หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

ล้างบางยาซูโดฯ

Author by 21/04/12No Comments »

เป็นที่หวาดผวากันในวงการโรงพยาบาล แพทย์ เภสัชกร คลินิกหมอ ลงไปจนถึงสถานพยาบาลเอกชน และพนักงานเล็กพนักงานน้อย ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อยาแก้หวัดที่มีส่วนประกอบของซูโดอีเฟรดีน เป็นตัวยาล้วน ๆ (เดี่ยว) และผสม เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขลุยล้างขนานใหญ่

ระหว่างนี้ ผู้บริหารโรงพยาบาลทั้งของรัฐ และเอกชน รวมทั้งแพทย์จากคลินิกหลายแห่งอยู่ในระหว่างรายงานตัวต่อ ดีเอสไอ. เพื่อให้การถึงความเกี่ยวพันการสั่งยาซูโดฯจำนวนมาก และยาที่ว่านั้นหายไปได้อย่างไร มีใครโยงใยกับแก๊งผลิตยาเสพติดนอกชายแดนบ้าง เพราะตัวยาดังกล่าว ถูกนำไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาบ้า และยาไอซ์จำนวนมหาศาล

มีพลเมืองดีส่งจดหมายถึง บก.ว่า ในช่วงไม่กี่ปีนี้มีเพื่อนที่จบเภสัชศาสตร์แล้ว ไปทำงานวิเคราะห์ยาให้กับชนกลุ่มน้อยได้เงินตอบแทนดีมาก บางคนปิดร้านขายยาหรือลาออกจากบริษัทไปขุดทองนอกชายแดน หรือแอบทำกันในบ้านเรานี่ก็มี แสดงถึงอิทธิพลของแก๊งผลิตยาเสพติดมีเครือข่ายใหญ่ และมีเงินมาก ผลจึงกระทบไปสู่สถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตสาขานี้ทั่วประเทศ

หลังกระทรวงสาธารณสุขสั่งยกเลิกการผลิต และนำเข้ายาแก้หวัดหรืออื่นใดที่มีส่วนผสมของซูโดเฟรอีดินทั้งเดี่ยว และผสมไปเมื่อต้นเมษายน ต่อไปนี้คงยากที่จะซื้อขายยาตัวนี้อย่างเดิมอีก แต่ก็มีผู้ห่วงใยว่า เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญที่ไปเป็นลูกมือให้กับโรงงานผลิตยาเสพติดไม่ว่าในประเทศหรือประเทศเพื่อนบ้าน คงไม่จบแต้ม จะหาสารตั้งต้นจากตัวยาอื่นมาแทนที่ได้ไม่ยาก ดีไม่ดีอาจใช้ยาพิษมาเป็นส่วนประกอบ ให้พวกติดยาเสพติดตายเร็วขึ้น…

ดังนั้น ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่ตำรวจ และ ดีเอสไอ.จะเร่งสะสานถึงความเกี่ยวพันระหว่างบริษัทผู้ขายยา ตัวแทนขาย โรงพยาบาล หมอ เภสัชกร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่มีอำนาจในการสั่งซื้อ เพื่อสาวหาตัวการใหญ่ในขบวนการผลิตยาเสพติด บางครั้งดูเหมือนจับผิดจับถูก จับแล้วปฏิเสธไม่รู้เรื่องก็มี ขณะที่พนักงานตัวเล็ก ๆ บางคนให้การซื่อ ๆ จนตกเป็นแพะรับบาปไปก็มี

เจ้าหน้าที่สอบสวนพบยาซูโดฯที่สั่งซื้อกันก่อนหน้า ถ้าเข้าโรงพยาบาลมักเป็นขวด ๆละพันเม็ด ที่เป็นแผงๆละ 10-20 เม็ด ตามร้านขายยาขาย 25-30 บาท เฉลี่ยเม็ดละ 2-3 บาท ต้นทุนจริงๆ ที่โรงพยาบาลซื้อเม็ดละสลึงสองสลึงเท่านั้น ในวงการเภสัชกรรู้กัน มีพ่อค้าวิ่งเต้นหายาประเภทนี้หลายปีแล้ว ผู้บริหารโรงพยาบาลย่อมทราบดี แต่บางแห่งหละหลวม จึงเกิดปัญหาขึ้น ก็คงไปให้การ และว่ากันในศาลครับ.