หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

ยางพารา

Author by 16/01/16No Comments »

เคาะสนิม180                อย่างที่รู้กัน ยางพาราเดิมไม่ได้ปลูกในภาคเหนือ และอีสาน แต่พอส่งเสริมให้ปลูกก็บุกรุกป่ากันขนานใหญ่ พอราคายางแผ่น และน้ำยางตก เลยเป็นปัญหาไปทั้งประเทศ ไม่เฉพาะแต่ภาคใต้เท่านั้นที่ขายน้ำยางได้ 4 กิโลร้อยบาท จากเดิมที่เคยร่ำรวยขายได้เกินกว่าโลละร้อยบาทขึ้นไป และยังตัดไม้ยางขายได้อีกทางหนึ่ง

พอภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก น้ำมันเชื้อเพลิงที่ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดก็ตกลงมาเหลือบาร์เรลละ 30 กว่าดอลลาร์ ยางพาราจึงตกลงตาม ทำให้เกษตรกรชาวสวนเดือดร้อน รัฐบาลเร่งหาทางช่วยเหลือตามระเบียบเหมือนอาชีพชาวไร่ชาวสวนอื่น ๆ ที่ประสบปัญหา รัฐไม่อาจนิ่งดูดายได้ แต่จะนำงบประมาณมาทุ่มเทประกันราคาหรือรับจำนำเป็นแสนๆ ล้าน ถือว่าไม่ถูกต้อง

ขณะที่คนไทยอีกมากประกอบอาชีพค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว และรับจ้าง ต่างก็เผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ มีรายได้ลดน้อยลง ต้องกู้หนี้ยืมเงินเหมือนกัน ทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่เสียภาษีให้รัฐกลุ่มใหญ่ แทนที่จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ กลับไม่มีอะไรเลย ผมว่าไม่ค่อยเป็นธรรมในสังคมจริง ๆ ในระบบการช่วยเหลือของรัฐ เห็นทีต้องปรับปรุงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กรณีใดที่รัฐต้องอุ้ม และกรณีใดที่แค่บรรเทาหรือให้เป็นไปตามกลไกของตลาด

อนาคตอันใกล้ ถ้าจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ก็ควรวางระเบียบปฏิบัติไว้ให้ มิเช่นนั้นอาจจะมีนโยบายผลาญงบ หรือตัดสินใจผิด ๆ ทุ่มเทงบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่จำกัดไปเพื่อโอบอุ้มเฉพาะบางอาชีพ ในที่สุดก็เกิดความเสียหายมหาศาล ดังกรณีรับจำนำข้าวไว้แล้ว ดูแลไม่ดี และขายไม่เป็นจนเกิดข้าวเน่า เช่นเดียวกับการดูแลพืชผลไม้เศรษฐกิจต่าง ๆ ผลผลิตออกน้อยได้กำไรก็ยิ้มกันไป แต่หากออกมากราคาตกก็เดือดร้อน ส่วนคนกลางอย่างไรก็สบาย ซื้อมาถูกขายแพง ซื้อมาแพงก็ขายแพงขึ้น คนบริโภคต่างหากที่เสียเปรียบ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศว่า   จะไม่สามารถโอบอุ้มชาวสวนยางได้ตามที่ขอ คือให้ประกันราคายางพารา     โลละ 60 บาทขึ้นไป แต่จะให้กระทรวงต่างๆ จัดงบประมาณมาซื้อตามความต้องการของหน่วยงาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบจะเป็นราคาเท่าไร และปริมาณมากแค่ไหน ?

                แต่แนวทางปฏิบัติในจังหวัดต่างๆ ที่มีสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย สาขาจังหวัดนั้นๆ ตั้งอยู่ กำลังเร่งชี้แจงทำความเข้าใจ อย่างที่เชียงใหม่ บอกมีโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2558 – 29 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อช่วยเหลือชาวสวน และค่าครองชีพคนกรีดยางที่ไม่บุกรุกป่า ทำสวนบนที่ดินมีกรรมสิทธิ์ ในสัดส่วนร้อยละ 60:40 อัตราไร่ละ 1,500 บาทก็น่าจะบรรเทาความเดือดร้อนไปได้บ้าง.