หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

รากเหง้าท้องถิ่น (ต่อ)

Author by 16/02/16No Comments »

เคาะสนิม180                กิจกรรมค่ายเรียนรู้รากเหง้า วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ป่าเสร้าน้อย(วัดชัยสถาน) อ.ดอยสะเก็ด ซึ่งพระอาจารย์นคร ปัญญาวชิโร มจร.เชียงใหม่ ร่วมกับโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาฯและสำนักงาน พม.เชียงใหม่จัดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ต้องกลับมาพูดถึงอีก เพราะเป็นโครงการที่น่าเป็นตัวอย่างจริง ๆ

ทำให้เด็ก และเยาวชนได้เรียนรู้ท้องถิ่น และวัฒนธรรมของตนเอง อย่างเช่นภาคกลางคืน พระครูประภัศร์ชัยคุณ อบรมคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็กเยาวชน เล่าประวัติของประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณีตานก๋วยสลาก ประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีตานข้าวใหม่ พระอาจารย์นคร เล่าเรื่องตำนานแม่กาเผือก ที่มาของอานิสงส์การจุดผางประทีปในประเพณียี่เป็งของล้านนา และเสริมด้วยนิทานคุณธรรมจากเรื่องเล่าของครูศราวุธ กาวิชัย ก่อนนอน

มีการนำเด็กเยาวชนสวดมนต์ทำวัตรเช้าและออกเดินบริหารกาย บริหารจิต ไปตามเส้นทางหมู่บ้านหลายแห่ง ผ่านท้องทุ่ง ลัดเลาะไปตามไหล่ทาง จนมาหยุดพักที่ฌาปนสถานบ้านสันต้นม่วงเหนือ เพื่อนั่งสมาธิแผ่เมตตาให้แก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ พร้อมทั้งให้โอวาทสอดแทรกแง่คิดคติธรรม การเกิด แก่ เจ็บ ตาย อันเป็นวัฏจักรของชีวิต เสร็จแล้วให้ละกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลชุมชนตามที่พบเห็น…

ด้านประวัติศาสตร์ นำเสนอข้อมูลตำนานที่มาของชื่อป่าเสร้า ว่ามาจากตำนานที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาบิณฑบาตแล้วมาหยุดยั้งเซาบริเวณป่าแห่งนี้ ต่อมาจึงเรียกว่า ป่าเซา ซึ่งคำว่า เซา หมายถึง เหนื่อย การหายใจหอบจากความเหนื่อยล้า ต่อมาได้กลายเสียงมาเป็น “ป่าเสร้า” ในตำบลสันปูเลยมีหมู่บ้านป่าเสร้า 3 หมู่บ้าน คือ บ้านป่าเสร้าหลวง บ้านป่าเสร้าน้อย บ้านป่าเสร้ากาด (ปัจจุบันคือบ้านท่ารั้ว)

ส่วนวัดชัยสถาน (ป่าเสร้าน้อย) สร้างขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2440 โดยพระกลิ้งเป็นผู้นำในการพัฒนา ซึ่งติดกับโรงเรียนบ้านป่าเสร้าที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2478 โดยการบริจาคที่ดินของเจ้าน้อยอินทเนตร ทำให้โรงเรียนมีชื่อเดิมว่า โรงเรียนอินทเนตรรัฐราษฏร์อุปถัมภ์

ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน  พระอาจารย์นคร  ปัญญาวชิโร บอกว่า ป่าเสร้า นั้น น่าจะมาจากชื่อของต้นเสลา (สะ-เหลา) ซึ่งเป็นต้นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง แต่ภายหลังได้เปลี่ยน ล เป็น ร พร้อมกับใส่ไม้โท กลายเป็น ป่าเสร้า แต่ออกเสียงเป็น ป่าเส้า เพราะการตั้งชื่อหมู่บ้านในล้านนามักใช้ภูมิทัศน์ในพื้นที่นั้นๆ ตั้งชื่อหมู่บ้าน ส่วนวัดป่าเสร้าน้อยมีสีมาอุโบสถหลังเก่าจารึกอักษรธรรมล้านนาระบุว่า อุโบสถหลังนี้เป็นหลังเก่า ไม่รู้ว่าสร้างเมื่อใด แต่ พ.ศ. 2469 พระพรหมปัญญาและเจ้าน้อยอินทเนตรพร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธาได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่…(ขอต่ออีกวันครับ)