หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

สมเด็จพระนเรศวร

Author by 29/01/16No Comments »

เคาะสนิม180                แม้ว่า จะเปลี่ยนแปลงวันกองทัพไทย จาก 25 มกราคมมาเป็น 18 มกราคมหลายปีแล้ว ตามเหตุผลดังที่วิกิพีเดียสรุปออกมาว่า วันกองทัพไทย เป็นวันที่ระลึกในวาระที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่า โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย

ตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ที่ระบุว่า พระองค์กระทำยุทธหัตถี ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จ.ศ. 954 คำนวณได้ ตรงกับวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1593 หรือ พ.ศ. 2135 แบบ พ.ศ. ราชการ หรือพ.ศ. 2136 แบบ พ.ศ. มาตรฐานอุตสาหกรรม ( พ.ศ. ISO)

เพราะเดิมนั้นกระทรวงกลาโหมได้กำหนดให้วันที่ 8 เมษายนของทุกปี เป็นวันกองทัพไทย ต่อมาพ.ศ. 2523 ถือเอาวันที่ 25 มกราคม เป็นวันกองทัพไทย ตามมติของคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ตามการคำนวณของ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง…

แต่ที่คุ้มหลวง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บ้านทับเดื่อ ต.อินทขีล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อใกล้ค่ำวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ก็มีพิธีบวงสรวงสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระนางสุพรรณกัลยา ท่ามกลางสายฝน และลมหนาวระดับ 11-12 องศาเซลเซียส โดยคณะกรรมการมูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพร่วมกับส่วนราชการในอำเภอแม่แตงได้กราบทูลเชิญ มจ.หญิงอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ มาเป็นประธาน

อาจารย์วัลลภ นามวงศ์พรหม  กรรมการประชาสัมพันธ์มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ บอกงานนี้มีสองวันๆแรก 24 มกราคม เป็นวันเตรียมงาน และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนพัฒนาคุ้มหลวง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  มีคุณเสนาะ ถาวร ประธานฝ่ายฆราวาส คุณอัครเดช เทพจักร รองประธาน คณะกรรมการมีอาจารย์รัตน์ ปาละพงศ์ คุณปราโมทย์ สมัครการ อาจารย์วัลลภ นามวงศ์พรหม คุณชวน ผัดวรรณ์ คุณสุพจน์ บางทอง คุณวีรศักดิ์ เขื่อนแก้วเป็นต้น ส่วนวันที่ 25 มกราคม มีพิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์ด้วยเครื่องสังเวยชุดใหญ่ แล้วตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธีบวงสรวง จบแล้วมีพิธีรำถวายโดยนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ต่อด้วยพิธีสวดมนต์สดับปกรณ์โดยพระสงฆ์จำนวน 10 รูป…

สถานที่ดังกล่าวอยู่ระหว่าง กม.56-57 สายเชียงใหม่-ฝาง(โชตนา) เคยเป็นที่ยั้งทัพของสมเด็จพระนเรศวรฯ มูลนิธิฯจึงได้สร้างพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้เพื่อสักการบูชา และเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมพัฒนาสถานที่ให้เป็นที่ศึกษาเรียนรู้ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ซึ่งคาดว่าคงจะปรับห้วงเวลาจัดกิจกรรมให้ตรงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่อไปครับ.