หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

รากเหง้าท้องถิ่น(จบ)

Author by 17/02/16No Comments »

เคาะสนิม180                เขียนถึงโครงการดี ๆ นำเด็กและเยาวชนมาเข้าค่ายเรียนรู้ประวัติศาสตร์ รากเหง้าของท้องถิ่น ทั้งประเพณีวัฒนธรรม ดังที่จัดขึ้นวัดป่าเสร้า (ชัยสถาน) ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด เมื่อกลางเดือนที่แล้ว มีเรื่องน่าสนใจมากมาย ที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ท้องถิ่น วัดหรือชุมชนอื่น นำแบบอย่างนี้ไปลองทำดูบ้าง…

กิจกรรมเข้าค่ายเด็กและเยาวชนกว่า 60 คน ต.สันปูเลย มีการให้เด็กลงสำรวจผู้รู้ในชุมชนของตนเอง นำมาแสดงผังผู้รู้ ทำให้ทราบว่าชุมชนบ้านป่าเสร้า มีผู้รู้อยู่หลายคนหลายด้าน ทั้งการทำกลอง สมุนไพร อาหารพื้นเมือง พิธีกรรม การทำไร่ ทำนา เป็นต้น

ด้านตารางประเพณี 12 เดือน บ้านป่าเสร้ามีประเพณีตามแบบประเพณีล้านนาหลายเรื่อง แต่ก็มีบางประเพณีที่สูญไป เช่น ประเพณีการแห่ไม้ค้ำสะหลี ในช่วงประเพณีปีใหม่เมืองหรือสงกรานต์  เนื่องจากที่วัดไม่มีต้นโพธิ์แล้ว เพราะต้นโพธิ์ต้นเดิมที่อยู่ในบริเวณของโรงเรียนบ้านป่าเสร้า ต่อมาเมื่อมีการขยายโรงเรียนสร้างอาคารเรียนเพิ่ม ทางคณะครูในสมัยนั้นได้ตัดต้นโพธิ์ออก เพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างอาคารเรียน

ด้านตารางทำมาหากิน แม้พื้นที่ ต.สันปูเลยอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่ยังคงมีการรักษาวิถีชุมชนเอาไว้ มีการทำอาชีพเกษตร ปลูกข้าว ทำสวนลำไย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งอาหารตามธรรมชาติทั้งการหาไข่มดส้ม(ไข่มดแดง) แมงมัน จี้กุ่ง หน่อไม้ มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่พื้นเมือง วัว เป็นต้น

หลังจากให้เด็กแต่ละกลุ่มไนำเสนอข้อมูลเสร็จแล้ว ครูศราวุธ กาวิชัย โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญา ได้สรุปกิจกรรมค่าย โดยชี้ให้เด็กเยาวชนได้เห็นคุณค่า ความสำคัญของภูมิปัญญา และแนวทางในการอนุรักษ์ไว้ซึ่งวิถีชีวิตชุมชน อันเป็นต้นทุนที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง…

นอกจากนั้น เด็กเยาวชนยังได้สัมผัสกับการแสดงศิลปะพื้นบ้านจากกลุ่มเยาวชนศิษย์วัดชัยสถาน (ป่าเสร้าน้อย) เช่น ศิลปะการตีกลองสะบัดชัย กลองชัยมงคล กลองตึ่งโนง การฟ้อนนกกิงกะหร่า การก้าโต เป็นต้น เพื่อปลุกเร้าจิตใจให้เด็กเยาวชนเกิดความรักและอยากร่วมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น

พระอาจารย์นคร ปัญญาวชิโร สรุปผลการจัดค่ายเรียนรู้รากเหง้า วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้สัมผัสเรียนรู้กับปราชญ์ท้องถิ่น มีพลังในการสืบทอดภูมิปัญญา ทำให้เกิดความรัก ความหวงแหน และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพชน สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นแกนนำเด็กเยาวชนในท้องถิ่น เพื่อสืบสานภูมิปัญญาร่วมกับปราชญ์ในชุมชน และรู้จักนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบันที่มีความหลากหลาย ได้อย่างมั่นคงบนรากฐานทางวัฒนธรรมที่ดีงามต่อไปครับ.