี่ปุ่น รองลงมาเป็นกลุ่มยุโรปและสหรัฐอเมริกาตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นการขยายโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยลงทุนในภาคเหนือตอนบนกว่า 37,000 ล้านบาทและภาคเหนือตอนล่างกว่า 29,000 ล้านบาท มีอุตสาหกรรมที่ยื่นขอรับการส่งเสริม 3 อันดับแรกคือ อุตสาหกรรมเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร 118 โครงการ มูลค่ากว่า 30,900 ล้านบาท อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 32 โครงการ กว่า 4,700 ล้านบาท และกิจการบริการและสาธารณูปโภค 25 โครงการมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท

          โครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในปี 2557 ร้อยละ 72 เป็นโครงการของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท เป็นนักลงทุนไทยถึงร้อยละ 74 ส่วนใหญ่ลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภคมากขนาดนี้ แต่ดูเหมือนไม่คึกคักเหมือนการสร้างตึกแถว คอนโดฯ หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งเงียบเหงาจนมีข่าวว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังโอเวอร์ซัพพลายเข้าสู่วิกฤตครับ.