หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

ร่างรัฐธรรมนูญ

Author by 24/04/15No Comments »

14150082341415008244l          ช่วงปลายเดือนนี้มีการเร่งสปีดยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างคักคัก โดยเปิดอภิปรายในสภาต่อเนื่องหลายวันเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่ง ดร.จุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ สปช.จังหวัดเชียงใหม่ส่งไลน์มาให้ติดตามเฝ้าชมทางโทรทัศน์หรือวิทยุรัฐสภา มีประเด็นใดที่ขาดตกหรือต้องการจะเสนอแนะ ก็ยังสามารถส่งผ่าน สปช.เชียงใหม่ได้อยู่

ดูเหมือนครั้งนี้ ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยกระตือรือร้นว่ารูปแบบหน้าตารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาอย่างไร สาเหตุสันนิษฐานได้สองประการ คือ หนึ่งปัญหาปากท้องสำคัญกว่า ในภาวะเศรษฐกิจยอบแยบ เงินมีก็ฉลองสงกรานต์หมด ของมีก็เตรียมไปจำนำเป็นค่าเทอมลูกเดือนหน้า สองเห็นว่าประเด็นหลักใด ๆ ในสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าผิดแผกจากสังคมที่จะรับได้ รับประกันว่าจะมีคนออกมาโวยแทน

ความสำคัญอยู่ที่ “คนโวย” นี่แหละ ถ้านึกคิดจินตนาการไปเองว่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งที่ยังไม่เป็นแล้วมาตีปลาหน้าไซ คนฟังไม่ได้ศัพท์ก็จะเฮโลเชื่อตาม และมีทัศนคติที่ไม่ดีกับคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำออกมาแล้ว 315 มาตรา ขณะเดียวกันในกลุ่ม “คนโวย” ก็ยังมีหลายหน้าหลายซีก ก็จะช่วยกันถกเถียง และชี้ผิดชี้ถูกได้บ้าง ส่วนคนฟังจะเชื่อหรือไม่หรือยังยึดอุดมการณ์ถือหางถือข้างต่อไป ก็เท่ากับการมีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของประชาชนไม่มีจริง ถึงมีก็ไม่เป็นที่ยอมรับของคนอีกจำพวกอยู่นั่นเอง

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวนำเสนอภาพรวม ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและและสถาบันการเมือง ว่าภาคนี้ได้กำหนดมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติกำหนดขึ้นหรือให้ความเห็นชอบ เพราะเชื่อว่า การเมืองที่ดีต้องมีผู้นำการเมืองที่ดี เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับภาครัฐต้องจัดระบบงานราชการและของรัฐตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐยึดหลักธรรมาภิบาล สร้างโอกาสเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตทั้งในภาครัฐ และเอกชน…

ถ้ากำหนดระบบการเลือกตั้ง มี ส.ส. 450 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 250 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 200 คน แบ่งเป็น 6 ภาคๆ ละ 31-35 คน เพื่อความสะดวกของประชาชน เพราะมีความคุ้นเคย ทำให้การตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองมีเหตุมีผลมากขึ้น กมธ.เชื่อว่าระบบการเลือกตั้งแบบใหม่จะช่วยสร้างสมดุลให้การเมือง ให้ความสำคัญต่อทุกคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สะท้อนความนิยมที่แท้จริงของแต่ละพรรคการเมือง ส่วนการได้มาซึ่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติมากขึ้น ฯลฯ

ระหว่างนี้ ก็ฟังการอภิรายข้อไหนดีไม่ดีอย่างไรต่อไป จนกว่าจะเห็นผลสรุป แล้วค่อยโวยกันครับ.

 บุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์