หน้าหลัก » บทความเคาะสนิม

หมู่บ้านรักษาศีล 5

Author by 30/06/14No Comments »

เคาะสนิม180        หลายจังหวัดกำลังโชว์หมู่บ้านนักศีลนักบุญ เช่นที่สระบุรีมีหมู่บ้านปลอดอบายมุข ประชาชนรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด ภาคเหนือก็มีที่ อ.ลี้ลำพูน ชาวบ้านถือศีล และฟังธรรมกันแน่นในวันพระ ที่ลำปางหลายหมู่บ้านรณรงค์ไม่ให้จัดเลี้ยงสุราเมรัยในงานศพมานานนับสิบปีแล้ว เรื่องดี ๆแบบนี้ ควรจะขึ้นพาดหัวข่าวใหญ่ๆ ทุกวัน

            สำหรับเชียงใหม่ มีข่าวว่าจังหวัดร่วมกับ คณะสงฆ์  โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ จะจัดประชุมชี้แจงและลงนามข้อตกลงในการขับเคลื่อน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สนับสนุนให้เกิด “หมู่บ้านรักษาศีล 5″ เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนในชาติมีความรักและเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ

            นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหามากมาย ประกอบด้วยการกระทำผิดกฎหมาย ปัญหาอาชาญกรรม การทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การระบาดของสิ่งเสพติดและอบายมุข การแตกแยกทางความคิด การเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม และการจาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันของชาติ

            ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากการขาดสติ จิตสำนึก ศีลธรรมและคุณธรรมจริยธรรม อันส่งผลให้สังคมเกิดความขัดแย้ง คณะสงฆ์โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีดำริที่จะเสริมสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดความสงบสันติสุข มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน โดยให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักศีล 5 มาประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิต กอร์ปกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการให้ทุกภาคส่วนทั่วประเทศร่วมมือกันดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์และทำให้ประชาชนมีความรัก ความสามัคคีกันโดยเริ่มจากครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างปลอดภัยยั่งยืน

             เป็นเรื่องดีที่ทุกฝ่ายสนับสนุน หากเกิดหมู่บ้านรักษาศีล 5 ขึ้นแล้ว จะส่งเสริมกันตั้งแต่เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกเพศทุกวัย นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปพัฒนาชีวิต ครอบครัว ชุมชน และสังคม เน้นการรณรงค์ส่งเสริมให้เป็น “หมู่บ้านรักษาศีล 5″ ขึ้นในทุกส่วนของจังหวัดเลยทีเดียว

            งานนี้เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาส ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรครือข่ายต่างๆในพื้นที่จะร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ ในวันพุธที่ 2 กรกฎาคมนี้ จะเห็นผลสัมฤทธิ์แค่ไหนเพียงไร น่าติดตามครับ.