หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

สะอึก (ต่อ)

Author by 29/03/16No Comments »

  เคาะสนิม180              เป็นใคร ก็ต้องสะอึก กับปัญหาหมอกควันที่ทำให้หายใจไม่สะดวก ถ้าไม่ปิดปากด้วยผ้าหรือไม่ออกจากบ้าน-ทำกิจกรรมนอกบ้าน เพราะหมอกควันมันกระจายคละคลุ้งไปทั่ว จนต้องมาช่วยกันสวดมนต์ให้มีพายุฝนลมแรงเกิดขึ้นสักที เพื่อจะพาหมอกควันทั้งหลายเหล่านั้นออกจากพื้นที่ไปเสียที

วันนี้มาขยับต่อ ถึงการประชุมทางวิชาการเรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกที ขอต่อด้วยคำกล่าวของ ดร.ทิพวรรณ ประภามณฑล นักวิจัยอาวุโส หน่วยวิจัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มช.ว่า กลุ่มเสี่ยงของปัญหามลพิษทางอากาศในภาคเหนือ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษา โดยเฉพาะผู้อาศัยในเขตนอกเมือง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเผาป่าอันเป็นวิถีชีวิตของประชาชนที่แก้ไม่ได้

“แม้จะพยายามให้ข้อมูลแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้บริหารตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และสาธารณะ ทั้งนี้ได้เสนอแนวคิดในการเชื่อมโยงข้อมูลในพื้นที่กับระบบออนไลน์ ติดตั้งเครื่องมือในโรงพยาบาล และให้โรงพยาบาลเป็นศูนย์เรียนรู้แก่ชุมชน เพราะคนไข้มักจะเชื่อแพทย์มากกว่า”

ส่วน รศ. ดร.ภก.สุรพลน ธการกิจกุล คณะเภสัชศาสตร์ มช.บอกว่า ต้องสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน และให้ประชาชนรับทราบด้วย ปัญหาน่าห่วง คือ การเมืองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ไม่กล้าจับกุมญาติพี่น้องที่กระทำผิด เพราะผลการวิจัยโครงการการ    สื่อสารข้อมูลกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจัดการคุณภาพอากาศ    และประชาชน มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขวิกฤตภาวะหมอกควัน     ภาคเหนือและวิธีป้องกัน โดยให้หยุดเผาขยะหรือวัสดุเหลือทิ้ง       ทางการเกษตร จัดหารถโมบายตรวจสภาพอากาศแจ้งเตือนประชาชนในจุดอันตรายแทนการสุ่มตรวจเป็นบางจุด ร่วมรณรงค์ปลูกต้นไม้   และปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติ แก้ทัศนคติของประชาชนในการเผาวัชพืชและหญ้าแห้ง และสร้างความ      ตระหนักถึงอันตรายจากสารพิษต่าง ๆแต่ทางปฏิบัติต้องร่วมมือกัน  จริงๆด้วย…

                ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สกว. ระบุว่ารายงานวิจัยมีลักษณะของปัญหาและสาเหตุครบถ้วน โดยโจทย์วิจัยที่       ยังค้างอยู่คือ ผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะมะเร็งปอด นอกจากนั้น ยังประกาศรับข้อเสนอโครงการวิจัยที่ร่วมสนับสนุนแก้ปัญหานี้อีกมาก ครับ ผมจึงอยากเชิญชวนนักวิชาการ นักศึกษา ป.โท    ป.เอกทั้งหลายทำงานวิจัยให้มีสาระด้วยประเด็นปัญหาข้างต้นนี้กันมากๆ.