หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

สะท้อนจากแม่แจ่ม

Author by 18/01/15No Comments »

  เคาะสนิม180        รายงานพิเศษ เปิดเวทีความร่วมมือแก้ปัญหาป่าไม้ ที่ดิน ลุ่มน้ำแม่แจ่มในไทยนิวส์ฉบับวันเสาร์ พูดถึงป่าไม้ในอำเภอแม่แจ่ม กำลังหดลงเรื่อย จากการบุกรุกปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อย่างไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ และธรรมชาติใด ทั้งสิ้น เรียกว่าสถานการณ์ปัจจุบันใกล้วิกฤตเข้ามาแล้ว ทั้งที่แม่แจ่มเคยมีทั้งโครงการพัฒนาจากยูเสด (อเมริกา) และโครงการตามพระราชดำริของพระบรมราชินีนาถ

วันนี้มาฟังทัศนะของนายสมเกียรติ มีธรรม ผอ.สถาบันอ้อผะหญา อำเภอแม่แจ่มเพิ่มเติมอีกนิด เพื่อทุกฝ่ายจะได้นำไปคิด และหาทางแก้ไข ท่านบอก

“ตั้งแต่ปี 2553 ชาวแม่แจ่มมีความพยายามอย่างยิ่งในการมีส่วนร่วมบริหารทรัพยากรป่าไม้และที่ดิน หลังเผชิญปัญหาหลายด้าน มีความพยายามขยับแผนงานให้อำเภอกลายเป็นพื้นที่จัดการตนเอง ให้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งรักษาความมั่นคงฐานทรัพยากรและสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ การจัดแนวเขตที่ดินของรัฐให้ชัดเจนฯ กำหนดพื้นที่แนวกันชนและที่ราบเชิงเขาให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การปลูกป่า เพื่อป้องกันภัยพิบัติและการป้องกันการบุกรุกป่า ขยายป่าชุมชน และส่งเสริมการปลูกไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อลดแรงกดดันจากการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ”

อีกตอนหนึ่งบอกว่า เมื่อก่อนเรามีความพยายามในการส่งเสริมการปลูกป่า บวชป่า และกำหนดพื้นที่อนุรักษ์มาแล้ว ปีนี้ถือเป็นโอกาสและจังหวะเหมาะสมในการนำเสนอผลสำเร็จและยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลเห็นว่า แม่แจ่มตั้งใจจริงในการจัดการทรัพยากร ขอเพียงแค่โอกาสให้ประชาชนเท่านั้น เพราะเราไม่อยากให้แม่แจ่มได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทเหมือนที่รัฐเคยทำมาเมื่อปี 2557

นายสมเกียรติ หวังว่าการดำเนินการด้านทรัพยากรป่าไม้ ชาวแม่แจ่มเห็นพ้องต้องกันจะรักษาผืนป่าที่เหลืออยู่ 66% ให้เป็นฐานทรัพยากรสำคัญในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลผลการจัดทาแนวเขตที่ดินโครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำเสร็จตั้งแต่ปี 2554 เป็นเกณฑ์ในการกำหนดแนวเขตป่าไม้และที่ดิน ส่วนที่ทำกินออกจากแนวเขตผลการจัดทาแนวเขตที่ดินปี ยินดีให้คืนเป็นผืนป่า เพื่อพัฒนาพื้นที่ร่วมกันกับทุกภาคส่วนต่อไป…

         ขณะที่นโยบายของสำนักงานอนุรักษ์พื้นที่ 16 เริ่มเดิมหน้าตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2558 ที่จะเอาคืนผืนป่าธรรมชาติที่ถูกบุกรุกแล้ว แม่แจ่มเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ หากไม่ดำเนินการก็จะตกอยู่ในสภาพเลวร้ายสุด ส่วนจะใช้แนวทางการมีส่วนร่วมระหว่างราษฎรกับราชการในการป้องกัน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมของรัฐอย่างไร คงได้ฟัดกันอีกหลายยกครับ.