หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

สะอึก

Author by 28/03/16No Comments »

        เคาะสนิม180        วันศุกร์เสาร์ผ่านมา ต้องพูดว่าคนเมืองเหนือสะอึกกับปัญหาหมอกควัน อันเกิดจากไฟป่ามหาศาลที่ทางราชการไม่สามารถป้องกันแก้ไขได้เลย มีแต่ออกมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกัน รวมทั้งจับกุมคนเผา แต่แผนการที่จะไม่ให้มีการเผาหรือลดการเผาจริง ๆยังไม่ได้ผล

อ่านรายงานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว.ระดมสมองนักวิชาการมช.พูดถึงทางแก้ปัญหาหมอกควัน ที่ชี้ว่า’ไร่ข้าวโพด’ ตัวการใหญ่ แนะรัฐเพิ่มมาตรการทาง กม.บังคับกลุ่มนายทุน “เกษตรพันธสัญญา” รับผิดชอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม สร้างตระหนักรู้แก่ชุมชนแล้วก็ต้องกลับมาพูดถึงปัญหาเดิมเหล่านี้กันอีกที

รศ. ดร. นพ.พงศ์เทพ วิวรรธนะเดช ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการคุณภาพอากาศ มช.บอกปัญหามลพิษทางอากาศในภาคเหนือมีหลายปัจจัย ทั้งการจราจรในเขตเมือง ทำให้มีการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเร่งด่วน อุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่มีการใช้เชื้อเพลิงไม่สะอาด อาทิ อิฐ แกลบ รวมถึงการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์อบลำไย การเผาในที่โล่ง ไม่ว่าจะเป็นขยะ ป่า และการเกษตร ทั้งนี้ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันมากที่สุด คือ การทำไร่ข้าวโพด โดยเฉพาะในเขตอำเภอแม่แจ่ม และอมก๋อย ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเผาตอซังรวม 3 ครั้งต่อปี

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการสะสมสารพิษในร่างกายตลอดทั้งปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอดและหอบหืดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีหมอกควันหนาแน่นในเดือนมกราคม-มีนาคม จะมีอัตราการเสียชีวิตมากขึ้น

ผอ.ศูนย์วิจัยฯ มช. พูดว่า  “ปัญหาของการจัดการหมอกควันในภาคเหนือ การขยายพื้นที่เพื่อจัดการปัญหาที่ดีทำได้ช้า ไม่ทันกระแสทุนนิยมที่ทำเกษตรพันธสัญญาให้ปลูกข้าวโพด โดยมีผู้นำชุมชนเป็นเสือนอนกิน เป็นนายหน้าให้กับกลุ่มนายทุนที่เอาแต่ผลกำไรแล้วผลักภาระการกำจัดขยะให้เกษตรกร การขับเคลื่อนกฎหมายทำได้ช้า ไม่มีนโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจนบังคับให้กลุ่มนายทุนเหล่านี้รับผิดชอบเรื่องการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี จึงยิ่งส่งผลให้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและสร้างความเดือดร้อนมากขึ้น

                อาจารย์จึงเสนอให้เชื่อมโยงปัญหาเหล่านี้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นสากล เพื่อให้ปัญหาน่าสนใจมากขึ้น และทำงานเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์และลาวที่ได้รับผลกระทบจากการปลูกข้าวโพดเช่นกัน (พรุ่งนี้มีต่อครับ)